ช.การช่าง ร่วมงานเสวนา “ก่อสร้างไทยกับ Thailand 4.0”

ดร.สุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมงานเสวนา ในหัวข้อ “ก่อสร้างไทยกับ Thailand 4.0” จัดโดยสมาคมอุตสาหกรรม ก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี นายอังสุรัสมิ์ อารีกุล นายกสมาคมฯ มอบโล่ เพื่อเป็นของที่ระลึก ณ ห้องฟินิกซ์ 1-2 เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆ นี้

‘ไทยน้ำทิพย์’ เผยโฉม ‘โลโก้ครบรอบ 60 ปี’ ผลงานเยาวชนไทย
เตรียมฉลองความสำเร็จบนเส้นทาง 60 ปีที่มอบความสดชื่นให้คนไทยในปี 2562

  • ผลงานของ “นายจักรภัทร ทาจันทร์” นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรังสิต คว้ารางวัลชนะเลิศ รับทุนการศึกษา 1 แสนบาท พร้อมเกียรติบัตร
  • กิจกรรมการประกวด ‘โลโก้ครบรอบ 60 ปี ไทยน้ำทิพย์’ เปิดโอกาสให้เยาวชนไทย ร่วมส่งผลงานออกแบบ สะท้อนความเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในเมืองไทย ทันสมัย เข้าถึงคนรุ่นใหม่

บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มโคคา-โคลา และผลิตภัณฑ์ในเครือ ‘เผยโฉมผลงานชนะเลิศการประกวดโลโก้ฉลองครบรอบ 60 ปี ไทยน้ำทิพย์’ มอบทุนการศึกษามูลค่ารวม 2 แสนบาท ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และการก้าวเข้าสู่ปีที่ 60 อย่างมั่นคงในปี 2562 โดยผลงานการออกแบบของนายจักรภัทร ทาจันทร์ จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต คว้ารางวัลชนะเลิศ และรับทุนการศึกษามูลค่า 1 แสนบาท โดยชนะผลงานกว่า 160 ชิ้นที่เยาวชนจากทั่วทั้งประเทศไทยให้ความสนใจและร่วมส่งผลงานเข้าประกวด

ทุกผลงานที่ได้รับรางวัลผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจากทีมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน อาทิ ผู้บริหารไทยน้ำทิพย์ นายพรวุฒิ สารสิน ประธานกรรมการ และ นายธงชัย ศิริธร ผู้อำนวยการกิจกรรมสังคมและสื่อสารองค์กร รวมถึงคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะและการออกแบบ ได้แก่ เจย์ สเป็นเซอร์ เซเลบหนุ่มชื่อดัง - ผู้พัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์และที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ และ โอ๋ ฟูตอง (หทัยรัตน์ ฟิงเกอร์ฮูท) อาร์ทิสต์สาวเก๋ผู้มีผลงานการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยังร่วมดีไซน์ผลิตภัณฑ์ให้แก่แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ร่วมด้วย อาจารย์พิทักษ์ ปิยะพงษ์ ศิลปินอิสระและปราชญ์ด้านทัศนศิลป์ ปรมาจารย์ด้านโฆษณาของไทย โดยไทยน้ำทิพย์กำหนดเปิดรับผลงานในช่วงหนึ่งเดือนครึ่ง ตั้งแต่ 16 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2561ที่ผ่านมา

นายพรวุฒิ สารสิน ประธานกรรมการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด กล่าวว่า “ทางทีมผู้บริหารไทยน้ำทิพย์และคณะกรรมการได้คัดเลือกผลงานจากเยาวชนที่ส่งเข้าร่วมประกวดมากมาย จนได้ลงมติให้ผลงานของ ‘นายจักรภัทร ทาจันทร์’ เป็นผลงานชนะเลิศ เนื่องจากสามารถถ่ายทอดถึงความมั่นคงของไทยน้ำทิพย์ ในการเป็นผู้นำในด้านการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มโคคา-โคลา ในประเทศไทยและประเทศแถบภูมิภาค และยังสื่อถึงความทันสมัย สามารถนำไปใช้ได้จริง ผนวกกับการดีไซน์ลายเส้นและตัวอักษร ที่สวยงาม เข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม รวมถึงการเพิ่มมุมมองใหม่ที่สดใสให้กับไทยน้ำทิพย์”

