February 13, 2026

CSR

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

นิตยสารบิส โฟกัส นำพนักงานจิตอาสา “เติมบุญ สร้างกุศล”

ทำโรงทานงานกฐิน ณ วัดศรีเอี่ยม บางนา กรุงเทพฯ

         นิตยสารบิส โฟกัส กรุ๊ป ได้ให้ความสำคัญในการทำความดี สร้างบุญกุศล และได้มีการทำโรงทานเป็นประจำทุกๆ ปี ครั้งนี้จึงได้นำพนักงานจิตอาสามาร่วมกันทำอาหาร เพื่อทำทานแก่ประชาชนที่มาทำบุญทอดกฐิน ณ วัดศรีเอี่ยม แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร โดยเราได้ทำอาหาร และนำขนมมาแจก ไม่ว่าจะเป็น ลูกชิ้นปลามหาชัย เครื่องดื่มชานมไข่มุก MABU หลากหลายรสชาติ และขนมขบเคี้ยวทานเล่น ซึ่งมีทั้งของคาวและของหวานให้เลือกรับประทาน

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

AGE มอบทุนการศึกษา ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2567

          บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE และ บริษัท เอจีอี เทอร์มินอล จำกัด ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาในพื้นที่รอบคลังสินค้าและท่าเรือ อ.นครหลวง อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อร่วมพัฒนาการศึกษาในท้องถิ่นให้มีศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในระดับมาตรฐานให้กับเยาวชนซึ่งเป็นลูกหลานของพนักงานและคนในชุมชน

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

“บิส โฟกัส” จับมือผู้ประกอบการใจดี คืนรอยยิ้มสู่...ผู้สูงวัย

         นิตยสารบิส โฟกัส กรุ๊ป นำพนักงานจิตอาสา ร่วมพัฒนาสังคม คืนรอยยิ้มสู่...ผู้สูงวัย จัดกิจกรรม CSR ส่งมอบความสุข เสริมสร้างกำลังใจแก่ผู้สูงวัย ในโครงการ CSR ไตรมาส 4 ประจำปี 2568 ฉลองครบรอบ 14 ปี ร่วมมือกับผู้ประกอบการใจดีมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวัน ณ สถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อลำไยอุปถัมภ์) จังหวัดกาญจนบุรี

         “สถานสงเคราะห์คนชรา” เป็นสถานที่ที่จัดตั้งขึ้น เพื่อดูแลผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาความยากลำบากด้านที่อยู่อาศัยหรือขาดผู้อุปการะ โดยให้ความคุ้มครอง ดูแล และมีที่พักอาศัยให้กับผู้สูงอายุ เปรียบเสมือนที่พึ่งพิงอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่ถูกทอดทิ้ง และผู้สูงอายุที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ซึ่งนิตยสารบิส โฟกัส จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ และสนับสนุนหน่วยงานที่ให้การดูแลผู้สูงอายุ โดยถือเป็นนโยบายในด้านการช่วยเหลือสังคมของเรา และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาสังคมให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น

คุณณัฐวิริยา รบไพรินทร์ ประธานโครงการ CSR ไตรมาส 4

        คุณณัฐวิริยา รบไพรินทร์ ประธานโครงการ CSR ไตรมาส 4 ประจำปี 2568 กล่าวว่า โครงการนี้เป็นกิจกรรมต่อเนื่องของนิตยสารบิส โฟกัส กรุ๊ป ซึ่งเราได้ดำเนินโครงการมาทุกปี ทุกไตรมาส สำหรับในครั้งนี้เราได้ร่วมกับผู้ประกอบการหลายภาคส่วนในการรวบรวมสิ่งของอุปโภค-บริโภค เพื่อมามอบให้แก่ผู้สูงอายุ ณ สถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อลำใยอุปถัมภ์) จังหวัดกาญจนบุรี

       ทั้งนี้ เนื่องจากความสามารถในการลดอัตราการเกิดและการตายให้ต่ำลง ประกอบกับอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประชากรวัยสูงอายุจำนวนเพิ่มมากขึ้นจึงก่อให้เกิดปัญหาตามมา ได้แก่ ปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับการเอาใจใส่และดูแลเท่าที่ควร ปัญหาด้านสุขภาพที่เสื่อมโทรมของผู้สูงอายุ และปัญหาทางเศรษฐกิจ และสังคม เป็นต้น

       ปัจจุบันปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งมีจำนวนมากในทุกจังหวัดทั่วประเทศแม้รัฐบาลบอกว่าจะไม่ทอดทิ้ง แต่ก็ให้การช่วยเหลือได้ไม่ทั่วถึง เพราะมีหลายปัจจัยทำให้ข้อมูลตกหล่น ผู้สูงอายุหลายคนจึงต้องอยู่อย่างเดือดร้อนโดนทอดทิ้งตามลำพังหรือการอาศัยเพื่อนบ้าน หรือผู้น้ำใจและศรัทธาให้ความช่วยเหลือเท่าที่ทำได้

       โดยเราได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาผู้สูงวัยที่ถูกทอดทิ้งในสังคม อีกทั้ง ประเทศไทยได้เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มตัว จึงอยากเป็นอีกส่วนหนึ่งของสังคมในการช่วยเหลือไปยังส่วนนี้ ดังนั้นโครงการ CSR ไตรมาส 4 ประจำปี 2568 จึงมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้ดียิ่งขึ้น  

       พร้อมทั้ง เป็นการช่วยให้กำลังใจแก่ผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้คลายความเครียด มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น ขณะเดียวกัน ถือเป็นการสร้างจิตสาธารณะให้แก่พนักงานของนิตยสารบิส โฟกัส ให้ตระหนักและมองเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือสังคม รวมไปถึง ช่วยส่งเสริมการสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในสังคม

คุณธนวัฒน์ สนธิ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม สถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อลำใยอุปถัมภ์) 

      ด้านคุณธนวัฒน์ สนธิ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม สถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อลำใยอุปถัมภ์) จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ในปัจจุบันมีคนเข้ามาให้ความช่วยเหลือสนับสนุนมาอย่างสม่ำเสมอเฉลี่ยสัปดาห์ละ 2-3 ราย ไม่ว่าจะเป็น บริษัทรายใหญ่ รายย่อย โดยจะเข้ามาเลี้ยงอาหารกลางวัน บริจาคสิ่งของ รวมทั้ง จัดกิจกรรมนันทนาการให้แก่ผู้สูงอายุ หากเป็นรายย่อยส่วนใหญ่จะเข้ามาทำกิจกรรมเนื่องในวันเกิด

       ขณะที่ บริษัทจะเป็นในรูปแบบการจัดสัมมนา หรือการทำกิจกรรม CSR แล้วเลือกมาดำเนินกิจกรรมที่สถานสงเคราะห์ของเรา เนื่องจากจังหวัดกาญจนบุรีอยู่ใกล้กรุงเทพฯ และมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย จึงมีความสะดวกทั้งในแง่ของการเดินทางและที่พัก นอกจากนี้ ชาวบ้าน ชาวสวนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงก็ได้นำวัตถุดิบ อาหารสด ผัก ผลไม้ เพื่อใช้ในการประกอบอาหารมามอบให้เป็นประจำ

ภาพกิจกรรม 1

ภาพกิจกรรม 2

       ขณะเดียวกัน การที่นิตยสารบิส โฟกัส ได้เข้ามาดำเนินกิจกรรม CSR ในครั้งนี้ ทางสถานสงเคราะห์ฯ ของเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง โดยในส่วนของงบประมาณของสถานสงเคราะห์ฯ เราจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ผ่านทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ประมาณ 8 ล้านบาทต่อปี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายภายในสถานสงเคราะห์ แต่จะมีข้อจำกัดในด้านค่าอาหาร เนื่องจากมีงบให้ 80 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งหากเฉลี่ย 3 มื้ออาหารแล้วตกอยู่ที่ประมาณกว่า 20 บาท โดยในจำนวน 80 บาท จะเฉลี่ยรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการประกอบอาหารด้วย เช่น ค่าแก๊ส และค่าเครื่องปรุง

       อย่างไรก็ตาม การที่สถานสงเคราะห์ฯ ยังคงอยู่ได้ในปัจจุบันเป็นเพราะมีผู้มีจิตศรัทธามาเลี้ยงอาหารอย่างสม่ำเสมอ มีการนำข้าวสาร วัตถุดิบของสด ผลไม้มามอบให้เป็นประจำ ถือเป็นการช่วยเหลือเราได้เป็นอย่างดี ทำให้เราสามารถทำเมนูที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้สูงอายุได้ทานอาหารที่หลากหลาย ได้สารอาหารที่ครบถ้วน โดยแต่ละมื้ออาหารเราจะมีทั้งของคาว ของหวาน ผลไม้ รวมทั้ง นมที่เป็นอาหารเสริมแคลเซียมอีกด้วย ซึ่งในจำนวน 80 บาท ไม่เพียงพอให้จัดอาหารได้ครบอย่างแน่นอน แต่ด้วยได้สิ่งของบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาจึงสามารถช่วยเติมเต็มในส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากการเลี้ยงอาหารกลางวัน บริจาควัตถุดิบ อาหาร เครื่องดื่มแล้ว ผู้มีจิตศรัทธายังได้มอบเงิน และสิ่งของเครื่องใช้อื่นๆ มาให้อีกด้วย

