ราชาเฟอร์รี่ เพิ่มความถี่เรือเส้นทางดอนสัก-เกาะสมุย ออกทุก 15 นาที ช่วงเวลาเร่งด่วน เริ่ม 1 ธ.ค. นี้เป็นต้นไป

บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) หรือ RP ประกาศปรับเวลาให้บริการเรือเส้นทางดอนสัก-เกาะสมุยในช่วงเวลาเร่งด่วน วันละ 2 ช่วง เช้า-เย็น หากเที่ยวเรือใดมีจำนวนลูกค้าหนาแน่น ก็จะเพิ่มความถี่รอบเรือมากขึ้นเป็นทุกๆ 15 นาที จากเดิมออกทุกชั่วโมง

นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) หรือ RP กล่าวว่า บริษัทได้ปรับปรุงจำนวนรอบบริการเที่ยวเรือให้เพียงพอกับความต้องการของผู้โดยสารซึ่งมีปริมาณหนาแน่น โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน (Rush Hour) ของแต่ละวันทั้งเช้าและเย็น คือ รอบแรก ตั้งแต่ 05.00-08.00 น. และรอบบ่าย ระหว่าง 13.00-16.00 น. โดยจะเพิ่มความถี่ของเรือเป็นออกทุกๆ 15 นาที แทนที่เวลาเดิมซึ่งจะออกทุกหนึ่งชั่วโมง  ดังนั้นผู้ใช้บริการก็ไม่จำเป็นต้องรอนานเหมือนเก่า ทำให้ได้รับความสะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้นในการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโปรโมชั่นและการใช้งานได้ที่ Call Center โทร.02-2768211-2, 092-2473423-5 ตั้งแต่เวลา 07.00-21.00 น.หรือ www.rajaferryport.com

วีซ่าเผย นักท่องเที่ยวชาวไทยชอบเดินทางแบบโซโล่ไปต่างประเทศ

นักท่องเที่ยวชาวไทยเน้นการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเป็นอันดับแรกเมื่อเดินทางไปยังต่างประเทศ ในขณะที่นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเลือกที่จะลิ้มลองอาหารท้องถิ่นเป็นอันดับต้นๆ

มากกว่าหนึ่งในสี่ของคนไทย (28 เปอร์เซ็นต์) เลือกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวแบบ “โซโล่” ไปยังต่างประเทศในช่วงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (23 เปอร์เซ็นต์) และนักท่องเที่ยวทั่วโลก (24 เปอร์เซ็นต์) อ้างอิงจากผลสำรวจเกี่ยวกับแผนการท่องเที่ยวระดับโลกของวีซ่า (Visa Global Travel Intentions Study) โดยผลสำรวจฉบับนี้ศึกษาเกี่ยวกับเทรนด์และพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักเดินทางจำนวน 17,500 ราย จาก 27 ประเทศทั่วโลก

เมื่อเจาะลึกลงไปนั้นพบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เลือกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวนั้น 45 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 18 – 24 ปี และ 37 เปอร์เซ็นต์เป็นนักเดินทางที่ท่องเที่ยวละทำงานไปพร้อมๆ กัน ตามมาด้วยนักท่องเที่ยวในช่วงอายุ 25 – 35 ปี และกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังทรัพย์สูง (28 เปอร์เซ็นต์) ในทางกลับกันนั้นมากถึง 71 เปอร์เซ็นต์จากกลุ่มนักท่องเที่ยวในช่วงอายุ 36 – 44 ปี นั้นเลือกที่จะเดินทางไปเป็นหมู่คณะมากกว่า

คุณสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “เป็นเรื่องตื่นเต้นที่พบว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดนักท่องเที่ยวชาวไทยแบบโซโล่ไปยังต่างประเทศมากยิ่งขึ้น การพัฒนาของเทคโนโลยีช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนท่องเที่ยวและจองที่พักได้ด้วยตนเองมากขึ้น นอกจากนั้นเทคโนโลยีในการชำระเงินและนวัตกรรมต่างๆ ยังเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวก ความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจในการใช้จ่ายระหว่างท่องเที่ยวในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น”

เมื่อกล่าวถึงการท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะหรือกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น โดยปกติแล้วขนาดของหมู่คณะจะอยู่ที่ 5 คนโดยเฉลี่ย และในกลุ่มมักจะประกอบไปด้วย คนรัก/คู่สมรส (49 เปอร์เซ็นต์) เพื่อน/เพื่อนร่วมงาน (42 เปอร์เซ็นต์) ในขณะที่ผู้สูงวัยกว่า 72 เปอร์เซ็นต์ยังชอบที่จะเดินทางกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง

หากพูดถึงกิจกรรมยอดนิยมระหว่างการท่องเที่ยวนั้น นักท่องเที่ยวชาวไทยจะแตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วในเอเชียแปซิฟิก สามกิจกรรมยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยคือ เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดมาเป็นอันดับหนึ่ง (71 เปอร์เซ็นต์) ตามด้วยลิ้มรสอาหารท้องถิ่น (69 เปอร์เซ็นต์) และการช้อปปปิ้ง (68 เปอร์เซนต์) ในขณะที่นักท่องเที่ยวจากเอเชียแปซิฟิกนั้นเลือกที่จะลิ้มรสอาหารท้องถิ่นมาเป็นอันดันแรก (73 เปอร์เซ็นต์) ตามด้วยการช้อปปิ้ง (69 เปอร์เซ็นต์) และเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด (64 เปอร์เซ็นต์)

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมไปกัน คือ สถานที่ทางวัฒนธรรม (52 เปอร์เซ็นต์) ไปเที่ยวสวนสนุก (34 เปอร์เซ็นต์) และศาสนสถาน (29 เปอร์เซ็นต์)

หากกล่าวถึงเรื่องอาหารแล้ว นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมที่จะทานอาหารในร้านอาหารท้องถิ่นหรือร้านอาหารขนาดเล็ก (39 เปอร์เซ็นต์) มากกว่าร้านสตรีทฟู๊ด (30 เปอร์เซ็นต์)

สำหรับการช็อปปิ้งนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเดินทางไปยังต่างประเทศ โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยเน้นการช้อปปิ้งในสถานที่ที่มีสินค้าและร้านค้าที่หลากหลายเป็นหลัก อาทิ ร้านปลอดภาษีในสนามบิน (34 เปอร์เซ็นต์) ตามมาด้วยห้างสรรพสินค้าขนาดกลางและขนาดใหญ่ (33 เปอร์เซ็นต์) และร้านค้าขนาดเล็ก (30 เปอร์เซ็นต์)

“เรารู้สึกยินดีที่ได้แบ่งปันผลวิจัยและเทรนด์การท่องเที่ยวของนักเดินทางชาวไทย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องในการนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน” คุณสุริพงษ์ กล่าวปิดท้าย

ฉลองการเปิดตัวโรงแรมดุสิตดีทู อ่าวนาง กับราคาสุดพิเศษ

โรมแรมแห่งใหม่ของแบรนด์ดุสิตดูทีในจังหวัดกระบี่ เปิดตัว 15 ธันวาคม 2561 นี้

โรงแรมดุสิตดีทู อ่าวนาง เตรียมเปิดให้บริการในวันที่ 15 ธันวาคม 2561 พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษที่มอบส่วนลดมากถึง 40% ในราคาเริ่มต้นเพียง 2,220++ บาท สำหรับห้องพักและอาหารเช้า 2 ท่าน สามารถจองห้องพักได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคม 2562 สำหรับการเข้าพักตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2561 ถึง 15 เมษายน 2562 นอกจากนี้ยังมอบการอัพเกรดห้องพักฟรีเมื่อลูกค้าทำการจอง 3 คืนติดต่อกัน 

สมาชิกดุสิตโกลด์ลอยัลตี้โปรแกรม จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 10% ซึ่งท่านที่สนใจเป็นสมาชิก สามารถสมัครฟรีได้ที่www.dusitgold.com

โรงแรมดุสิตดีทู อ่าวนาง ได้รับการตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่น ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 173 ห้อง พร้อมวิวทะเล ภูเขาและสระว่ายน้ำ ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์จากท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่เพียง 30 นาที โรงแรมอยู่ในตัวเมืองอ่าวนางที่รายล้อมไปด้วยเนินเขาเขียวชอุ่มใกล้กับชาดหาด ด้วยทำเลที่ตั้งที่ลงตัวทำให้นักท่องเที่ยว สามารถเดินทางไปยังชายหาดและหมู่เกาะที่มีชื่อเสียงได้อย่างสะดวก 

สอบถามเพิ่มเติมหรือสำรองห้องได้ที่ www.dusit.com/dusitd2/krabi หรือโทร 02 636 3550

 

__________________

dusitD2 Ao Nang, Krabi to celebrate its opening with a special offer too good to miss

New resort in Thailand’s enchanting southern province to open its doors on 15 December 2018

Bangkok, 22 November 2018 – dusitD2 Ao Nang, Krabi, a vibrant and contemporary resort managed by Thailand-based, global hospitality company Dusit Hotels & Resorts, is set to open on 15 December 2018 with a Special Opening Offer starting from just THB 2,220++ per night. Available for booking from now until 31 March 2019, and valid for stays from 15 December 2018 to 15 April 2019, the Special Opening Offer includes 40% off Dusit Best Available Rate, complimentary breakfast, and more exclusive benefits.

Members of Dusit Hotels & Resorts’ guest loyalty programme, Dusit Gold, meanwhile, will receive an additional 10% discount. Guests can sign up to the Dusit Gold programme for free at www.dusitgold.com.

Bookings made before 15 January 2019 for a minimum stay of three consecutive nights will qualify for a complimentary room upgrade.