“ตลอดการเดินทางของไทยน้ำทิพย์ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2502 จวบจนการครบรอบ 60 ปี ในปีพ.ศ. 2562 เรายังคงมุ่งสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมและเยาวชนมากมาย โดยครั้งนี้ เราได้จัดกิจกรรม ‘การประกวดออกแบบโลโก้ฉลองครบรอบ 60 ปี ไทยน้ำทิพย์’ เป็นกิจกรรมนำร่องเพื่อเฉลิมฉลอง 60 ปีแห่งคุณภาพที่ไทยน้ำทิพย์อยู่เคียงข้างชาวไทย และเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้มีเวทีในการแสดงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด ผ่านการเชิญชวนให้เยาวชนตั้งแต่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย อาชีวศึกษา จนถึงนักศึกษาระดับปริญญาตรี ส่งผลงานเข้าประกวด นอกจากนี้ เรายังมุ่งหวังในการเป็นผู้สนับสนุนศักยภาพของเยาวชนให้ประจักษ์แก่สังคมไทย  โดยจะนำผลงานของผู้ชนะเลิศมาปรับใช้เพื่อเป็นโลโก้ครบรอบ 60 ปี และใช้ในสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ของไทยน้ำทิพย์ตลอดปี 2562 นายพรวุฒิ กล่าวเสริม

 

นายจักรภัทร ทาจันทร์ จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้ชนะเลิศในกิจกรรม  ‘การประกวดออกแบบโลโก้ฉลองครบรอบ 60 ปี ไทยน้ำทิพย์’ กล่าวว่า “ผมรู้สึกดีใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ผลงานโลโก้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 และยังได้รับคัดเลือกเป็นโลโก้ครบรอบ 60 ปี ไทยน้ำทิพย์ ผมต้องขอขอบคุณไทยน้ำทิพย์ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของผม รวมถึงเยาวชนในประเทศไทยจึงได้มอบโอกาสดีๆ แบบนี้ให้พวกเรา แรงบันดาลใจในการออกแบบผลงานชิ้นนี้ เกิดจากการที่ผมมองว่าไทยน้ำทิพย์เป็นองค์กรที่อยู่คู่กับชาวไทยมายาวนานจนได้รับการยกย่องมาเกือบ 60 ปี และเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย ผมจึงตั้งใจออกแบบควบคู่กับวิสัยทัศน์ของไทยน้ำทิพย์ เน้นนำเสนอความเรียบง่าย แต่สอดแทรกความแข็งแรงมั่นคง”

ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับรางวัลเงินทุนการศึกษา รวมถึงเกียรติบัตรแทนคำขอบคุณจากไทยน้ำทิพย์ มีจำนวนทั้งสิ้น 7 รางวัล มูลค่ารวม 2 แสนบาท ได้แก่

  1. ผู้ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล ได้รับเงินสดมูลค่า 100,000 บาท คือ นายจักรภัทร ทาจันทร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จากจังหวัดปทุมธานี
  2. ผู้ที่คว้ารางวัลรองชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล ได้รับเงินสดมูลค่า 50,000 บาท คือ นางสาวจิรัชญา ยันตกิจ โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง จากกรุงเทพมหานคร
  3. รางวัลชมเชย จำนวน 5 รางวัล ได้รับเงินสดมูลค่ารางวัลละ 10,000 บาท รวม 50,000 บาท ได้แก่ นายจิรภัทร จตุรภัทรพงศ์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จากจังหวัดสงขลา นายภานุวัตน์ สุนทโรทัย คณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม จากกรุงเทพมหานคร นางสาวพรกมล ภิรมย์น้อย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จากจังหวัดชลบุรี นางสาวพศิกา ปฐมวงศ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จากจังหวัดลำปาง นางสาววราพร รัตนคันฉ่อง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จากกรุงเทพมหานคร

บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด คือ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มธุรกิจ  โคคา-โคลา ในประเทศไทย ได้แก่ โค้ก, โค้ก ไม่มีน้ำตาล, โค้ก ไลท์, แฟนต้า, สไปรท์, ชเวปส์, รูทเบียร์ เอแอนด์ดับบลิว รวมถึงน้ำผลไม้มินิทเมด สแปลช, มินิทเมด พัลพิ, มินิทเมด ไวตาคิดส์, มินิทเมด ออเรนจ์ ไฟเบอร์, มินิทเมด ฮันนี่ เลมอน, น้ำดื่มน้ำทิพย์, อควาเรียส และล่าสุด ฟิวซ์ที – เครื่องดื่มชาผสมน้ำเสาวรส และเมล็ดเชีย และเครื่องดื่มชากลิ่นพีชผสมเมล็ดเชีย ใน 63 จังหวัดของประเทศไทย

 เวียดนามศึกษาดูงานชมรมเกษตรฯ

นายมนตรี บุญจรัส (ที่ 3 จากขวา) ประธานกรรมการชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ภายใต้บริษัทไทยกรีน อะโกร จำกัด ให้การต้อนรับ มร.ลี ธานห์ ไฮ (Mr.Le Thanh Hai) (ที่ 2 จากขวา) และคณะจากบริษัท ADI AGRICVULTURE.,JSC ประเทศเวียดนาม ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานของชมรมเกษตรปลอดสารพิษ เพื่อเรียนรู้วิธีการปราบโรคแมลงและศัตรูพืชแบบปลอดภัย ด้วยจุลินทรีย์ชีวภาพของไทย รวมถึงศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการลดใช้สารพิษในประเทศเวียดนาม ณ ชมรมเกษตรฯ จังหวัดอ่างทอง

นิเทศศาสตร์การตลาด หอการค้าไทย

นิเทศศาสตร์การตลาด ม.หอการค้าไทย เปิดเผยผลวิจัยพฤติกรรมการใช้ LINE คนรุ่นเก๋า พบรูปแบบลักษณะข้อความ 24 ประเภท งานวิจัยพบส่งดอกไม้ทุกวันแต่ยังห่วงเรื่องลิขสิทธิ์ เน้นข้อมูลสุขภาพเพื่อส่งต่อสื่อถึงความห่วงใยกัน  แนะกลุ่ม 6 สินค้าและบริการใช้คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งสื่อสารให้ตรงใจ กระตุ้นช้อปปิ้งออนไลน์

น.ส. สุรีรัตน์  ปานพรม นักศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตร์การตลาด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยวิทยานิพนธ์หัวข้อ  “การวิเคราะห์เนื้อหาข้อความและความต้องการข่าวสารผ่านไลน์ของผู้สูงอายุ”  โดยมี ดร.สุทธนิภา ศรีไสย์ ผู้อำนวยการหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา งานวิทยานิพนธ์ชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงผสม (Mixed-Method Research) ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพในการวิจัย และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) กับผู้สูงอายุ โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ 1) เนื้อหาของข้อความที่ผู้สูงอายุส่งผ่านไลน์ในช่วงเดือน 1 สิงหาคม 2560 - 5 ธันวาคม 2560 จำนวน 711 ข้อความ จากอาสาสมัครซึ่งเป็นลูกหลาน เพื่อนและญาติกับผู้สูงอายุจำนวน 20 คน และ 2) ผู้ให้ข้อมูลหลักที่เป็นผู้สูงอายุจำนวน 22 คน เพศหญิง13 คน  เพศชาย 7 คน กลุ่มตัวอย่าง มีอายุระหว่าง 55-65 ปี จำนวน 15 คน  และอายุมากกว่า 65 ปี จำนวน 5 คน ผลการวิจัยพบว่า

