กลุ่ม KTIS เซ็นเอ็มโอยูความร่วมมือทางวิชาการ 3 หน่วยงาน ผนึก สอน.-มจพ.-สมาคมชาวไร่อ้อยเขต 11 นครสวรรค์ มุ่งพัฒนาชาวไร่อ้อยตามโครงการ Smart Farming

กลุ่ม KTIS ลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับ 3 หน่วยงาน ผนึก สอน. – มจพ. และสมาคมชาวไร่อ้อยเขต 11 นครสวรรค์ เดินหน้าพัฒนาชาวไร่อ้อยตามโครงการ Smart Farming สำหรับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย เผยเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริม และผลักดันให้ชาวไร่อ้อยใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์สำหรับการเพาะปลูกครบวงจร มั่นใจช่วยลดต้นทุน เพิ่มศักยภาพการผลิต เพื่อให้ได้อ้อยพันธุ์ดีมีคุณภาพสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกลุ่ม KTIS ที่ต้องการสร้างความมั่งคั่งให้ชาวไร่อ้อยอย่างยั่งยืน

นายณัฎฐปัญญ์ ศิริวิริยะกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจร เปิดเผยว่า กลุ่ม KTIS และสมาคมชาวไร่อ้อยเขต 11 นครสวรรค์ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เพื่อร่วมกันขยายขอบข่ายความร่วมมือการพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการในไร่อ้อย การพัฒนาทางวิชาการ การพัฒนาด้านพันธุ์อ้อย และการพัฒนาบุคลากร ภายใต้โครงการ “การเพิ่มศักยภาพการผลิตอ้อยมุ่งสู่ Smart Farming”

สำหรับโครงการ Smart Farming เป็นโครงการที่ สอน.กำหนดแนวทางสนับสนุนการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยชาวไร่อ้อยในการบริหารจัดการไร่ ทั้งกระบวนการปลูกอ้อย ตั้งแต่การเตรียมดิน ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยจะมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการวิเคราะห์และแนะนำการเพาะปลูกแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะเป็นโครงการที่เข้าถึงเกษตรกรชาวไร่อ้อยได้อย่างแท้จริงผ่านกลุ่มเกษตรกรต้นแบบ ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว กลุ่ม KTIS จะร่วมดำเนินโครงการในฐานะโรงงานน้ำตาลซึ่งมีระบบการส่งเสริมสนับสนุนการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีให้แก่กลุ่มเกษตรกรรายย่อย โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี

นายณัฎฐปัญญ์ กล่าวด้วยว่า ทั้ง 4 ฝ่ายจะร่วมกันภายใต้กรอบกิจกรรม 3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัย และการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล เพื่อสร้างบุคลากรในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย รวมถึงการสนับสนุนด้านสถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์และห้องปฏิบัติการเพื่อดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว และความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมความรู้ด้านวิชาการ เทคโนโลยีด้านการจัดการในไร่อ้อย และพันธุ์อ้อยพันธุ์ดี

ทั้งนี้ กลุ่ม KTIS จะให้การสนับสนุนด้านสถานที่ ข้อมูล การนำไปทดสอบใช้ รวมถึงการส่งเสริมและการประชาสัมพันธ์ ขณะที่สมาคมชาวไร่อ้อยเขต 11 นครสวรรค์ จะสนับสนุนด้านข้อมูล รวมถึงประชาสัมพันธ์สู่ชาวไร่อ้อย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จะสนับสนุนด้านบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์และห้องปฏิบัติการ โดย สอน.จะสนับสนุนด้านงบประมาณ

“กลุ่ม KTIS มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว เนื่องจากสอดคล้องกับปณิธานของกลุ่ม KTIS “ชาวไร่อ้อยมั่งคั่ง กลุ่ม KTIS มั่นคง” ที่ต้องการพัฒนาเกษตรกรชาวไร่อ้อยให้มั่งคั่งอย่างยั่งยืน ทั้งการสนับสนุนด้านความรู้ เทคโนโลยี และอื่นๆ ซึ่งมั่นใจว่า โครงการ Smart Farming ภายใต้การผลักดันของ สอน. จะทำให้ชาวไร่อ้อยสามารถบริหารจัดการเพื่อรองรับการเพาะปลูกอ้อยในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่สมัยใหม่ รวมถึงสามารถจัดทำแผนที่เพาะปลูกและคำนวณต้นทุนการเพาะปลูกได้ผ่านระบบ Web Application ซึ่งจะทำให้ชาวไร่อ้อยพัฒนาไปสู่การเป็น Smart Farmer อย่างแท้จริง” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม KTIS กล่าว