       สำหรับการดำเนินงานของเราจะติดปัญหาอยู่ 2 ด้าน คือ การฌาปนกิจศพ และการเจ็บป่วยเฝ้าไข้ ซึ่งเมื่อผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์ฯ เกิดล้มป่วยจนต้องเข้ารับการรักษา ต้องใช้สิทธิบัตรทองในการรักษา และกรณีต้องนอนโรงพยาบาลนั้น เนื่องจากผู้สูงอายุของเราไม่มีญาติแล้วจึงไม่มีคนไปเฝ้าไข้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องจ้างคนไปเฝ้าไข้ โดยจ้างคืนละ 500 บาท ซึ่งในส่วนนี้จะมีเจ้าอาวาสวัดทุ่งลาดหญ้าจัดตั้งกองทุนไว้ให้

       โดยสถานสงเคราะห์ฯ ของเรา จัดตั้งขึ้นจากพระมงคลสิทธิคุณ (หลวงพ่อลำใย) เจ้าอาวาสวัดทุ่งลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี สร้างขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ซึ่งพระองค์ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ ถึงแม้ปัจจุบันท่านจะมรณภาพไปแล้ว แต่ท่านได้ก่อตั้งกองทุนเฝ้าไข้และฌาปนกิจศพไว้ให้เรา

        ขณะเดียวกัน ในปัจจุบันสสถานสงเคราะห์ฯ มีผู้สูงอายุที่เป็นคุณยาย จำนวน 73 ท่าน และคุณตา 5 ท่าน เพราะสถานสงเคราะห์ฯ ได้มีการเปิดรับคุณตาเพิ่มเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องจากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวักกาญจนบุรีคนใหม่ คือ นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ ได้มีนโยบายให้รับผู้สูงอายุเพศชายเพิ่ม จากเมื่อก่อนเป็นคุณยายทั้งหมด ดังนั้นปัจจุบันจึงมีจำนานผู้สูงอายุรวมทั้งหมด 78 ท่าน

       “ผู้สูงอายุที่เข้ามายังสถานสงเคราะห์ฯ ของเรา จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยเราก็เฝ้าไข้ให้ รวมทั้ง การเสียชีวิต หากมีญาติมารับกลับเราก็ส่งมอบให้ตามปกติ แต่ในกรณีที่ญาติไม่รับกลับ เราก็จัดการฌาปนกิจศพให้เรียบร้อย มีการทำพิธีทางศาสนาครบถ้วน เก็บกระดูก ทำบุญกระดูก และทำบุญกระดูก100 วัน อีกทั้ง ยังมีการลอยอังคารด้วย” คุณธนวัฒน์กล่าว

       สำหรับคุณสมบัติของผู้สูงอายุที่จะเข้ามาอยู่ในสถานสงเคราะห์ฯ เนื่องจากปัจจุบันมีสถานบริการประเภทนี้เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากมาก เพื่อที่จะไม่เป็นการแย่งกลุ่มเป้าหมาย หรือไปแข่งขันการบริการกับเอกชน เราจึงเน้นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจน ขาดคนดูแล ไม่มีที่อยู่อาศัย และอยู่ร่วมกับครอบครัวไม่ได้ สำหรับผู้สูงอายุเพศหญิงจะมีเขตความรับผิดชอบใน 6 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงคราม  และสุพรรณบุรี ขณะที่ เพศชายเนื่องจากอยู่ในช่วงทดลองจึงจำกัดพื้นที่เฉพาะกาญจนบุรี