ช่วงเวลาในการส่งข้อความทางไลน์

ผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุมักจะส่งไลน์ตั้งแต่เช้าตรู่ โดยผู้สูงอายุส่วนมากจะมีพฤติกรรมคล้ายกันคือ ตื่นเช้า ตั้งแต่เวลา 4.00 – 6.30 น.โดยประมาณ และผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งจะเช็คไลน์ทันทีที่ตื่นนอน และจะใช้ไลน์อีกครั้งในช่วงที่ว่างเว้นจากการทำงาน เช่น ในช่วง สาย เที่ยง และก่อนนอน หากมีการส่งข่าวสารในช่วงเวลานี้ ก็มีโอกาสที่จะทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสในการเปิดอ่านมากกว่าช่วงอื่น

เนื้อหาข้อความที่ส่งผ่านไลน์

สำหรับผลวิจัยพบว่าลักษณะข้อความที่ผู้สูงอายุส่งกันพบว่ามีอยู่ 24 ประเภทได้แก่ คำทักทายประจำวัน การแสดงความคิดถึง ความรัก ความห่วงใย คำอวยพรในทุกวัน เนื้อหาเกี่ยวกับธรรมะ/ศาสนา วันสำคัญและโอกาสพิเศษ คำคม คำกลอน คำสอนลูกหลาน ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ทั่วไป เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องเกี่ยวกับอาหาร เรื่องที่เป็นกระแสสังคมในขณะนั้น เรื่องขำขัน ตลก สนุกสนาน เนื้อหาเกี่ยวกับปรัชญา เนื้อหาเกี่ยวกับแบรนด์ สินค้าและบริการ เนื้อหาเกี่ยวกับท่องเที่ยว เนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยี เนื้อหาแสดงความโศกเศร้าเสียใจกับเรื่องบางเรื่อง ข่าวสารและกิจกรรมของครอบครัวตนเอง เตือนภัย เรื่องบันเทิง หวย เลขเด็ด การเมือง กีฬา และอื่นๆ เช่น เนื้อหาเกี่ยวกับการทำงาน โดยข้อมูลข่าวสารทางไลน์ (LINE) ที่ผู้สูงอายุชื่นชอบและมีความต้องการเข้าถึงข้อมูลมากที่สุด อันดับแรก 1 คือ เนื้อหาดอกไม้และคำทักทายประจำวันมากที่สุดร้อยละ 33.66 อันดับ 2  คือ เนื้อหาแสดงความคิดถึง แสดงความรัก แสดงความห่วงใย จำนวน 330 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 25.14 และกีฬาและการเมืองน้อยที่สุดจำนวน 1 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 0.08 สำหรับเนื้อหาข้อความในไลน์ที่ผู้สูงอายุนิยมส่งไลน์สามารถเรียงลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุดตาม ดังนี้

รูปแบบของเนื้อหาที่ผู้สูงอายุชอบ

ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มผู้สูงอายุชอบส่งข้อความ คลิปวิดีโอและภาพ แต่ไม่ชอบข้อมูลที่จะต้องเปิดเป็นลิงก์ ( Link) เนื่องจากต้องใช้เวลาในการเข้าไปคลิกอีก ครั้งเพื่อเข้าถึงข้อมูล

น.ส. สุรีรัตน์ กล่าวว่า ข้อน่าสังเกตจากผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุทุกคนมีความระมัดระวังในการส่งต่อข่าวสาร การส่งต่อข้อความจะมีการพิจารณาก่อนเสมอ โดยผู้สูงอายุจะพิจารณาโดยใช้วิจารณญาณของตนเองประกอบกับประสบการณ์ตรงที่ตนเองพบเจอมา รวมถึงดูแหล่งอ้างอิงของที่มาของข้อความนั้นๆ ว่ามีแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้จริงๆ แต่หากไม่มั่นใจผู้สูงอายุจะเปิดอ่านเฉยๆ และไม่ส่งต่อ