ก่อนที่จะตกลงใจนำ “โรงเรียนนานาชาติเบซิส” มาเปิดเมืองไทย “เพ็ญศิริ ทองสิมา ทายาทเจ้าของโรงพยาบาลนครธน เดินทางไปศึกษาดูงานจนมั่นใจว่าหลักสูตรของเบซิสนั้นตอบโจทย์เด็กไทยยุคใหม่ โดยเฉพาะแนวคิดการสอนที่มุ่งพัฒนาทักษะรอบด้านโดยบูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ควบคู่การเรียนรู้ด้านศิลปศาสตร์ ทำให้นักเรียนมีความรู้หลากหลาย ซึ่งล่าสุดได้เคลียร์พื้นที่ย่านพระราม 2 กว่า 22 ไร่ สร้างโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ เรียบร้อยแล้ว เตรียมพร้อมเปิดสอนตั้งแต่อนุบาล-เกรด 5 ในเดือนสิงหาคมนี้ ถือว่าเป็นข่าวดีของคนที่มองหาโรงเรียนอินเตอร์ให้ลูกหลาน เพราะเครดิตของเบซิสนั้นไม่ธรรมดา เป็นโรงเรียนอันดับ 1 ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในอเมริกาเลยทีเดียว

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมกับ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จัดพิธีเปิด “ฝายน้ำเหมย” ณ เมืองลิน จังหวัดท่าขี้เหล็ก แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง 

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมกับ จังหวัดท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จัดพิธีเปิด “ฝายน้ำเหมย” เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งให้ชาวบ้านและเกษตรกรได้มีน้ำใช้ตลอดปี พร้อมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป โดยมีส่วนราชการ, สำนักงาน ป.ป.ส., ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมงานมากมาย ณ เมืองลิน จังหวัดท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ 

หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า การสร้าง “ฝายน้ำเหมย” เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของชาวเมืองลิน โดยมี มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ให้องค์ความรู้ คำแนะนำเชิงเทคนิค และสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ โดยใช้หลักการพัฒนาแบบ “ศาสตร์พระราชา” มุ่งเน้นการแก้ปัญหาโดยมี “คน” เป็นศูนย์กลาง ให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การระบุปัญหา ระบุความต้องการ รวมไปถึงร่วมออกแบบ และดำเนินกิจกรรมพัฒนาด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความเป็นเจ้าของ สามารถต่อยอดและขยายผลการพัฒนาต่อไปได้ด้วยตนเอง แม้ว่าโครงการจะสิ้นสุดลงก็ตาม จนสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ชาวบ้านเมืองลินประสบมาเป็นระยะเวลาหลายปี และในช่วงน้ำแล้งยังสามารถกักเก็บน้ำให้ชาวบ้านนำไปใช้อุปโภคบริโภค ตลอดจนได้ใช้ในการเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิต เพิ่มจำนวนรอบปลูกได้มากขึ้น ส่งผลให้มีรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลเมียนมา ให้เข้ามาดำเนินงานโครงการพัฒนาทางเลือก ในประเทศเมียนมา ตั้งแต่ปี 2002 และมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ตั้งแต่โครงการพัฒนาที่บ้านหย่องข่า จังหวัดเมืองสาด รัฐฉาน (2002-2005), อำเภอเยนันชอง ภาคมะกวย (2011-2017),  จังหวัดท่าขี้เหล็กและเมืองสาด รัฐฉาน (2013-2017), ปัจจุบัน มี 2 พื้นที่คือ หนองตะยา จังหวัดตองยี และ เมืองโก, เมืองลิน, เมืองแฮ จังหวัดท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน

“จ๊อบไทย” อบรมเอชอาร์ยุคใหม่

จ๊อบไทย (JobThai) ผู้ให้บริการหางาน สมัครงาน ออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย ร่วมกับ โมทีฟ ทาเลนท์ (MotiveTalent) จัดงาน “Human Reset Series EP.2 : Becoming Agile Organization” การอบรมเพื่อคนทำงานด้านทรัพยากรบุคคล อาทิ การสร้างวัฒนธรรมในองค์กร การคัดเลือกคนเข้ามาร่วมทีม กระบวนการทำงานของ Agile team ตลอดจนการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิด productivity มากที่สุด โดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาหน่วยนวัตกรรมและการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันจากองค์กรชั้นนำของไทย ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ WeWork ชั้น 27 อาคาร Asia Centre เมื่อเร็ว ๆ นี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ จ๊อบไทย (JobThai) โทรศัพท์ 02-353-6900 หรือเข้าไปที่ www.jobthai.com

กลุ่มบริษัท ช.การช่าง ถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

กลุ่มบริษัท ช.การช่าง นำโดย ดร.สุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัทในเครือและพนักงาน เชิญแจกันดอกไม้ไปถวายหน้าพระฉายาลักษณ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และลงนามถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ในเร็ววัน ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อเร็วๆ นี้