then
January 29, 2022

สมาร์ทโฟน บียอน แม็กซ์ 4 โดดเด่นไม่เหมือนใคร

บริษัท พี.ที.อี. อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนคุณภาพแบรนด์คนไทย ในราคาจับต้องได้ แนะนำสมาร์ทโฟนอัจฉริยะ แบรนด์บียอน แม็กซ์ 4 (Beyond MAX 4) มาพร้อมกับดีไซน์ที่โดดเด่นสีสันที่เหลื่อมล้ำไม่ซ้ำใคร และสเปคที่เร็วแรงเพิ่มขึ้นอีกระดับ ขนาดหน้าจอ 6.18 นิ้ว IPS จอแบบใหม่ Notch Screen เพิ่มมุมมองให้กับผู้ใช้งาน  กล้องหน้า 8.0 MP กล้องหลัง 13.0 /2.0 MP รองรับ 4G ใส่ได้  2 ซิม RAM 2 GB / ROM 16 GB ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 8.1 ความจุแบตเตอรี่ 3,500 mAh ในราคา 3,490 บาท โปรโมชั่นพิเศษ! ! รับประกันศูนย์ถึง 3 ปี รับประกันจอแตก 1 ปี / 1 ครั้ง สามารถหาซื้อ บียอน สมาร์ทโฟนคุณภาพคุ้มราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ตามร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 063-565-6463, Line ID: varin.pte, https://www.facebook.com/BeyondPhone, www.beyond-phone.com

​ HONOR View20​  สมาร์ทโฟนเรือธงใหม่มาแรงจากออเนอร์!!! กับกล้องหลังความละเอียด​ 48​ ล้านพิกเซล และ ระบบกล้องแบบ 3 มิติ

  • สมาร์ทโฟนรุ่นแรกจากออเนอร์ที่มาพร้อมหน่วยประมวลแบบ dual NPU และ ขุมพลังชิปเซ็ต Kirin 980
  • HONOR View20 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกล้องหลังความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล และระบบกล้องแบบ 3 มิติ
  • พิเศษสุดด้วยหน้าจอแบบ All-View Display พร้อมนวัตกรรมกล้องหน้าฝังในหน้าจอ

ออเนอร์ สมาร์ทโฟนอีแบรนด์ชั้นนำประกาศเปิดตัว HONOR View20 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมฟีเจอร์จัดเต็ม อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยประกอบกับสมรรถนะอันทรงพลังและดีไซน์การออกแบบที่เหนือชั้นกว่าใคร ในราคาเพียง 17,990 บาท ซึ่งจะพร้อมวางขายตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม นี้เป็นต้นไป!

HONOR View20 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมระบบกล้องหลัง 3 มิติ ความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล รวมถึงกล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล ที่ฝังในหน้าจอ และด้วยนวัตกรรมจอแสดงผลแบบ All-View Display จะช่วยมอบประสบกาณ์การรับชมภาพบนหน้าจอให้แก่ผู้ใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมโดยที่ไร้รอยบากมากวนสายตา ทั้งนี้ HONOR View20 ยังมาพร้อมกับอัตราส่วนจอแสดงผลกับตัวเครื่องที่มีอัตราสูงถึง 91.8% ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้สามารถเก็บภาพประทับใจในทุกช่วงเวลาได้อย่างเต็มที่

ดีไซน์ของ HONOR View20 ถือเป็นการทลายกรอบเดิมๆของสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นทั่วไป ซึ่งมีการพัฒนาทั้งในแง่ของมิติมุมมองและสไตล์การใช้งาน โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถือเป็นรุ่นแรกของโลกที่มีการนำเทคโนโลยีนาโนลิโทกราฟี (Nanolithography) มาใช้ในการพัฒนาการดีไซน์พื้นผิวบนตัวเครื่องเพื่อสร้างพื้นผิวนาโนที่มองไม่เห็นบนฝาหลัง ตลอดจนยังมีการใช้นวัตกรรมการเคลือบพื้นผิวแบบ Nano-Vacuum เจนเนอเรชั่นที่ 4 ประกอบกับการใช้กระบวนการ Invisible Aurora Texture มาทำให้เกิดการไล่ระดับสีที่ฝาหลังในรูปแบบ V-shape ทำให้ด้านหลังของตัวเครื่องมีสีสันที่สดใสและเปล่งประกายอย่างงดงาม น่าสัมผัสในทุกมุมมอง