      “ในอนาคตท่านนายก อบจ. ได้มีนโยบายให้เริ่มขยายเป็นการรับผู้สูงอายุที่ความพิการเพิ่มอีกด้วย เนื่องจากเรามีสถานที่กว้างขวาง มีพื้นที่กว่า 30 ไร่ ซึ่งสามารถรองรับผู้สูงอายุได้อีกเป็นจำนวนมาก โดยผู้สูงอายุเพศชายที่พึ่งเปิดรับ เราคาดว่าจะสามารถรับได้มากถึง 25 ท่าน ภายในปี 2569 อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอาจจะมีการขยายอาคารเพิ่มขึ้น เพราะยังคงมีพื้นที่เหลืออยู่อีกมาก อีกทั้ง รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับเรื่องผู้สูงอายุ เนื่องจากได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้นเราจึงมีแผนที่จะขยายอาคารเพิ่มโดยการรับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจจากรัฐบาล” คุณธนวัฒน์กล่าว

       คุณธนวัฒน์กล่าวต่อถึงสิ่งที่อยากจะได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมว่า หลักๆ จะยังคงเป็นการรับบริจาคทั้งเงิน และสิ่งของเครื่องใช้ อาหาร วัตถุดิบต่างๆ ที่นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเราไม่ได้ดูแลผู้สูงอายุแต่ที่สถานสงเคราะห์ฯ เท่านั้น เรายังให้การดูแลผู้สูงอายุตามพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นโดยเฉพาะผู้สูงอายุกลุ่มติดเตียง ซึ่งเป็นการทำงานเชิงรุก ถือเป็นการช่วยส่งเสริม แบ่งเบาภาระให้คนที่ดูแลญาติที่เป็นผู้สูงอายุในบ้านท่านนายก อบจ. จึงได้จัดทำโครงการปันน้ำใจ ให้พวกเราออกไปเยี่ยมตามบ้านและนำของบริจาคไปให้

      อีกทั้ง เนื่องจากหากบริจาคในนามของบริษัทจึงไม่สะดวกที่จะนำสิ่งของต่างๆ ไปมอบให้แก่ผู้สูงอายุเองตามบ้านได้ ดังนั้นเราจึงเป็นคนกลางในการแจกจ่าย เพื่อใช้ของที่ได้รับบริจาคมาอย่างคุ้มค่า ไม่หมดอายุก่อน ด้วยการนำไปกระจายช่วยเหลือคนอื่นๆ ต่อไป โดยเราพร้อมที่จะเป็นสะพานบุญให้แก่ผู้ที่อยากจะมาบริจาคสิ่งของแก่เรา

      ขณะที่ ภาครัฐอยากจะให้เข้ามาส่งเสริมด้านวิชาการมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านการดูแลสุขภาพ เนื่องจากที่เราประสบปัญหาในปัจจุบันเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต ซึ่งทำให้เขาอยู่ร่วมกับครอบครัวไม่ได้ ดังนั้นจึงส่งให้มาอยู่ในสถานสงเคราะห์ฯ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ และผู้ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว พอเข้ามาอยู่ต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสม แต่ปัญหาคือในสถานสงเคราะห์ฯ ของเรายังไม่มีนักจิตวิทยา จึงอาจจะส่งผลให้ดูแลได้ไม่ตรงจุดเท่าที่ควร

      อีกทั้ง ยังขาดผู้เชี่ยวชาญในด้านการจัดกิจกรรมนันทนาการ และการทำกายภาพบำบัด ซึ่งปัจจุบันได้มีการดำเนินการกันเองเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้ไม่ใช่ว่าทาง อบจ. ขาดแคลนงบประมาณ แต่เป็นการขาดบุคลากรในด้านนี้ เนื่องจากเป็นวิชาชีพเฉพาะจึงจัดหาคนได้ยากกว่า

      คุณธนวัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากจะเชิญชวนบริษัทต่างๆ ที่มีแผนจัดกิจกรรม CSR หรือสัมมนาต่างๆ อยากเชิญชวนมาที่จังหวัดกาญจนบุรี เรามีครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ท่องเที่ยว ที่พักผ่อน การเดินทางที่สะดวก เมื่อมาแล้วก็สามารถแวะมาทำกิจกรรม CSR ในพื้นที่ได้ ซึ่งในจังหวัดของเราไม่ได้มีสถานสงเคราะห์เพียงแห่งเดียว ยังมีที่อื่นๆ ทั้งผู้สูงอายุ เด็ก ผู้พิการ ท่านสามารถเลือกสรรได้ตามสะดวก สามารถท่องเที่ยวตามสถานที่สวยงาม และทำบุญ CSR กับสถานสงเคราะห์อีกด้วย

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

ปตท. ผนึกกำลัง พม. และ จ.ระยอง ปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียวโครงการเขาจอมแหเปิดประตูสู่ระยอง ปี 2567