Located in downtown Ao Nang on a leafy hillside a short walk from the beach, dusitD2 Ao Nang, Krabi is designed to provide a comfortable experience for families and adventurous types looking to explore everything this exciting destination has to offer. Rock climbing excursions, jungle treks, and boat trips to nearby paradise islands can all be easily arranged at the hotel. The hotel is only 30 minutes by car from Krabi International Airport.

Operating under Dusit Hotels & Resorts’ renowned dusitD2 brand, the resort boasts a modern, vibrant design inspired by local culture. Besides 173 guest rooms and suites with a choice of sea, mountain or pool views, the resort features an indoor and outdoor All-Day-Dining restaurant, a 200 sq m ballroom, a lobby bar, an outdoor swimming pool with a separate children’s pool, an extensive children’s playground, and a spa.

 

 

For more information and bookings, please visit www.dusit.com/dusitd2/krabi

 

พช. เปิดตัวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี 6 อำเภอ จ. นนทบุรี ปั้นแหล่งท่องเที่ยว “แอ่งเล็ก” เชื่อม “แอ่งใหญ่”

กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดำเนินโครงการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี หนึ่งในโครงการสำคัญของกรมการพัฒนาชุมชน ที่รวบรวมของดี วิถีเด่น จากชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ภายใต้แผนพัฒนาประเทศ “ไทยนิยม ยั่งยืน”  โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม มุ่งสร้างรายได้ ความเจริญ และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ให้ภาคเอกชนและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการกับภาครัฐมากยิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง และ ยั่งยืน

นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า “จังหวัดนนทบุรี ประกอบไปด้วยชุมชนเป้าหมาย จำนวน 30 หมู่บ้าน จาก 19 ตำบล ใน 6 อำเภอ ได้แก่  อ.เมือง อ. บางกรวย อ. บางใหญ่ อ. บางบัวทอง อ. ปากเกร็ด และ อ.ไทรน้อย และทั้งหมดได้ผ่านการสำรวจข้อมูลชุมชนและคัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการพิจารณาแล้วว่า มีเอกลักษณ์ แหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมท่องเที่ยว และวิถีถิ่นที่น่าสนใจ สมควรแก่การส่งเสริมและเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว เมืองหลัก เมืองรอง แอ่งใหญ่ และแอ่งเล็ก พัฒนาให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญต่อไป สำหรับกิจกรรมเปิดตัวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ทั้ง 6 อำเภอ เปรียบเสมือนการเปิดประตูเพื่อต้อนรับเพื่อนบ้าน และนักท่องเที่ยวจากทุกพื้นที่ ให้รู้จักกับหมู่บ้านชุมชนเป้าหมายของจ. นนทบุรี ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ  ภาคประชาสังคม และชุมชน ที่นำเอาอัตลักษณ์ และวิถีถิ่น นำเสนอผ่านแหล่งท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์อาหาร การแสดงท้องถิ่น การสาธิตการทำสินค้าชุมชน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อผู้มาเยี่ยมเยือน  สืบทอดวิถีถิ่นให้เข้มแข็ง นำมาซึ่งรายได้ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนอีกด้วย”

จังหวัดนนทบุรี ขอเชิญชวน “เที่ยวแอ่งเล็กเช็คอินนนทบุรี” ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดนนทบุรี มาร่วมชมสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนนทบุรี ที่คุณอาจยังไม่รู้อีกมากมาย สำหรับผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี โทร. 02-580-0704

CHRISTMAS TREE LIGHT UP CELEBRATION

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง ชวนมาเฉลิมฉลองครบรอบ 6 ปี ส่งความสุขสุดยิ่งใหญ่ ในงาน CHRISTMAS TREE LIGHT UP CELEBRATION” กับงานเปิดไฟต้นคริสต์มาสที่สนุกที่สุดในลำปาง อลังการกับต้นคริสต์มาสที่สูงสุดในลำปาง ความสูงกว่า 15 เมตร ถ่ายรูปสุดสนุกกับอุโมงค์ไฟรอยยิ้ม ยาวกว่า 10 เมตร กับเหล่า SMILEY Character ไอคอนหน้ายิ้มยอดฮิตสุดน่ารัก พร้อมแสงสีของดวงไฟกว่าล้านดวงที่ตกแต่งทั่วทั้งศูนย์การค้าฯ และพิเศษสุดสนุกกับมินิคอนเสิร์ตจาก แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น ที่จะมาร่วมสร้างรอยยิ้ม ในวันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป ณ ลานร่ำเปิง หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง

สอบถามรายละเอียดกิจกรรมความสนุกเพิ่มเติมที่ เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 หรือ FB,IG : CentralPlaza Lampang โทร.0-54-010-555 ต่อ 0

#CHRISTMASTREELIGHTUPCELEBRATION #HappySmileyCelebration #SmileWorld
#
6thYearsAnniversary #แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น
#CentralPlazaLampang

Page 1 of 7