กล้อง AI Ultra Clarity ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล และเทคโนโลยีกล้อง TOF 3 มิติ

การถ่ายภาพโดยสมาร์ทโฟนไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าคุณภาพและความคมชัด ซึ่ง HONOR View20 ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวและมอบประสบการณ์ใหม่แห่งการถ่ายภาพ HONOR View20 ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่กล้องหลังมาพร้อมเซ็นเซอร์ Sony IMX586 CMOS ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล บนเซ็นเซอร์ขนาดถึง 1/2 นิ้ว ให้ภาพถ่ายที่มีคุณภาพเหนือชั้นคมชัดทุกรายละเอียด บวกกับความสามารถของระบบกล้อง AI-optimized ทำให้ภาพมีสีสันสดใสมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้หน่วยประมวลผลแบบ dual-NPU และชิปเซ็ต dual-ISP Kirin 980 ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลภาพถ่ายและการทำงานของกล้องได้ถึง134% และ 46% ตามลำดับ ซึ่งเมื่อผสานความสามารถเข้ากับเซ็นเซอร์กล้องความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ทำให้ HONOR View20 เป็นสุดยอดแห่งสมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพอย่างไร้ที่ติ

กล้องหลังอีกตัวของ HONOR View20 ยังมาพร้อมเทคโนโลยีแบบ TOF 3 มิติ ที่ช่วยเพิ่มมิติในรูปภาพและวีดีโอ ซึ่งผู้ใช้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างหลากหลายและเพิ่มลูกเล่นความสนุกในการถ่ายภาพได้อย่างสร้างสรรค์ยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถคำนวณระยะห่างวัตถุโดยเทคโนโลยี TOF หรือการตรวจจับวัตถุโดยวัดจากแสงตกกระทบไปยังผิววัตถุ ทั้งยังมาพร้อมกับฟังก์ชันที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ การตรวจจับความลึก การตรวจจับโครงสร้าง และการจับการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ระบบกล้องแบบ TOF 3 มิติ ยังเปลี่ยนสมาร์ทโฟนของคุณให้กลายเป็นจอยเกมรองรับการเล่นเกมแบบ 3D Motion ได้อย่างน่าทึ่งแบบที่ไม่เคยเกิดมาก่อน

HONOR View20 สีน้ำเงิน Sapphire Blue และ สีดำ Midnight Black

 

หน้าจอแบบ All-View display พร้อมนวัตกรรมกล้องหน้าฝังในหน้าจอ

หน้าจอแบบมีรอยบากถือเป็นที่นิยมอย่างมากในปีที่ผ่านมาซึ่งได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่ต้องการให้สัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องมีพื้นที่กว้างมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการพัฒนารูปแบบดังกล่าวนั้นมีข้อจำกัด ในขณะที่เหล่าบรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต่างคิดค้นเพื่อพัฒนาการออกแบบหน้าจอในรูปแบบต่างๆ ออเนอร์ซึ่งเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอันล้ำสมัยได้เปิดตัว HONOR View20 สมาร์ทโฟนที่ฉีกข้อจำกัดหน้าจอรูปแบบเดิมด้วยหน้าจอเต็มพื้นที่ตัวเครื่องแบบ All-View display ขนาด 6.4 นิ้ว พร้อมด้วยนวัตกรรมกล้องหน้าฝังในหน้าจอ ซึ่งรูกล้องมีขนาดเล็กพิเศษที่เส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 4.5 มม. ด้วยการใช้เทคโนโลยีการซ้อนเลเยอร์ 18 ชั้น เทคนิคนี้ช่วยลดผลกระทบที่มีต่อโครงสร้างของจอและลดแสงรบกวนหน้าจอเพื่อเพิ่มคุณภาพของรูปภาพ ซึ่งเทคโนโลยีการซ้อนเลเยอร์ 18 ชั้น ยังลดพื้นที่ของการติดตั้งของกล้องได้อย่างมากทำให้ผู้ใช้งานสัมผัสกับประสบการณ์จอแสดงผลแบบเต็มหน้าจอเกือบ 100 %

ประสิทธิภาพการทำงานอันทรงพลัง ด้วยเทคโนโลยีอันชาญฉลาดของหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุด

HONOR View20 มาพร้อมขุมพลังชิปเซ็ต Kirin 980 ขนาด 7nm SoC เสริมพลังด้วยซีพียู Cortex-A76 และหน่วยประมวลผลแบบคู่ (Dual NPU) ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องเพิ่มมากขึ้นถึง 75% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และด้วยหน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Mali G76 GPU ยังช่วยยกระดับการทำงานให้ลื่นไหลมากกว่าเดิมถึง 46% และลดการใช้พลังงานบนสมาร์ทโฟนได้ถึง 58% รวมถึง HONOR View20 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Liquid Cooling และ GPU Turbo 2.0 ตัวช่วยในการมอบประสบการณ์การเล่นเกมแบบเหนือชั้นให้แก่ผู้ใช้งาน

นอกจากนี้ สมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว (SuperCharge) ที่ 4.5V/ 5A โดยผู้ใช้งานสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 55% ภายในเวลาเพียง 30 นาที รองรับการใช้อย่างต่อเนื่อง HONOR View 20 ยังมาพร้อม RAM 6GB + ROM128GB ทำให้ระบบการทำงานเป็นไปได้อย่างลื่นไหลไร้การติดขัด

คุณจอร์จ จ้าว ประธานบริษัท ออเนอร์ กล่าวว่า “สมาร์ทโฟนออเนอร์จากตระกูล View series นำเอาเทคโนโลยีอันฉลาดล้ำผนวกเข้ากับประสิทธิการทำงานอย่างเต็มพลังเพื่อเปิดมิติใหม่สู่ประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่เหนือชั้น”

HONOR View20 สีน้ำเงิน Sapphire Blue พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป และ HONOR View20 สีดำ Midnight Black พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป ในราคาเริ่มต้นที่ 17,990 บาท ที่ช่องทาง Lazada (https://bit.ly/2H6957G)พิเศษสุด! สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อ HONOR View 20 รับฟรีทันที HONOR band 4 มูลค่า 990 บาท โปรโมชั่นมีจำนวนจำกัดรีบจับจองเป็นเจ้าของก่อนใครได้แล้ววันนี้!

เสียวหมี่เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง Mi MIX 3 5G และ Mi 9 ณ เมืองบาเซโลน่า

โดย Mi MIX 3 5G มาพร้อมกับเทคโนโลยี 5G ประสิทธิภาพที่แรงล้ำหน้าเกินใครเทียบ และดีไซน์หน้าจออันเป็นเอกลักษณ์เต็มตาไร้สิ่งรบกวน

เสียวหมี่ (Xiaomi) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ประกาศเปิด ตัวสมาร์ทโฟน Mi MIX 3 5G ที่รองรับ 5G เป็นตัวแรก โดย Mi MIX 3 5G จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี 5G ผ่านแพลตฟอร์ม Qualcomm® Snapdragon™ 855 ด้วยโมเดม Snapdragon X50 ที่จะปลดปล่อยประสบการณ์ 5G ให้แก่ผู้ใช้ และทำการเปิดตัว Mi 9 หลังจากเปิดตัวไปในประเทศจีนเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า ประกาศความพร้อมในการบุกตลาดทั่วโลก โดย Mi 9 เป็นสมาร์ทโฟน เรือธงที่มาพร้อมกับ AI triple camera และระบบการชาร์จไร้สายที่ดีที่สุดในตอนนี้ สามารถชาร์จไฟได้ถึง 20W และขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 855 โดยจะเริ่มวางจำหน่าย ในประเทศแถบยุโรปตะวันตกก่อน เริ่มต้นที่ราคา 449 ยูโร (ประมาณ 16,200 บาท)

Xiaomi กับเส้นทางสู่ 5G

เสียวหมี่ ได้มองถึงการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ ให้รองรับ 5G ตั้งแต่พฤษภาคม 2016 โดยตั้งทีมที่ลงลึกในเรื่องมาตรฐาน 5G และเริ่มค้นคว้าวิจัยนับแต่นั้นมา เสียวหมี่ได้เป็นผู้เข้าร่วมหลักในการทดสอบ 5G ซึ่งจัดโดย China Mobile และประสบ- ความสำเร็จในการทดสอบเชื่อมต่อสัญญาณ n78 ในเดือนกันยายน 2018 และทดสอบคลื่น mmWave (คลื่นมิลลิเมตร) เสร็จเรียบร้อยหนึ่งเดือนหลังจากนั้น ซึ่งในช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเพียงไม่กี่เจ้าในโลกเท่านั้นที่สามารถ ทำได้

