APCO เผยแพร่นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยสารสกัดจากพืชกินได้ ในงาน วทท. ครั้งที่ 44

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) (APCO) รับมอบของที่ระลึกจาก รศ.ดร. สายวรุฬ ชัยวานิชศิริ ประธานจัดการประชุมวทท. ครั้งที่ 44 เนื่องในโอกาสขึ้นบรรยายพิเศษหัวข้อ “นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด HIV/AIDS และมะเร็งด้วยสารสกัดจากพืชกินได้” พร้อมออกบูธแสดงผลงานวิจัย ในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 44 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เมื่อเร็วๆนี้

Bangkok Bank CycleFest 2018 ส่งต่อความสนุกสนานจากพัทยาสู่เชียงใหม่
ด้วยกิจกรรม “The Ultimate Experience in Chiang Mai”

ภาพข่าว: ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ (ที่ 5 จากซ้าย) กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และ นายชัยณรัตน์ สุชนวณิช (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการภาคเหนือ 1 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป “Bangkok Bank CycleFest 2018 - The Ultimate Experience in Chiang Mai” ณ อัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ เพื่อนำเสนอเทคนิคการปั่นจักรยานอย่างมีประสิทธิภาพและให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งจำเป็น และเทรนด์ใหม่สำหรับอุปกรณ์จักรยานแก่ลูกค้าธนาคารกรุงเทพ โดยมีวิทยากรได้แก่ โค้ชเจเจ จอห์น แอนโทนี่ เบนเนท โค้ชจักรยานมืออาชีพจากอังกฤษ, ชินธิป บุญโชคหิรัญเมธา เจ้าของแบรนด์จักรยาน Nich Cycling, และ มิ้นท์-วณิชชา กาญจนอภิรักษ์ แชมป์ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รายการ International Angel Challenge 2018

เชียงใหม่ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของ Bangkok Bank CycleFest 2018 โปรแกรมการแข่งขันจักรยานระดับนานาชาติที่สร้างสรรค์เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด ‘Ride for All’ จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป Bangkok Bank CycleFest 2018 - The Ultimate Experience in Chiang Mai” ณ อัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ เพื่อส่งต่อประสบการณ์ความสนุกสนานของกิจกรรมปั่นจักรยาน ให้กับลูกค้าคนสำคัญของธนาคารกรุงเทพในเขตพื้นที่ภาคเหนือ โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายชัยณรัตน์ สุชนวณิช ผู้จัดการภาคเหนือ 1 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  นำทีมผู้บริหารสาขาในพื้นที่ให้การต้อนรับลูกค้าผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 80 ท่าน

กิจกรรมเวิร์กช็อปหนึ่งวันเต็มครั้งนี้ถูกจัดขึ้น เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของพื้นฐานการขี่จักรยานอย่างปลอดภัย และแนวทางการใช้จักรยานในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับหัวข้อในการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปที่สอดคล้องกับชุมชนนักปั่นจักรยานในเมืองไทย วิทยากรภายในงานได้แก่ โค้ชเจเจ จอห์น แอนโทนี่ เบนเนท โค้ชจักรยานมืออาชีพจากอังกฤษ เบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาทีมชาติไทย, ชินธิป บุญโชคหิรัญเมธา เจ้าของแบรนด์จักรยาน Nich Cycling, และ มิ้นท์-วณิชชา กาญจนอภิรักษ์ แชมป์ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รายการ International Angel Challenge 2018 ซึ่งมานำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งจำเป็นและเทรนด์ใหม่สำหรับอุปกรณ์จักรยาน เคล็ดลับการดูแลรักษาเพื่อให้จักรยานอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน หลักการขี่จักรยานอย่างปลอดภัย เทคนิคการปั่นอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา และการตั้งเป้าหมายเพื่อการปั่นจักรยานที่ดีขึ้น