          เมื่อเร็วๆ นี้ – นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ที่ 2 จากขวา) นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ขวาสุด) นายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง (ซ้ายสุด) และ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ที่ 2 จากซ้าย) พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานราชการ กลุ่ม ปตท. และประชาชน ร่วมกิจกรรมปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายใต้โครงการเขาจอมแหเปิดประตูสู่ระยอง ณ เขาจอมแห หมู่ที่ 7 ตำบลมะขามคู่ อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

ครบรอบ 14 ปี “บิส โฟกัส” ร่วมส่งมอบโอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดแคลน

ในโครงการ “สานฝัน ปันสุข จากพี่สู่น้อง” ณ ร.ร.วัดหนองสรวง (ถิรอุทิศ) จ.สระบุรี

          ตลอด 14 ปี นิตยสารบิส โฟกัส กรุ๊ป ได้มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการให้ความสำคัญ และดูแลสังคมมาอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้ได้เดินหน้าจัดกิจกรรม CSR ไตรมาส 3 ประจำปี 2568 เนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปี ของนิตยสารบิส โฟกัส กรุ๊ป จับมือผู้ประกอบการใจดีร่วมทำความดีต่อเนื่อง มอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กๆ นักเรียน ตามโรงเรียนที่ขาดแคลน ผ่านโครงการ “สานฝัน ปันสุข จากพี่สู่น้อง” ณ โรงเรียนวัดหนองสรวง (ถิรอุทิศ) อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ส่งต่อรอยยิ้มในโครงการ “One Smile At a Time” ให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จ.ลำพูน

          เป๊ปซี่โค ประเทศไทย มอบชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้เทียมผลิตจากบรรจุภัณฑ์พลาสติก (MLP) และบรรจุภัณฑ์พลาสติกใส (PE) กว่า 100,000 ซอง สานต่อความมุ่งมั่น "Journey to Zero Waste" ในการเก็บกลับขยะพลาสติกและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม

Tags: ,

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

“อิ่มท้องน้องหนู สุขใจผู้ให้ อิ่มใจผู้รับ”

         ในสังคมที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ เด็กบางคนอาจเกิดมาโดยไม่มีแม้แต่พื้นฐานที่ควรได้รับ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่มั่นคง การศึกษา หรือแม้แต่ความรักและความปลอดภัยที่เด็กทุกคนควรมี สิ่งเหล่านี้คือความจริงที่เรายังพบเจออยู่ในสังคมของเรา เพราะฉะนั้น “โอกาส” เป็นสิ่งที่เด็กหลายๆ คนยังคงรอคอย เพราะโอกาสต่างๆ ที่ได้รับไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็อาจเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาจะได้ในอนาคต

         เพราะ “เด็ก” คืออนาคตที่งดงามของสังคม นิตยสารบิส โฟกัส กรุ๊ป เราจึงมุ่งมั่นที่จะเป็นอีกหนึ่งแรงเล็กๆ ที่ร่วมส่งต่อความสุข ความหวัง และรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมที่เราตั้งใจทำมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งของที่มอบให้เท่านั้น แต่คือความตั้งใจที่อยากเห็นเด็กๆ ได้รับความอบอุ่นใจ และได้รู้ว่าพวกเขาไม่ได้เดินอยู่ลำพัง

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

“เบตเตอร์ กรุ๊ป” สร้างโอกาสทางการศึกษา เดินหน้าสานต่อโครงการ “BWG ส่งน้องถึงฝันปีที่ 16”

          กลุ่มบริษัท “เบตเตอร์ กรุ๊ป” โดยบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ “BWG” มอบทุนการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสให้แก่นักเรียน ที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทางการศึกษา เดินหน้าสานต่อโครงการ “BWG ส่งน้องถึงฝันปีที่ 16” พร้อมมอบรอยยิ้มให้แก่น้องๆ ในโครงการ “ส่งขยะกลับบ้าน...ปันถุงเท้าให้น้อง” จำนวน 12 โรงเรียน ณ โรงเรียนวัดพระพุทธฉาย จังหวัดสระบุรี

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

“สานฝัน...ปันรอยยิ้ม ส่งต่อความสุขจากพี่สู่น้อง”