ด้วยภารกิจที่มุ่งมั่นจะสร้างสรรค์นวัตกรรม เสียวหมี่ได้ริเริ่มพัฒนาความร่วมมือด้านยุทธศาตร์ 5G กับผู้ให้บริการเครือข่าย ที่สำคัญทั่วโลก เช่น 3, Sunrise, TIM, Vodafone และอีกหลายราย ซึ่งลำดับต่อไปที่เสียวหมี่ต้องการจะทำคือสร้างอุปกรณ์ 5G ให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ การจะไปให้ถึงจุดนั้นได้ทางเสียวหมี่ได้พยายามอย่างหนักกับทางผู้ให้บริการเหล่านี้ ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา Mi MIX 3 5G และวันนี้ที่ได้ประกาศเปิดตัว Mi MIX 3 5G อย่างเป็นทางการ เสียวหมี่ได้ กลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ที่สามารถผลิตโทรศัพท์ 5G ออกมาวางจำหน่ายจริงได้ ซึ่งในงานเปิดตัวเสียวหมี่ ได้ทำการแสดงความพร้อมของ Mi MIX 3 5G ด้วยการโชว์ให้เห็นกันแบบสด ๆ จากเครือข่าย 5G ของ Orange ประเทศสเปน

“เสียวหมี่ ได้ทุ่มเทกำลังความสามารถในการพัฒนาสมาร์ทโฟน 5G และ Mi MIX 3 5G ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความ พยายามสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสำหรับทุกคน พวกเรามีความยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ร่วมทำงานกับเหล่า พาร์ทเนอร์ และทำให้ 5G เป็นจริงได้สำหรับผู้คนอีกมากมายบนโลกนี้” มร.หวัง เสียง, รองประธานอาวุโส เสียวหมี่ กล่าว

 

Mi MIX 3 5G - สมาร์ทโฟนทรงประสิทธิภาพที่พร้อมสำหรับเครือข่ายในอนาคต

จากการผสมผสาน Qualcomm® Snapdragon™ X50 โมเดมสำหรับ 5G ทำให้ Mi MIX 3 5G สามารถเชื่อมต่อกับคลื่น sub-6GHz ที่รองรับความเร็วในการดาวน์โหลดระดับ gigabit-class ซึ่งเร็วกว่าเครือข่าย 4G หลายสิบเท่า นอกจากนี้ Mi MIX 3 5G ยังเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนเครื่องแรก ๆ ที่มาพร้อมกับชิปเซตอันทรงพลังพลังอย่าง Qualcomm Snapdragon 855 สามารถทำงานหนักได้อย่างยาวนานและมีเสถียรภาพ ด้วยระบบระบายความร้อน Hybrid Cooling System ที่ถูกออกแบบมาใหม่ทั้งหมดเพื่อ Mi MIX 3 5G โดยเฉพาะ

Snapdragon 855 และระบบระบายความร้อนขั้นสูง

ภายใน Mi MIX 3 ติดตั้งแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดอย่าง Qualcomm Snapdragon 855 ซึ่งใช้สถาปัตกรรมการผลิตที่ 7 นาโนเมตร มีซีพียู Qualcomm Kryo 485 ที่ประกอบไปด้วยตัวประมวลผล 8 แกน เพื่อความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ และการประหยัดพลังงาน ซึ่งการประมวลผลแกนเดี่ยว (Single Core) เร็วขึ้นจากรุ่นที่แล้วสูงถึง 45% ตัวประมวลผล กราฟฟิก Qualcomm Adreno™ 640 ก็ถูกพัฒนาให้ทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 20% และตัวประมวลผลด้าน AI อย่าง Qualcomm AI Engine เจเนอเรชั่นที่ 4 ก็ทำงานได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่า

“พวกเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมทำงานกับทางเสียวหมี่มาอย่างยาวนาน ช่วยกันนำนวัตกรรม 5G ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ผ่านสมาร์ทโฟนเรือธง Mi MIX 5G” มร.คริสเตียโน่ เอม่อน ประธานบริษัท Qualcomm Incorporated กล่าว “Mi MIX 3 5G และ Mi 9 ที่มาพร้อมกับแพลตฟอร์ม Snapdragon 855 นี้ นอกจากจะมี Qualcomm AI Engine รุ่นที่ 4 ที่จะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนในมือคุณให้กลายเป็นสุดยอดผู้ช่วยส่วนตัวแล้ว ยังมีตัวประมวลผล สัญญาณภาพ Qualcomm Spectra Computer Vision ISP ที่จะช่วยให้สามารถถ่ายภาพได้ระดับเดียวกับการถ่ายหนัง ภาพยนตร์ และ Snapdragon Elite Gaming จะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนในมือให้กลายเป็นเครื่องเล่นเกมสุดแรงไปในทันที”