หลังจากฟังบรรยายในหัวข้อที่มีประโยชน์เหล่านี้แล้ว จะเป็นกิจกรรมการปั่นจักรยาน ซึ่งผู้เข้าร่วมสามารถเลือกได้ 4 ระยะทาง ได้แก่ 10, 20, 30 หรือ 40 กิโลเมตร จุดปล่อยตัว คือ สนามอัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ ไปตามเส้นทางเลียบคลองชลประทานบนถนนทางหลวงชนบท 2047 มุ่งหน้าอ่างเก็บน้ำแม่ตีบ แล้วเลี้ยวกลับตัวมายังเส้นชัยที่สนามอัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้รับของที่ระลึกสุดพิเศษ ได้แก่ เสื้อปั่นจักรยาน Bangkok Bank CycleFest, กระเป๋าเป้พับได้ และผ้าไมโครไฟเบอร์ขนาดพกพาอีกด้วย

“กิจกรรม The Ultimate Experience in Chiang Mai ถือเป็นโอกาสอันดียิ่งสำหรับธนาคารในการกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับลูกค้าคนพิเศษของเรา และนำเสนอประสบการณ์ที่ดีกับนักปั่นมืออาชีพให้แก่ลูกค้าของเราที่รักการปั่นจักรยาน” ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าว “นอกเหนือจากการส่งเสริมและสนับสนุนบริการที่เรามอบแก่ลูกค้าของเราแล้ว งาน Bangkok Bank CycleFest 2018 ยังเป็นการมอบประโยชน์แก่ชุมชน เนื่องจากกีฬาปั่นจักรยานถือเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ ซึ่งช่วยเสริมสร้างพลานามัยและสุขภาพจิตที่ดีแก่นักปั่นทุกคน”

ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กล่าวเสริมว่า “ธนาคารกรุงเทพขอเชิญชวนนักปั่นทุกระดับให้มาสนุกสนานร่วมกันในงานการแข่งขันจักรยานระดับนานาชาติ Bangkok Bank CycleFest 2018 ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน โดยเป็นการแข่งขันในสนามปิดที่มีความปลอดภัยสูง และมีประเภทการปั่นให้เลือกหลายประเภทตามเป้าหมายของแต่ละคน ตั้งแต่การปั่นจับเวลาประเภทบุคคล การปั่นแบบออฟโร้ดอันแสนท้าทาย หรือการปั่นเพื่อออกกำลังกายสไตล์ Fun Ride ไปจนถึงการปั่นแบบทีม เพื่อให้ทุกคนได้มาสนุกสนานร่วมกันตามแนวคิด ‘Ride for All’”

งาน Bangkok Bank CycleFest 2018 กำหนดจัดระหว่างวันเสาร์ที่ 24 – วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ณ สยามคันทรีคลับ พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งนอกเหนือจากกิจกรรมปั่นจักรยาน ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมายในโซน Festival Village อาทิ เกม งานออกร้าน ร้านจำหน่ายอุปกรณ์จักรยาน และบูธอาหารและเครื่องดื่มมากมาย เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมชมร่วมเชียร์สามารถสนุกสนานกับกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน Bangkok Bank CycleFest 2018 ครั้งนี้ได้ตลอดทั้งวัน

เตรียมพบกับความสนุกสนานและท้าทายในสุดยอดมหกรรม
งานแข่งขันจักรยานนานาชาติแห่งปี Bangkok Bank CycleFest 2018!

เปิดรับสมัครถึงวันพุธที่ 21 พฤศจิกายน 2561 นี้ เท่านั้น

มหกรรมการแข่งขันจักรยาน Bangkok Bank CycleFest ครั้งที่ 2 เตรียมกลับมาสร้างความสนุกสนาน และความตื่นเต้นท้าทายอีกครั้งให้แก่นักปั่นทั้งมือสมัครเล่น และมืออาชีพ ในวันที่ 24-25 พฤศจิกายน 2561 นี้ ณ สยามคันทรีคลับ พัทยา โดยประเภทบุคคลทั่วไปและประเภทมาสเตอร์ มีผู้สมัครใกล้เต็มจำนวนแล้ว  สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรม ยังสามารถลงทะเบียนสมัครได้จนถึงวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ เพื่อที่จะไม่พลาดมหกรรมการแข่งขันจักรยานครั้งสำคัญแห่งปี!