ภาพ สีและโทนของข้อความที่ชอบ

สำหรับภาพดอกไม้ที่ถูกเก็บภาพและส่งต่อมากที่สุดจะเป็นดอกกุหลาบสีต่างๆ นอกนั้นจะเป็นดอกไม้อื่นๆ เช่น ดอกกล้วยไม้ ดอกบัว ดอกทิวลิป ดอก ลิลลี่ แจกันดอกไม้นานาพันธุ์ และดอกไม้ไทยๆ ต่างๆ ซึ่งการใช้งานภาพดอกไม้ มีทั้งภาพดอกไม้ที่แสดงการทักทาย เช่น สวัสดีวันจันทร์ สวัสดีวันอังคารฯลฯที่ส่งต่อกันมาแบบเป็นสีประจำวัน แต่ที่น่าสนใจคือผู้สูงอายุจะไม่ชอบภาพดอกไม้ที่เป็นภาพกราฟิก  ส่วนใหญ่จะชอบภาพดอกไม้ที่ดูแล้วเป็นธรรมชาติมากกว่า เช่น ดอกไม้ที่ปักอยู่ในแจกัน ดอกไม้ในสวน ดอกไม้ที่อยู่ในกระถาง ฯลฯ  อีกทั้งผู้สูงอายุบางคนไม่รู้จักว่าภาพกราฟิกเป็นอย่างไร แต่เมื่อเห็นภาพดอกไม้ที่ใช้กราฟิกตกแต่งมากๆ จนดูเกินจริงก็จะบอกว่าไม่ชอบ โดยให้เหตุผลว่าดูแล้วรู้สึกว่าไม่สวย ไม่เข้ากัน โดยอาจเป็นเพราะการจัดวางภาพและการใช้โทนสีของภาพ การนำภาพอื่นมาประกอบ รวมถึงฟร้อนท์ตัวหนังสือไม่สอดคล้องหรือขัดกับธรรมชาติ นอกเหนือไปจากนั้นผู้สูงอายุบางคนที่มีความรู้เรื่องต้นไม้ ดอกไม้ และการจัดสวนยังมีความเห็นว่า ภาพดอกไม้ที่ส่งต่อกันมาบางภาพนั้น บางครั้งชื่อดอกไม้ที่ใส่มากับภาพไม่ถูกต้อง จึงอยากให้มีแหล่งของภาพดอกไม้ที่มีข้อมูลที่ถูกต้องด้วย

สำหรับสีของข้อความที่ผู้สูงอายุชอบ พบว่า ผู้สูงอายุนิยมสีหวานๆ สีสดใส หรือสีอบอุ่น ในขณะที่หลีกเลี่ยงการส่งข้อความที่มีสีเคร่งขรึม สีดำ หรือสีไม่เป็นมงคล ทั้งนี้ ผู้สูงอายุให้ความสำคัญกับความหมายของสี นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้สูงอายุจำนวนมากเห็นตรงกันว่า ไม่ชอบส่งข้อความที่มีเนื้อหาไม่ดี เศร้าหมอง หดหู่ น่ากลัว อีกทั้งยังพบว่า ผู้สูงอายุทุกคนไม่ส่งข้อความประเภทต่างๆ เพื่อแสดงความรู้สึกโกรธ ไม่พอใจ แต่หากผู้สูงอายุบางคนได้รับข้อความที่อ่านแล้วทำให้รู้สึกโกรธก็จะไม่โต้ตอบ และไม่ส่งต่อ ผู้สูงอายุจะหลีกเลี่ยงการส่งข้อความต่างๆ ที่เป็นด้านลบ หรือหากรู้สึกโกรธ ไม่พอใจก็จะเก็บอารมณ์ ไม่แสดงออกทางไลน์ เนื่องจากเป็นวัยที่ต้องมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ ในทางกลับกัน พบว่า อยากส่งสิ่งดีๆ หรือเรื่องที่สามารถเรียกรอยยิ้มให้กับผู้รับมากกว่า