เพื่อรองรับเหล่าแอปพลิเคชั่น ที่ต้องการการประมวลผลระดับสูง และทำงานเป็นระยะเวลานาน เช่น เกมออนไลน์ มัลติเพลเยอร์ในปัจจุบัน เสียวหมี่ได้พัฒนาระบบระบายความร้อน Hybrid Cooling System สำหรับ Mi MIX 3 5G ขึ้นมาโดยเฉพาะ มีการนำเอาวัสดุนำความร้อนอย่าง Rogers® HeatSORB™ ซึ่งใช้วิธี Phase Change Effect ในการควบคุมอุณหภูมิ สามารถจับความร้อนที่เกิดขึ้นจากตัวประมวลผล และชะลอการเพิ่มของอุณหภูมิออกไปได้อีก และด้วย Passive Heat Pipe ซึ่งประกอบไปด้วย แกรไฟต์ 6 ชั้น ช่วยกระจายความร้อนออกไปได้เร็วกว่าแผ่นแกรไฟต์ คู่ที่ใช้กันทั่วไปได้ถึง 3 เท่าอีกด้วย

คุณภาพการถ่ายภาพระดับโลก

Mi MIX 3 5G ได้สืบทอดกล้องคู่ AI ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลจาก Mi MIX 3 ซึ่งได้รับคะแนนด้านภาพถ่ายจาก DxOMark สูงถึง 108 และด้วยฟีเจอร์ทางด้าน AI ที่ล้ำหน้าและการถ่ายวิดีโอสโลวโมชั่นที่ช้าถึง 960fps ทำให้ผู้ใช้ เริ่มเกิดความคาดหวังและเชื่อมั่นในกล้องของกล้องจาก Xiaomi ส่วนการเซลฟี่นั้น Mi MIX 3 5G มาพร้อมกับกล้องหน้าคู่ ความละเอียด 24+2 ล้านพิกเซล ใช้สุดยอดเซนเซอร์ Sony IMX576 ในการจับภาพได้ความละเอียดที่เหนือกว่า ซึ่งการประมวลภาพถ่ายทั้งหมดนี้ถูกจัดการโดย Qualcomm Spectra™ 380 ISP ทำให้ประมวลผลภาพถ่าย แต่ละรูปออกมาได้อย่างรวดเร็ว ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า สามารถถ่ายรูปได้มากขึ้นกว่าเดิมต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

สไลด์ดีไซน์ เปิดประสบการณ์แสดงผลแบบเต็มหน้าจอ

Mi MIX 3 5G ใช้กลไกการเลื่อนสไลด์ที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของทางเสียวหมี่ ให้ประสบการณ์สัมผัสที่ดีเยี่ยมและปรับแต่ง ได้หลากหลาย ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้การสไลด์เป็นการเรียกใช้งานฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของโทรศัพท์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการรับสาย เรียกเข้า หรือเปิดแอปกล้องขึ้นมา และด้วยสไลด์ดีไซน์นี้ทำให้ขอบข้างของเครื่อง มีความบางมากเป็นพิเศษ และมีสัดส่วน หน้าจอต่อขนาดเครื่อง (screen-to-body Ratio) ที่ใหญ่มากเกินกว่าใคร สิ่งที่จะเห็นด้านหน้าจะมีเพียงหน้าจอที่สวยงามของ Samsung AMOLED ซึ่งมีขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 FHD+ ที่สัดส่วน 19.5:9

Mi MIX 3 5G ราคาเริ่มต้นที่ 599 ยูโร (ประมาณ 21,600 บาท) มี 2 สีให้เลือกได้แก่ Onyx Black และ Sapphire Blue

 