 คุณกัลยรัตน์ บุญหนุน ประธานโครงการ CSR ไตรมาสที่ 1

         คุณกัลยรัตน์ บุญหนุน ประธานโครงการ กล่าวว่า นิตยสารบิส โฟกัสกรุ๊ป ได้ร่วมกับผู้ประกอบการใจดีพร้อมพนักงานจิตอาสา ร่วมจัดกิจกรรม CSR ในโครงการ “สานฝัน...ปันรอยยิ้ม ส่งต่อความสุขจากพี่สู่น้อง” โดยมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค ทุนการศึกษา และอาหารกลางวัน ให้กับน้องๆ เยาวชนที่อาศัยอยู่ที่วัดถ้ำตะโก หรือ ถ้ำตะโกพุทธโสภา จังหวัดลพบุรี

       โครงการดังกล่าว นิตยสารบิส โฟกัสกรุ๊ป ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เกิดจากการเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเป็นส่วนหนึ่งในสังคมที่จะช่วยเสริมสร้างและเติมเต็มช่องว่างในสังคมที่ขาดหายไป รวมทั้งการช่วยลดการเลื่อมล้ำด้านการศึกษา และร่วมพัฒนาสังคมให้ดียิ่งขึ้น โดยเราเน้นส่งเสริมและสนับสนุนอุปกรณ์สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นและยังขาดแคลน เพื่อใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนการสอนและใช้ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนเยาวชนให้มีโอกาสได้รับการศึกษาและเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไป

     สำหรับโรงเรียนวัดถ้ำตะโก ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกมีทั้งหมด 347 คน แบ่งเป็นสามเณรจำนวน 35 รูป เด็กอายุ 3-10 ปี จำนวน 85 คน เด็กอายุ 10 ปีขึ้นไป จำนวน 20 คน เด็ก ม.1-ม.3  จำนวน 190 คน ปวช-ปวส จำนวน 25 คน มีเจ้าหน้าที่ดูแล 9 คน ครูที่ประจำอยู่ที่วัด จำนวน 12 คน

     “เราเป็นองค์กรที่มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมด้านการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนในอนาคต อีกทั้งยังถือเป็นตัวกลางที่ช่วยเชื่อมผู้ประกอบการให้เข้าถึงชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถเข้าถึงการสนับสนุนทรัพยากรที่มีส่วนสำคัญตั้งแต่รากฐานในการดูแล ป้องกัน และบรรเทาปัญหาได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เรามุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะช่วยเป็นส่วนหนึ่งให้น้องๆ เยาวชนในโรงเรียนวัดถ้ำตะโกได้รับการดูแลอย่างยั่งยืนต่อไป” คุณกัลยรัตน์กล่าว

พระครุสมุห์พรเทพ จันทโชโต (หลวงพี่ต้อม) เจ้าอาวาสวัดถ้ำตะโกพุทธโสภา

     พระครุสมุห์พรเทพ จันทโชโต (หลวงพี่ต้อม) เจ้าอาวาสวัดถ้ำตะโกพุทธโสภา กล่าวถึงที่มาและแนวคิดการสร้างโรงเรียนและดูแลเด็กๆ ว่า “แรกเริ่มเดิมทีวัดถ้ำตะโกมีแค่พระ เณร และแม่ชี ตอนนั้นหลวงพี่เพิ่งบวชใหม่ ซึ่งหลวงพี่เคยมีแนวคิดว่าอยากเป็นครู อดีตเจ้าอาวาสท่านก็สนับสนุน จนหลวงพี่ได้เรียนปริญญาตรี พอเรียนจบก็เริ่มมีเด็กมาบวชเณร ลูกหลานชาวบ้านในชุมชมก็มาอยู่ที่วัด พอเขาเรียนจบป.6 แล้วก็ไม่มีที่เรียนต่อ ไม่มีโรงเรียนขยายโอกาส ภาครัฐไม่อนุมัติให้โรงเรียนขยายระดับชั้นการศึกษา ก็เลยปรึกษากับเจ้าอาวาสเปิดเป็นโรงเรียนเอกชนขึ้นมา คือโรงเรียนสุวัฒนบดี ตั้งแต่ปี 2556 ก็เป็นเวลา 11 ปีแล้ว เรามีแนวคิดว่าเมื่อเรามีโรงเรียนอยู่ในวัดแล้ว วัดก็พอช่วยเหลือดูแลเด็กๆ ได้ จึงดูแลอุปการะเด็กด้อยโอกาสและเด็กกำพร้าอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2556 จึงมีเด็กทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเด็กที่มีปัญหาครอบครัว เรารับมาอยู่ในอุปการะดูแล ซึ่งทุกคนเรียนฟรี กินฟรี อยู่ฟรีทุกอย่าง หลวงพี่ก็ทำมาเป็น 10 กว่าปีแล้ว อันนี้คือที่มา และแนวคิดว่าทำไมถึงทำโรงเรียนนี้ขึ้นมา”