มหกรรมการแข่งขันจักรยานนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วันในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมปั่นจักรยานแนวไลฟ์สไตล์สำหรับผู้คนทุกเพศทุกวัยภายใต้แนวคิด “Ride for All” เพื่อต้อนรับนักปั่นทุกระดับให้มาแข่งขันร่วมกันบนสนามแข่งขันแบบปิดระดับคุณภาพที่มีความปลอดภัย โดยสามารถเลือกประเภทการแข่งขันที่เหมาะสมกับเป้าหมายของแต่ละคน ทั้งการแข่งขันแบบจับเวลาได้ทั้งประเภทบุคคลซึ่งมีหลายระยะทางให้เลือก ประเภททีม ประเภทออฟโร้ด ไปจนถึงการปั่นแบบไม่จับเวลาสไตล์ฟันไรด์ นอกจากนี้ภายในงานยังมีโซน Festival Village นำเสนอกิจกรรมมากมาย ทั้งร้านค้าจำหน่ายอุปกรณ์จักรยาน ร้านอาหารและเครื่องดื่ม กิจกรรมเกมชิงของรางวัลต่างๆ และการแสดงดนตรี ภายใต้บรรยากาศที่สนุกสนานรื่นเริงเพื่อให้ผู้ที่มาร่วมชมร่วมเชียร์สนุกสนานเพลิดเพลินได้ตลอดทั้งวัน ยิ่งไปกว่านั้น ผู้สมัคร Bangkok Bank CycleFest 2018 ทุกท่านยังมีสิทธิ์จับสลากลุ้นรางวัลใหญ่ ตั๋วเครื่องบินฟรีสำหรับ 2 ท่าน บินตรงสู่ปารีส พร้อมห้องพัก 4 คืน เพื่อร่วมชมการแข่งขันจักรยานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก Tour De France 2019 ณ ประเทศฝรั่งเศส

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม Bangkok Bank CycleFest  2018 ยังจะได้รับชุดกิจกรรมการแข่งขันสำหรับนักปั่นจักรยานมูลค่ามากกว่า 2,000 บาท ประกอบด้วยกระเป๋ากันน้ำ เสื้อปั่นจักรยานแบบพิเศษ หมวกนักปั่น Bib และชิปจับเวลา แอปพลิเคชั่นสำหรับการเข้าดูระยะเวลาและข้อมูลการแข่งขัน เหรียญรางวัลเมื่อจบการแข่งขัน คูปองอาหารและเครื่องดื่มเพื่อใช้ในวันแข่ง คูปองส่วนลดสำหรับเข้ารับบริการด้านจักรยานมูลค่า 800 บาท ประกาศนียบัตรแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-certificate) เมื่อจบการแข่งขัน และประกันอุบัติเหตุพื้นฐานจากกรุงเทพประกันภัย

สำหรับงาน Bangkok Bank CycleFest 2018 ยังได้มีการเปิดตัวแอปพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟนเพื่อมอบประโยชน์มากมายให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ที่สามารถติดตามและบันทึกข้อมูลการปั่นจักรยานของผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนได้แบบเรียลไทม์

ประเภทการแข่งขัน

วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561

07.00 น. CycleFest Master                         62 กิโลเมตร (4 รอบ)

10.30 น. CycleFest Open                           62 กิโลเมตร (4 รอบ)

14.00 น. CycleFest Classic                          46.5 กิโลเมตร (3 รอบ)

 

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2561

07.00 น. Pattaya Sprint                             31 กิโลเมตร (2 รอบ)

07.15 น. Off Road Challenge                      40 กิโลเมตร (2 รอบ)

10.30 น. “Charity” Fun Ride                        12 กิโลเมตร (2 รอบ)                                 

13.00 น. CycleFest Team Time Trial               46.5 กิโลเมตร (3 รอบ)

อย่าพลาดโอกาสสำคัญของนักปั่นทุกคน! สมัครได้ที่เว็บไซต์ www.BangkokBankCycleFest.com หมดเขต 21 พฤศจิกายน 2561 นี้ เท่านั้น

ANYTIME FITNESS ขยายสาขาในประเทศไทย เดินทางสู่การมีสุขภาพดีได้ง่ายกว่าที่เคย

Anytime Fitness กำลังเติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทย จากจุดเริ่มต้นในกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้มีสาขาที่เปิดให้บริการทั้งหมด 4 สาขาและกำลังจะเปิดเพิ่มอีก 1 สาขาในเร็วๆ นี้ ด้วยความตั้งใจของ Anytime Fitness ที่พร้อมจะทลายทุกข้อจำกัดเพื่อนำทุกคนไปสู่การมีสุขภาพที่ดี