Mi 9 - สมาร์ทโฟนเรือธงที่มาพร้อมกล้อง AI triple camera

Mi 9 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงตัวแรกจากเสียวหมี่ที่มาพร้อมกับกล้องหลัง AI triple camera ซึ่งมีกล้องหลักที่ใช้เซนเซอร์ ถ่ายภาพความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิเซล ของ Sony IMX586 ด้วยขนาดเซนเซอร์ที่ใหญ่ ½” ผู้ใช้สามารถเลือกถ่ายภาพ ที่ความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล หรือปรับเปลี่ยนให้ถ่ายภาพได้สวยใสและสว่างขึ้นในสภาพแสงน้อยได้ โดย Mi 9 จะรวม พิกเซลจาก 4 เป็น 1 เพื่อเพิ่มขนาดพิกเซลต่อจุดให้ใหญ่ขึ้นเป็น 1.6 μm ซึ่งจะรับแสงได้ไวกว่าเดิม โดยตัว AI triple camera นี้จะประกอบไปด้วยกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล กล้องอัลตร้าไวด์ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และกล้องเทเลซูม 12 ล้านพิกเซล ทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี ผ่านการทดสอบจาก DxOMark เว็บไซต์ชื่อดังด้านการทดสอบ อุปกรณ์ถ่ายภาพ ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่กล้องดีที่สุดที่มีคะแนนมาเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งทำคะแนนไปได้ถึง 107 คะแนน นอกจากนี้ยังทำ คะแนนด้านการถ่ายวิดีโอมากถึง 99 คะแนน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งจากการจัดอันดับของ DxOMark อีกด้วย

การออกแบบดีไซน์ใน Mi 9

Mi 9 มีดีไซน์ฝาหลังแบบโค้งมนรอบด้าน ทำให้สามารถจับถือได้ถนัดและสบาย ใช้กระบวนการขั้นสูงในการลงสีให้ฝาหลัง จนได้สีรุ้งแบบ Holographic ระยิบระยับสะกดตา แตกต่างในทุกครั้งที่หยิบจับขึ้นมามอง ดีไซน์แบบโค้งมนรอบด้านนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมากจากสถาปนิกชื่อดัง Antoni Gaudi และได้รับการรับรองจากสถาบัน The Gaudi Academia of Knowledge

“ด้วยแรงบันดาลใจจากงานของ Antoni Gaudi ทำให้ Mi 9 รวมเอาการตกกระทบของแสง การโค้งมนที่เรียบเนียน และดึงเอาส่วนประกอบจากส่วนต่าง ๆ ของธรรมชาติมาสร้างสรรค์เป็นงานระดับมาสเตอร์พีซ ที่แสดงออกให้เห็นถึง ความสวยงามขั้นสุด” Carlos Canals Roura, ประธานของ The Gaudi Academia of Knowledge ได้กล่าวชื่นชม Mi 9

ด้านหน้าของ Mi 9 ได้เลือกใช้การแสดงผลของ Samsung AMOLED Dot Drop ที่มีขนาดหน้าจอ 6.39 นิ้ว สัดส่วน 19.5:9 และภายใต้หน้าจอนี้จะมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือรุ่นใหม่ที่ถูกพัฒนาเพิ่มเติมให้สามารถปลดล็อคได้รวดเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 25%

Mi 9 จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศยุโรป ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 449 ยูโร (ประมาณ 16,200 บาท) สำหรับรุ่น 6GB+64GB และราคา 499 ยูโร (ประมาณ 18,000 บาท) สำหรับรุ่น 6GB+128GB มี 3 สีให้เลือก ได้แต่ สีดำ Piano Black, น้ำเงิน Ocean Blue, และม่วง Lavender Violet

 

Mi LED หลอดไฟอัจฉริยะ

เสียวหมี่ ยังมีการเปิดตัวหลอดไฟอัจฉริยะ Mi LED เพิ่มเติมระหว่างการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ สามารถปรับเปลี่ยนสี ได้มากถึง 16 ล้านสี เพิ่มลดอุณหภูมิและความสว่างของแสง ได้โดยการควบคุมผ่านแอป Mi Home ซึ่งทำงานร่วมกับ Google Assistant และ Amazon Alexa ได้ และเตรียมรองรับ Apple Home Kit ภายในไตรมาสที่สองของปี 2019 อีกด้วย

หลอดไฟ Mi LED ได้เปิดวางจำหน่ายแล้วในยุโรปที่ราคา 19.9 ยูโร (ประมาณ 720 บาท)