     หลวงพี่ต้อมเล่าต่อว่า “นอกจากนี้ อีกสาเหตุคือปัญหาสังคมทุกวันนี้ โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดเลย เด็กๆ ที่เรารับมาอยู่ด้วย ส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กที่ครอบครัวมีปัญหาเรื่องยาเสพติด ถ้าเราไม่ช่วยพวกเค้า ไม่ให้การศึกษาเค้า เด็กพวกนี้ก็จะวนลูบกลับไปสู่จุดเดิมที่พ่อแม่เค้าประสบมา เพราะเราต้องคิดว่าจะทำยังไงก็ได้ให้เด็กพวกนี้ได้รับการศึกษาให้ได้มากที่สุด นี่คือจุดประสงค์ของเรา

ภาพกิจกรรม 1

ภาพกิจกรรม 2

     ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้ ดำเนินงานอยู่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการทั้งหมดเลย หลักสูตรการเรียนการสอนต่างๆ อิงจากกระทรวงศึกษาธิการทั้งหมด เด็กๆ จำนวน 95% กินนอนที่นี่เลย อีก 5% เป็นเด็กในชุมชนใกล้ๆ นี้ สำหรับอายุของเด็กๆ ที่เรารับอุปการะ เมื่อปีที่แล้วมีตั้งแต่เด็กทารกเลย แต่ปีนี้เราเปิดรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป เพราะดูแลไม่ไหว ก็จะรับ 3 ปีไปจนถึงอายุ 20 กว่าปี ปีนี้เรากำลังจะเปิด ม.4-ม.6 เพราะปัจจุบันเราเปิดถึงแค่ ม.3

     สำหรับความพร้อมของอาคารเรียนเรามีแล้ว แต่สิ่งที่เรายังขาดเหลือและต้องการเพิ่มคือ เรือนนอน แยกชาย-หญิง เนื่องจากจำนวนเด็กเพิ่มขึ้นในแต่ละปี ทำให้เรือนนอนที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการรองรับ จึงต้องขยายเพิ่ม ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างทั้งหมด 2 หลัง เป็นตึก 2 ชั้น ยาว 50 เมตร งบประมาณทั้ง 2 หลัง อยู่ที่ 15 ล้านบาท หลังหนึ่งพักได้ 200 คน ทั้งนี้ งบประมาณที่เราได้รับ ไม่ได้มาจากภาครัฐเลย แต่ได้รับจากญาติโยมที่ช่วยกันบริจาค ตึกอาคารเรียนที่เราสร้างเสร็จแล้วและพึ่งฉลองไปเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2568 เป็นตึก 4 ชั้น 20 ห้องเรียน ใช้งบประมาณเกือบ 20 ล้าน ก็ได้รับมาจากญาติโยมทั้งหมด โดยไม่ได้มีหน่วยงานไหนช่วยในเรื่องงบประมาณมาให้เลย”

 

ภาพกิจกรรม 3

ภาพกิจกรรม 4

     หลวงพี่ต้อมบอกว่า “อยากประชาสัมพันธ์ให้ญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ได้มุ่งเน้นเห็นความสำคัญเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนที่เป็นกำลังสำคัญของสังคมเราในอนาคต สังคมจะดีประเทศจะดีก็ต้องอยู่ที่เด็กรุ่นใหม่ และปัจจุบันยังมีเด็กกลุ่มเปราะบางหลายๆ กลุ่ม ที่ต้องการโอกาส ต้องความช่วยเหลือ เราจะต้องทำให้เขาได้รับการศึกษา มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ตอนนี้ทางวัดถ้ำตะโกได้เล็งเห็นความสำคัญตรงนี้ จึงได้รับอุปการะเด็กๆ ที่กำพร้าและด้อยโอกาสเข้ามาอยู่อาศัยที่วัด และทางวัดก็ยังขาดงบประมาณในการก่อสร้างเรือนนอนที่นอน ที่อยู่ที่พักให้กับเด็กๆ แต่ก็ยังขาดทุนทรัพย์อีกเยอะ ก็อยากประชาสัมพันธ์เจริญพรให้ญาติโยม เข้ามาช่วยกันตามกำลังศรัทธา