สำหรับเสียงดนตรีในคลิปวิดีโอ ผู้สูงอายุนิยมส่งคลิปที่มีเสียงเพลงที่ฟังสบาย โทนของดนตรีไม่เร่าร้อน ทั้งในเรื่องของเสียงเครื่องดนตรีและจังหวะ แต่ท่วงทำนองออกเป็นโทนเยือกเย็น ฟังแล้วจรรโลงใจ หากเป็นเพลงที่มีเนื้อเพลง เสียงของนักร้องจะเป็นเสียงที่ฟังสบาย เนื้อหาเพลงความหมายดี ถ้ามีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักจะเป็นความรักที่สมหวัง เนื้อหาเกี่ยวกับการให้กำลังใจ เนื้อหาบรรยายถึงสถานที่ หรือธรรมชาติที่สวยงาม หรือเพลงในวันสำคัญต่างๆ เช่น วันแม่ ก็จะเลือกส่งเพลงค่าน้ำนม เพลงใครหนอ เป็นต้น

วัตถุประสงค์ในการส่งข้อความผ่านไลน์

ผลวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า ผู้สูงอายุส่งข้อความทางไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เป็นการส่งเพื่อให้รู้สึกถึงความคิดถึง ระลึกถึงกันอยู่ในทุกๆ วัน 2) เพื่อส่งความรู้สึกดีๆ ความปรารถนาดีให้แก่กัน ไม่ว่าจะเป็นการส่งให้ลูกหลาน ครอบครัว หรือเพื่อนฝูง 3) เพื่ออบรม สั่งสอนลูกหลาน 4) เพื่อเป็นการต่อบุญให้ตนเอง หันมาสนใจธรรมะศาสนา จะทาให้ตนเองเป็นคนที่มีจิตใจที่สงบสุข ไม่เป็นทุกข์ในบั้นปลายของชีวิต 5) เพื่อแสดงให้เห็นถึงความทันยุค ทันสมัย ไม่ตกกระแสของตนเอง 6) เพื่อนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันและบอกต่อ 7) เพื่อนำไปใช้ในการทำงาน และ 8) เพื่อแสดงตัวว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่ และยังสบายดี

กลุ่มแบรนด์สินค้าและบริการที่มีโอกาสสื่อสารการตลาดกับผู้สูงอายุ

ผู้วิจัยยังพบว่าโอกาสที่แบรนด์สินค้าและบริการจะแทรกเข้าถึงกลุ่มผูู้สูงอายุ ตามความต้องการข่าวสารของผู้สูงอายุ ใน 6 กลุ่มสินค้าและบริการได้แก่ 1.กลุ่มแบรนด์และผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ  2.กลุ่มผลิตภัณฑ์เชิงศาสนา 3.กลุ่มกิจกรรมบันเทิงที่มีสาระ 4. กลุ่มแบรนด์หรือไลน์ หรือผู้อยู่ในธุรกิจด้านไอที หรือแอปพลิเคชั่น 5.แบรนด์สถาบันการเงิน  และ 6.กลุ่มกิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อผู้สูงอายุ ดังตาราง 

กลุ่มสินค้าและบริการ

กลุ่มเนื้อหาที่สนใจ เพื่อทำคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้ง ( Content Marketing)

1.กลุ่มแบรนด์และผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ

: อาหารเพื่อสุขภาพ เฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพ อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้เพื่อสุขภาพ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้าเพื่อสุขภาพ   อาหารไขมันต่ำ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารที่มีแนวโน้มเติบโตมากคือวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางประเภทออแกนิกส์ (Organics

เนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น ข้อมูลข่าวสารจากคุณหมอ โรงพยาบาล หน่วยงานองค์กรด้านสุขภาพ ที่เป็นประโยชน์ในการดูแลร่างกาย ให้ห่างภัยจากโรคภัยต่าง ๆ

2. กลุ่มผลิตภัณฑ์เชิงศาสนา

: สังฆภัณฑ์ แพ็กเกจท่องเที่ยวในและต่างประเทศเชิงศาสนา แหล่งท่องเที่ยวแนวโบราณสถาน เครื่องบูชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น

 

เนื้อหาคำสอนเกี่ยวกับธรรมะ ศาสนา ช่วยจรรโลงจิตใจอาทิ ข้อความในลักษณะที่เป็นธรรมะ คำสอนทางศาสนา โดยเฉพาะ หากมีคำสอนในรูปแบบทักทาย ประกอบกับภาพที่อิงในทางศาสนา เช่น ภาพพระ ใบโพธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูป ถือเป็นที่ชื่นชอบของผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก

3.กลุ่มแบรนด์และกิจกรรมบันเทิงที่มีสาระ

: คอนเสิร์ตเพลงดังในอดีตๆ ที่เข้ากับวัยของผู้สูงอายุ ภาพยนตร์ที่มีสาระ ละครเวี สารคดีสัตว์โลก สารคดีชีวประวัติ สารคดีเชิงประวัติศาสตร์

เนื้อหาเกี่ยวกับเครื่องเล่นเพลง คลังเพลงไพเราะย้อนยุค  มิวสิควิดีโอ ละครเวที คอนเสิร์ตเพลงเก่า ฯลฯ

4.กลุ่มแบรนด์หรือไลน์ หรือผู้อยู่ในธุรกิจด้านไอที หรือแอพพลิเคชั่น

ขายภาพถูกลิขสิทธิ์คล้ายร้านสติ๊กเกอร์ไลน์  และต้องมีวิธีการซื้อและการใช้งานที่ไม่ซับซ้อนเพราะเป็นอุปสรรคในการใช้งานของผู้สุงอายุ

เนื้อหาเกี่ยวกับการทักทาย  เป็นภาพดอกไม้ หรือภาพที่เกี่ยวกับศาสนา ฯลฯ

5. กลุ่มแบรนด์สถาบันการเงิน

มีผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งมีความมั่นคงทางการเงิน เช่น กำลังจะเกษียณราชการ  เป็นข้าราชการบำนาญ หรือเป็นผู้ที่มีเงินออม เป็นโอกาสของธุรกิจประเภทบริษัทประกันภัย ประกันชีวิต ประกันการเกษียณอายุ การจัดการสินทรัพย์ ที่จะหาช่องทางในการเข้าถึงผู้สูงอายุ ที่ต้องการมอบมรดกตกทอดไปยังลูกหลาน

เนื้อหาการวางแผนอนาคตด้านการเงินให้ผู้สูงอายุ ตลอดจนลูกหลาน  ควรให้ข้อมูลถึงสิทธิประโยชน์ วิธีการใช้บริการ รวมถึงช่องทางและวิธีการติดต่อหน่วยงานหรือ     แบรนด์นั้นๆ

 

6.กลุ่มกิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อผู้สูงอายุ

จัดโปรแกรมที่ไม่มีกิจกรรมหนักๆ ไม่ต้องเดินไกลและใช้เวลาแต่ละที่ค่อนข้างนาน ควรมีบริการอุปกรณ์อำนวยความสะดวกด้วย เช่น วีลแชร์ เป็นต้น หรือหากมีการจำหน่ายสินค้าระหว่างทริปก็ควรเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ หรือสินค้าเพื่อผู้สูงวัย เป็นต้น

เนื้อหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ควรนำเสนอข่าวสาร จัดเตรียมโปรแกรมท่องเที่ยวเพื่อให้เหมาะสมกับสุขภาพของผู้สูงอายุ