Mi Explorers

ด้วยความที่เสียวหมี่เป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้เป็นหลักมากที่สุดในโลกบริษัทหนึ่ง เสียวหมี่ได้พัฒนาวัฒนธรรม ของคอมมิวนิตี้ได้อย่างมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และมี Mi Fans อยู่ทั่วทุกมุมโลก โดยโครงการ Mi Explorers นี้เป็นหนึ่งใน โครงการที่สำคัญที่สุดสำหรับโปรเจกต์ Mi Fan initiative โดยจะทำการคัดเลือก Mi Fans ให้ได้รับสิทธิพิเศษเข้าถึง อุปกรณ์ใหม่ล่าสุด และสามารถให้คำติชมโดยตรงเกี่ยวผลิตภัณฑ์ต่อทีมพัฒนา เพื่อนำมาปรับปรุงคุณภาพต่อไป โดยในงานนี้ทางเสียวหมี่ได้คัดเลือก Mi Fans ทั้งหมด 20 ราย จากสเปน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อิตาลี โปแลนด์ และยูเครน ให้ได้เข้าร่วมจับ Mi 9 ก่อนใคร และนำพาพวกเค้าเหล่านี้ไปร่วมงานเปิดตัว Global Launch ในเมือง Barcelona ประเทศสเปน รวมถึงงาน Mobile World Congress 2019 ในครั้งนี้ด้วย

บียอน บุกตลาดมือถือในงาน Thailand Mobile Expo 2019

นายฐาคณิษฐ์ พรทองประเสริฐ (กลาง) ประธานกรรมการบริษัท พี.ที.อี. อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด เจ้าของแบรนด์บียอน (Beyond) โทรศัพท์มือถือคุณภาพแบรนด์คนไทย ในราคาจับต้องได้ นำทีมออกบูธ ในงาน "Thailand Mobile Expo 2019" (TME) แนะนำสมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ อาทิ บียอนเจน บียอนเคิร์ฟ บียอนแม็กซ์ เป็นต้น พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ “ซื้อสมาร์ทโฟนในงานรับทันทีบัตร VIP ตลอดชีวิต” นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมคืนกำไรด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 50 % ซึ่งมีลูกค้าให้ความสนใจเข้าเยี่ยมชมบูธเป็นจำนวนมาก ณ ศูนย์แสดงสินค้าไบเทคบางนา กรุงเทพฯ

เทคนิคถ่ายเซลฟี่ให้สวยสไตล์ออเนอร์

เดือนกุมภาพันธ์ สถานที่หลายๆแห่ง มีการตกแต่งให้เข้ากับเทศกาล ทั้งตรุษจีน และเทศกาลแห่งความรักอย่างวาเลนไทน์ ไปที่ไหนก็น่าถ่ายรูปแล้วโพสต์โชว์ทั้งนั้น  วันนี้ ออเนอร์ จึงมีเทคนิคง่ายที่ใช้ได้จริงใน การถ่ายเซลฟี่ให้ปังกว่าใคร มาแนะนำกัน

  1. ถ่ายในที่แสงไฟเพียงพอ และใช้ทิศทางของแสงให้เป็นประโยชน์

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการถ่ายรูปอย่างหนึ่งก็คือแสง  หากถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย จะทำให้ภาพออกมามืดเกินไป ดูหม่นหมอง แสงที่ดีที่สุด เหมาะกับการถ่ายเซลฟี่ก็คือ แสงจากธรรมชาติหรือแสงจากหลอดไฟสีส้มจะช่วยทำให้ผิวออกมาเนียนสวย กลับกันสิ่งที่ไม่แนะนำเลย คือแสงจากแฟลชที่สาดเข้ามาตรงๆ เพราะจะทำให้ทุกอย่างดูหลอก แถมยังจะไปเน้นจุดบกพร่องของผิว อย่างเช่นสิว หรือว่าริ้วรอยบนใบหน้าอีกด้วยนะ หรือถ้าต้องการแสงจริงๆ ให้ลองเปลี่ยนมาใช้ไฟวงแหวนเซลฟี่ดูรับรองว่าแสงจะออกมาเนียนธรรมชาติแถมทำให้ดวงตาดูมีประกาย โดดเด่น ชวนหลงใหลมากขึ้น

 

  1. มองเหนือกล้องขึ้นไปอีกนิด

เวลาถ่ายรูป ทุกๆคนมักจะมองไปที่เลนส์กล้องของสมาร์ทโฟน แต่จริงๆแล้วการตั้งใจมองไปที่กล้องมากเกินไป ทำให้ตาเราดูโตเกินไปจนดูปลอม วิธีการที่จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นก็คือ การมองขึ้นไปเหนือบริเวณเลนส์ด้านหน้านิดหนึ่ง จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงเงาจากขนตาที่จะสะท้อนลงมาบดบังบางส่วนของใบหน้าสำหรับคนที่ขนตายาวอีกด้วย