ด้วยภารกิจแน่วแน่ที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมการออกกำลังกายในประเทศไทยด้วยรูปแบบธุรกิจฟิตเนสที่ทันสมัย มีความสะดวกสบาย และเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคหลักของคนส่วนใหญ่ที่ไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย และด้วยเป้าหมายในการสร้างฟิตเนสที่พร้อมให้บริการในทุกๆ แห่ง ทำให้ปัจจุบัน Anytime Fitness มีข้อได้เปรียบจากการเข้าถึงในทุกพื้นที่ชุมชนของกรุงเทพมหานคร รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศไทยเร็วๆ นี้

4 คลับในปัจจุบัน และกำลังเปิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยจำนวนคลับที่เปิดให้บริการในขณะนี้ ทั้งหมด 4 สาขาได้แก่ ลุมพินี (Lumphini), เควิลเลจ (K Village), ปากเกร็ด (Pakkred) และ นางลิ้นจี่ (Nanglinchee Market Place Mall) และเร็วๆ นี้จะเปิดให้บริการเพิ่มที่ อัมรินทร์พลาซ่า (Amarin Plaza) นอกจากนี้ Anytime Fitness ยังช่วยเหลือและสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการนำทุกคนไปสู่การมีสุขภาพที่ดี ซึ่งแตกต่างกับยิมทั่วไป Anytime Fitness ให้ประสบการณ์ที่คุ้มค่าและเรียบง่ายแก่สมาชิกทุกคน โดยในแต่ละยิมจะมีอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งหมดพร้อมกับการให้ความช่วยเหลือ โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเผชิญความกดดันในการถูกขายคอร์ส หรืออัพเกรดราคาสมาชิกเพิ่มเติมเพื่อใช้บริการพิเศษต่างๆ รวมไปถึงการออกกำลังกายแบบคลาสเป็นกลุ่มที่สมาชิกทุกคนสามารถเข้ามาใช้บริการได้ฟรีอีกด้วย

Anytime Fitness เป็นสถานที่ที่มีความหลากหลายและครอบคลุมทุกด้าน โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนให้คนไทยบรรลุเป้าหมายในด้านการออกกำลังกายของแต่ละคน ด้วยอุปกรณ์ที่มีคุณภาพระดับโลก ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของบุคลากร และการต้อนรับด้วยบรรยากาศที่แสนอบอุ่นแบบไทยๆ ในราคาย่อมเยาสบายกระเป๋า

พร้อมกันนี้ทั้ง 4 สโมสรมีพนักงานที่เป็นมิตรคอยให้การช่วยเหลือและคำแนะนำแก่เหล่าสมาชิกทุกคน ทำให้พวกเขารู้สึกดีกับสังคมหรือชุมชนที่เกิดขึ้นภายในยิม ซึ่งสมาชิกแต่ละคนจะสามารถสัมผัสประสบการณ์ที่ดี และความเป็นหนึ่งเดียวได้ตั้งแต่เริ่มก้าวเท้าเข้ามาที่ประตูของ Anytime Fitness

ทำเลที่ตั้งของคลับ

Anytime Fitness เป็นสถานที่ออกกำลังกายของแหล่งชุมชน ด้วยทำเลที่ตั้งของสถานที่ นายบิลลี่ เพชช์ กรรมการผู้จัดการในเครือ Anytime Fitness กล่าวว่า "เราต้องการเข้าถึงทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา และด้วยอุตสาหกรรมการออกกำลังกายในประเทศไทย มีการปรับตัวในลักษณะที่แบรนด์ฟิตเนสทุกยี่ห้อพยายามมองหาและนำเสนอในสิ่งเดียวกัน แต่ Anytime Fitness จะนำเสนอสิ่งที่แตกต่างออกไปด้วยประสบการณ์ออกกำลังกายอันน่าทึ่งและความเป็นมิตรของบุคลากรเรา"