ดร.สุทธนิภา กล่าวว่า ผู้สูงอายุเป็นตลาดที่น่าสนใจ เพราะนอกเหนือจากจะมีกำลังซื้อ มีเวลาหา-อ่านข้อมูลแล้ว ยังเป็นวัยที่มีความภักดีในแบรนด์สูง ดังนั้น หากแบรนด์สามารถสร้างการรับรู้และความผูกพันในแบรนด์ผ่านช่องทางที่ถูกต้อง ถูกใจ จะทำให้แบรนด์นั้นๆครองใจผู้สูงอายุได้ไม่ยาก นักการตลาดอาจพิจารณาออกแบบเนื้อหาผ่านไลน์ให้ตรงตามความต้องการของผู้สูงอายุ อาทิ การสร้างการรับรู้และผูกพันกับแบรนด์ โดยอาจจัดทำแค็ตตาล็อก (Catalog) ภาพดอกไม้ประจำวันและคำทักทาย และติดโลโก้แบรนด์บนภาพนั้น หรืออาจจัดทำชุดคำคม คำสอนลูกหลานที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับแก่นของแบรนด์ หรือ จัดทำภาพ พร้อมถ้อยคำสวยงามตามเทศกาลต่างๆ โดยภาพที่ใช้อาจสื่อถึงแบรนด์สินค้าและบริการ หรืออาจจัดโครงการอบรมการใช้ไลน์ การถ่ายภาพและตกแต่งภาพให้ผู้สูงอายุ เนื่องจากผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุค่อนข้างระมัดระวังเรื่องแหล่งที่มาของข้อความและภาพที่จะส่งต่อ หลายๆคนจึงมองว่า การถ่ายภาพและตกแต่งภาพเอง เป็นสิ่งที่ต้องการและอยากทำเป็น

นอกจากนี้ผลวิจัยยังพบตัวแปรสำคัญว่าผู้สูงอายุจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่ได้ทำงาน หรือไม่มีสังคมนอกบ้านเท่าไหร่นัก มักไม่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับช้อปปิ้งในไลน์ แต่จะชอบไปหาข้อมูลและซื้อสินค้า ณ จุดขาย เช่น ร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้ามากกว่า แต่ขณะเดียวกันพบว่ามีผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งที่ยังมีสังคมเพื่อนฝูงนอกบ้าน หรือยังคงมีตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ จะเปิดใจรับข้อมูลเกี่ยวกับการช้อปปิ้งทางไลน์มากกว่าผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตหรือทำงานอยู่กับบ้าน  ดังนั้นการใช้เครื่องมือสื่อสารการตลาดเพื่อสนองตอบความต้องการผู้สูงอายุ ให้หันมาตัดสินใจหรือมีประสบการณ์ซื้อสินค้าออนไลน์จึงเป็นเรื่องสำคัญ

สนใจหลักสูตรนิเทศศาสตร์การตลาด ปริญญาโท มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สามารถดูข้อมูลได้ที่ที่เว็บไซต์ https://www.utcc.ac.th และติดตามข่าวสารได้ทางเฟซบุ๊กแฟจเพจ https://www.facebook.com/marcommutcc/

สมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาฯ เปิดสาขานนทบุรี

คุณชนัญชิตา นพคุณ (ที่ 4 จากขวา) ผู้จัดการสมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สาขาจังหวัดนนทบุรี จัดพิธีทำบุญเปิดสำนักงานสาขา พร้อมเปิดสำนักงานใหม่ของ บริษัท กุล-คุณ 99 จำกัด บริษัทที่ปรึกษามืออาชีพ โดยมี ดร.วิริยะ ลิขิตวงศ์ (ที่ 3 จากขวา) นายกสมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาฯ ให้เกียรติเป็นประธานในงานดังกล่าว ณ สำนักงานสมาคมฯ จังหวัดนนทบุรี

Page 1 of 5