 

  1. ใช้อวัยวะบางส่วนปิดหน้า

สำหรับคนที่กลัวถ่ายเซลฟี่แล้วหน้าใหญ่ ปัญหานี้จะหมดไปด้วยการใช้อวัยวะบางส่วนอย่าง มือ เส้นผม หรือแขนมาประกอบท่าโพสต์ เช่น จัดให้บางส่วนของผมปิดจุดที่ต้องการซ่อน หรือทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง  หรืออาจใช้มือ ปิดบางส่วนของหน้า เพื่อพลางส่วนที่ไม่ชอบ

 

  1. ฉากหลังสีอ่อน ดึงความโดดเด่นให้ภาพได้มากขึ้น

ภาพเซลฟี่จะดูสวย ไม่รกตา และโด่ดเดนมากขึ้นด้วยฉากหลังสีอ่อน เพราะเมื่อแสงจากธรรมชาติสะท้อนเข้ากับฉากหลังแล้ว จะทำให้ภาพดูสว่างมากขึ้น  และยังช่วยลดเงาที่เกิดจากการตกกระทบไม่ทั่วถึงของแสงอีกด้วยนะ แต่ถ้าหากอยู่ในสถานการณ์ที่กำหนดฉากหลังไม่ได้ ฟังก์ชั่นการเบลอฉากหลังของสมาร์ทโฟนก็เป็นสิ่งที่ประโยชน์มากๆอีกวิธีหนึ่ง

 

  1. หัดใช้ฟังก์ชั่นเซล์ฟไทม์เมอร์ให้คล่อง

สมาร์ทโฟนเกือบทุกรุ่นคงมีฟังก์ชั่นเซล์ฟไทม์เมอร์มาพร้อมกับกล้องอยู่แล้ว ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์มากสำหรับการเซลฟี่ เพราะช่วยไม่ให้ภาพเบลอจากการถือและกดชัตเตอร์ไปพร้อมกัน  แล้วยิ่งถ้าคุณสามารถใช้ฟังก์ชั่นเซล์ฟไทม์เมอร์ตั้งเวลาแล้วนำสมาร์ทโฟนไปวางในที่ต่างๆเพื่อถ่ายภาพให้ได้มุมแปลกตาเหมือนมีคนถ่ายให้ หรือ เซล์ฟฟี่แบบเต็มตัวดูบ้าง รับรองว่าต้องได้ภาพที่ออกมาเก๋ เรียกยอดไลค์ได้เยอะสุดๆไปเลย  

  1. ใช้สมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชั่นเหมาะกับการเซลฟี่

โทรศัพท์มือถือรุ่นที่มีกล้องหน้าคมชัด และมีฟังก์ชั่นช่วยปรับแสงและความสว่าง ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้รูปภาพเซลฟี่ของคุณดูสวยไม่เหมือนใคร ออเนอร์ขอแนะนำ HONOR 10 lite ซึ่งมีฟังก์ชั่น AI มากับกล้องหน้าความละเอียด 24ล้านพิกเซล ช่วยเพิ่มความสดใส โดดเด่น และมีมิติ ให้ผิวของคุณดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยฟังก์ชั่น AI Beauty  ที่สามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าได้ตามสีผิว และอายุของผู้ใช้งาน  นอกจากนี้ ยังมี 3D Portrait Lighting เอฟเฟกต์แสงสตูดิโอ 5 รูปแบบ เพิ่มลูกเล่นให้ภาพเซลฟี่ของคุณดูสวย มีสเน่ห์ ยังไม่รวมถึงลูกเล่น AR Camera ที่มาพร้อมกับกล้อง เพิ่มความสนุกสนาน เปลี่ยนภาพเซลฟี่ของคุณให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โพสต์ที่ไหนก็ปังทั้งนั้น 

HONOR 10 Lite วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคาเริ่มต้นที่ 6,490 บาท โดยมาพร้อมสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีฟ้าสกายบลู (Sky blue), สีน้ำเงินเข้ม (Sapphire blue) และสีดำ (Midnight black) ผ่านช่องทาง Lazada( https://bit.ly/2HHUbGI ) และร้านค้าตัวแทนจำหน่าย CSC และร้านค้า HONOR Shop สาขา MBK Center ชั้น 5

Page Visitor

035132298
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
8032
57389
327039
1377014
1731519
35132298
Your IP: 54.204.73.51
2022-01-29 04:48