ภาพกิจกรรม 5

ภาพกิจกรรม 6

     ส่วนเรื่องอาหารการกินทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง-สด เครื่องปรุงต่างๆ รวมไปถึงของใช้ส่วนตัวเด็กๆ ก็จำเป็นมากๆ เพราะฉะนั้นผู้ที่มีจิตศรัทธาที่จะเข้ามาบริจาคสิ่งของ เครื่องใช้ วัดถ้ำตะโกมาได้ทุกวัน หรือท่านใดไม่สะดวกมาก็สามารถร่วมบุญผ่านบัญชีธนาคาร กรุงไทย 1460057082 ชื่อบัญชี วัดถ้ำตะโก หรือติดต่อสอบถามได้ที่ 090-5010146 เป็นเบอร์โทรโดยตรงของหลวงพี่ต้อม สามารถติดต่อเข้ามาได้เลย”

ภาพกิจกรรม 7

    “สุดท้ายนี้ ก็ต้องขออนุโมทนากับคณะนิตยสารบิส โฟกัส ผู้ประกอบการใจดีทุกๆ บริษัท ที่ได้นำสิ่งของ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ มามอบให้กับเด็กๆ วัดถ้ำตะโก ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมากๆ เลย บุคลากรทีมงานนิตยสารได้สละเวลา สละปัจจัยมามอบให้น้องๆ และมองเห็นความสำคัญของสังคม ของเด็กที่ด้อยโอกาส เพราะถือว่าเป็นองค์กรที่ไม่ได้หวังผลกำไรอย่างเดียว แต่ยังเห็นความสำคัญของคนขาดที่พึ่ง ขาดโอกาสให้เขาได้กินได้ใช้สิ่งที่เราผลิตขาย หรือจำหน่าย ก็นำมาแบ่งปันกัน และทำให้เด็กๆ วัดถ้ำตะโก มองเห็นว่าพี่ๆ ยังเมตตาทำของมาบริจาค ซึ่งเป็นกำลังใจให้กับเด็กๆ เพื่อไปต่อได้ เพราะเด็กในวันนี้จะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีให้วันหน้า และดูแบบอย่างที่พี่ได้เมตตาพวกเขา วันนี้หลวงพี่ต้อม ในฐานะเจ้าอาวาสวัดถ้ำตะโก ผู้ริเริ่มดูแลเด็กๆ ด้อยโอกาสและเด็กกำพร้า ก็ต้องขออนุโมนา ขอบคุณ ขอบใจกับนิตยสารบิส โฟกัส และผู้ประกอบการ ที่นำข้าวของปัจจัยมาร่วมบริจาค มามอบความรัก ความเมตตา ความอบอุ่นให้น้องๆ ก็ขอให้ทุกคนทุกท่านมีแต่ความสุขความเจริญ คิดหวังสิ่งใดขอให้สมความมุ่งมั่นปรารถนาทุกประการ ขอเจริญพร” หลวงพี่ต้อมกล่าว

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ร่วมโครงการ “นครระยองรักษ์แม่น้ำระยอง” ส่งมอบถังหยดน้ำยาจุลินทรีย์เพื่อฟื้นฟูแหล่งน้ำให้ชุมชน

          บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย นำโดย นางสาววิภาวรรณ ทัศนปรีชาชัย (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ พร้อมด้วยนายรัฐวุฒิ งามวุฒิวงศ์ (ที่ 1 จากซ้าย) ผู้จัดการโรงงานอาวุโส จังหวัดระยอง และตัวแทนพนักงานของบริษัทฯ จากโรงงานในจังหวัดระยอง มอบถังหยดน้ำยาจุลินทรีย์ขนาด 1,000 ลิตร จำนวน 10 ถัง เพื่อใช้ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำในเขตเทศบาลนครระยอง ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้ โครงการ “นครระยองรักษ์แม่น้ำระยอง” โดยมี นายนรินทร์ เจนจิรวัฒนา (ที่ 3 จากซ้าย) รองนายกเทศมนตรีนครระยอง และ นายชญชม ปลื้มวุฒิวัฒน์ หัวหน้าฝ่ายจัดการคุณภาพน้ำ เทศบาลนครระยอง (ที่ 4 จากซ้าย) เป็นผู้รับมอบ ณ ศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำเทศบาลนครระยอง จังหวัดระยอง

Tags:

Page Visitor

012289096
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
987
9122
42915
97739
264933
12289096
Your IP: 216.73.216.23
2026-02-13 02:24
© 2024 Biz Focus Magazine All Rights Reserved.