ในขณะที่กรุงเทพมหานครมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง การขยายธุรกิจไปยังเขตปริมณฑลและนอกเมืองย่อมที่จะเป็นไปได้ในอนาคต เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านภายใต้การดูแลของ Anytime Fitness Asia (เอเชีย) เป้าหมายของเราคือการขยายธุรกิจไปทั่วประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่คนส่วนใหญ่คาดไม่ถึง

อนาคตของ ANYTIME FITNESS

เว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Inc.com ได้ยกย่องให้ Anytime Fitness เป็น "แฟรนไชส์ฟิตเนสที่เติบโตเร็วที่สุด" ซึ่งหลังการก่อตั้งในปี 2002 ที่ผ่านมา Anytime Fitness ใช้เวลาเพียง 16 ปี สู่การมีโรงยิมมากถึง 4,000 แห่งทั่วโลก มีบริษัทอื่นเพียงแห่งเดียวที่สามารถมีจำนวนหน่วยแฟรนไชส์ได้ถึง 4,000 หน่วยโดยใช้เวลาที่เร็วกว่า แต่ก็น้อยกว่าสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ (.005%) ของแฟรนไชส์ทั้งหมดมี 4,000 หน่วย นอกจากนี้ตามข้อมูลของบริษัทวิจัยอิสระ (FRANData) Anytime Fitness เป็น 1 ใน 15 แฟรนไชส์ที่มีสาขาตั้งอยู่มากกว่า 30 ประเทศ

Anytime Fitness สาขาแรกของประเทศไทยเปิดตัวขึ้นที่กรุงเทพมหานครในปีที่ผ่านมาด้วยมุมมองการขยายตัวในเอเชีย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามีโรงยิมกว่า 500 แห่งที่เปิดให้บริการทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2020

ด้วยการเติบโตที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากทั่วโลก คลับที่มีการออกแบบใหม่ล่าสุดกำลังจะเปิดตัวขึ้นที่สาขา อัมรินทร์พลาซ่า(Amarin Plaza) โดย Anytime Fitness มีจุดมุ่งหมายในการสร้างความมั่นคงให้กับแบรนด์และมีชื่อเสียงทั่วโลกในอุตสาหกรรมฟิตเนส และเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับสมาชิกคลับที่จะเปิดขึ้นต่อไปในอนาคตทั้งหมดในประเทศไทย จะใช้การออกแบบรูปแบบใหม่ ซึ่งถือเป็นการก้าวสู่ยุคใหม่ของ Anytime Fitness

สมัครที่บาเซโลน่า แต่มาออกกำลังที่กรุงเทพฯ

หนึ่งในประโยชน์ของสมาชิก Anytime Fitness และผู้สนับสนุนที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว คือนโยบาย "เข้าใช้ที่ไหนก็ได้ (Anywhere Access)" ของแฟรนไชส์ ซึ่งสมาชิกสามารถเข้าใช้บริการห้องออกกำลังกาย Anytime Fitness โดยการสมัครสมาชิกเพียงครั้งเดียว แต่คุณสามารถใช้บริการได้ทุกสาขาทั่วโลกมากกว่า 4,000 สาขาโดยไม่ต้องเพิ่มราคา ซึ่งทำให้สมาชิกมีทางเลือกในการออกกำลังกายไม่เพียงแต่เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาเลือก (Anytime Fitness เปิดให้บริการทุกวัน/ตลอด 24 ชั่วโมง) แต่เป็นที่ใดก็ได้ที่พวกเขารู้สึกอยากออกกำลัง และด้วยสาขากว่า 50 รัฐในสหรัฐอเมริกาและกว่า 30 ประเทศทั่วโลก นโยบาย "เข้าใช้ที่ไหนก็ได้ (Anywhere Access)" นี้จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งในการลดต้นทุนและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยๆ หรือเดินทางอยู่เป็นประจำ

ติดตาม ANYTIME FITNESS เพื่ออัพเดตข่าวสารใหม่ๆ ได้ที่ www.anytimefitness.co.th
ค้นหาห้องออกกำลังกายของคุณและรับสิทธิเข้าใช้งานฟรี 3 วัน ที่ https://www.anytimefitness.co.th/find-gym/  

GUAVAPASS ฉลองครบรอบ 3 ปี แห่งความสำเร็จ

GuavaPass ฉลองครบรอบ 3 ปีแห่งการเติบโตแบบก้าวกระโดด จัดเต็มส่วนลดสุดพิเศษสำหรับสมาชิกใหม่ กิจกรรมฟิตเนสชาเลนจ์ให้สมาชิกปัจจุบันได้สนุกต่อเนื่องยาวนาน 6 สัปดาห์ พร้อมรับของรางวัลมากมายจาก Chope, Shopee, PurelyB และ GuavaPass

GuavaPass ผู้นำด้านการให้บริการคลาสฟิตเนสระดับพรีเมี่ยม ที่มีฐานลูกค้าอยู่ใน 12 เมืองใหญ่ทั่วโลก กำลังก้าวสู่ปีที่ 3 การให้บริการในกรุงเทพมหานคร ด้วยอัตราการเติบโตแบบไร้คู่แข่งกว่า 62% และเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จดังกล่าว GuavaPass ได้จัดการแข่งขัน ‘Be Like Tuck’ เป็นเวลา 6 สัปดาห์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นให้แก่สมาชิกปัจจุบัน พร้อมส่วนลดสุดพิเศษฉลองเดือนเกิดสำหรับลูกค้าใหม่ด้วยเช่นกัน

ปัจจุบัน GuavaPass คือคอมมูนิตี้ของกลุ่มคนรักสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและตะวันออกกลาง ให้บริการคลาสออกกำลังกายผ่านระบบการสมัครสมาชิกที่มีความยืดหยุ่น ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 1,390 บาท ก็สามารถเลือกสนุกกับคลาสออกกำลังกายระดับพรีเมี่ยมกว่า 100,000 คลาส ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็น HIIT, มวยไทย, พิลาทิส, โยคะ และอีกมากมาย จากฟิตเนสสตูดิโอกว่า 100 สาขาทั่วกรุงเทพฯ

คุณเบญญาภา เอื้อเฟื้อ ผู้จัดการทั่วไป GuavaPass กล่าวว่า “ตลอดการให้บริการในกรุงเทพฯ 3 ปีที่ผ่านมา เป็นการเดินทางที่แสนยอดเยี่ยม ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา พวกเราเห็นความเติบโตรวดเร็วกว่า 62% และในปีนี้อัตราการเติบโตเฉลี่ยแบบเดือนต่อเดือนอยู่ที่ 25% นับว่าน่าภูมิใจอย่างยิ่งที่เห็นธุรกิจเติบโตจากศูนย์ และทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในตลาดที่เทรนด์ฟิตยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้น เห็นได้ชัดว่า GuavaPass คือผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการพื้นที่ฟิตเนสและสุขภาพ และมีความเข้าใจในไลฟสไตล์การออกกำลังกายของสมาชิกอย่างแท้จริง ลูกค้าชาวไทยจะชื่นชอบการออกกำลังกายรูปแบบโยคะ พิลาทิส และ HIIT และวันอังคารในช่วงเวลา 18.00 น. เป็นวันออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมสูงสุด”

เพื่อฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 GuavaPass เน้นถึงสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุด นั่นคือ “สมาชิก” ‘Be Like Tuck’ คือชาเลนจ์ที่โดดเด่นและไม่เคยมีใครจัดมาก่อน มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบความพิเศษกลับคืนสู่กลุ่มลูกค้าผู้ใช้บริการสูงสุด เป็นกิจกรรมสำหรับคนธรรมดา สร้างขึ้นจากลูกค้าตัวจริง มีแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของพวกเขา แทนการจัดกิจกรรมกับอินฟลูเอ็นเซอร์ เซเลบริตี้ หรือนักกีฬาชื่อดัง คุณตั๊ก ธันย์ชนก อนุรักษ์ปราการ ตั้งแต่เริ่มเป็นสมาชิก GuavaPass นานกว่า 3 ปี เธอได้ออกกำลังกายมาแล้วกว่า 710 คลาส และเธอจะมาเป็นตัวแทนผู้นำชาเลนจ์การเปลี่ยนแปลงรูปร่างตลอด 6 สัปดาห์นี้

GuavaPass ขอเชิญสมาชิก เข้าร่วมกิจกรรม Be Like Tuck ที่จะนำคุณเป็นส่วนหนึ่งบนเส้นทางแห่งความฟิตตลอด 6 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม ถึง 26 พฤศจิกายน 2561 เปิดกว้างสำหรับผู้เล่นทุกระดับ เพียงแค่เป็นสมาชิกของ GuavaPass ด้วยกติกาแสนง่าย เพียงทำการจองและใช้บริการให้ครบ 3 คลาส ต่อ 1 สัปดาห์ ในฟิตเนสสตูดิโอที่ไม่ซ้ำกัน เท่านี้ก็จะได้รับรางวัลที่สุดพิเศษจากพันธมิตรที่ร่วมโครงการเช่น Chope, Shopee และ PurelyB รวมถึงสิทธิพิเศษจาก GuavaPass ทุกสัปดาห์ และลูกค้ากลุ่มที่ใช้บริการมากที่สุดจากแต่ละแห่งทั่วโลกจะมีโอกาสลุ้นรับรางวัลใหญ่ อาทิ GuavaPass เครดิต มูลค่า 50 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,619 บาท) พร้อมสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

คุณเบญญาภา กล่าวเพิ่มเติมว่า “อย่ารอจนถึงปีหน้าที่จะเริ่มออกกำลังกายและมีสุขภาพที่ดี เพียงลงทะเบียนร่วมกิจกรรม ‘Be Like Tuck’ ภายในวันที่ 16 ตุลาคมและร่วมกิจกรรมไปกับเรา ซึ่งนอกจากรางวัลพิเศษต่างๆที่น่าจูงใจแล้ว คุณยังจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรงและสามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามที่ตั้งใจไว้อีกด้วย”

ยิ่งไปกว่านั้น GuavaPass พร้อมจัดเต็มส่วนลดสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ในโอกาสฉลองครบรอบเดือนเกิด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ด้วยส่วนลด 30% ในเดือนแรก สำหรับสมาชิกที่สมัครใช้บริการไม่จำกัดจำนวนคลาสแบบ 3 เดือน ส่วนลด 50% ในเดือนแรก สำหรับสมาชิกที่สมัครใช้บริการไม่จำกัดจำนวนคลาสแบบ 6 เดือน ส่วนลด 30% สำหรับแพ็กเกจ 15 คลาส และส่วนลด 20% สำหรับแพ็กเกจ 10 คลาส

GuavaPass ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2558 ที่ประเทศสิงคโปร์ โดย เจฟฟรีย์ หลิว และ โรเบิร์ต แพคเตอร์ ได้ปฏิวัติวงการฟิตเนสและสุขภาพในภูมิภาค และเติบโตขึ้นจนเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง ด้วยการนำเสนอการออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบจากคลาสฟิตเนสที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี

ด้วยแพลตฟอร์มที่มีการคัดสรรแต่ละคลาสออกกำลังกายและสตูดิโอเป็นอย่างดี รวมถึงการทดสอบอย่างสม่ำเสมอจากทีมงาน ทำให้แน่ใจได้ว่าสมาชิก GuavaPass จะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้

GuavaPass มีพาร์ทเนอร์สตูดิโอที่เป็นที่นิยมต่างๆ ได้แก่ Divine Yoga, NewMoves, F45, The 1Derland และ SurfSet และยังคงสรรหาฟิตเนสสตูดิโอใหม่ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ออกกำลังกายที่สนุกและตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม

นอกจากนั้น สมาชิกยังสามารถใช้บริการ GuavaPerks ซึ่งเป็นระบบที่รวบรวมสิทธิประโยชน์สมาชิก เช่น สามารถเข้าใช้บริการสปาได้ที่ โรงแรมโซ โซฟิเทล และ โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ รวมถึงร้านอาหารและบริการชื่อดัง อาทิ Polpa, Benefit, Let's Relax, Health Land, honestbee, Paleo Robbie และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมรับข้อเสนอพิเศษต่างๆ ที่ครอบคลุมทั้งร้านอาหาร ความงาม และสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น Benefit, Health Land, honestbee, Let's Relax, Paleo Robbie, Polpa และอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าชม www.guavapass.com หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน GuavaPass

Page 1 of 2