
Biz Focus Magazine เป็นนิตยสารรายเดือนที่ร่วมส่งเสริมนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ - เอกชน และนักลงทุน
+(662) 399-1388
editor@bizfocusmagazine.com
ซีคอนสแควร์เดินหน้า “MyScape” ตามแผน พร้อมเปิดให้บริการธันวาคม 2569
ยกระดับ North Wing สู่ Retail & Lifestyle Ecosystem แห่งใหม่ของย่านศรีนครินทร์
ล่าสุดเปิดงาน “MyScape Pulse” ถ่ายทอดแนวคิดโครงการผ่านประสบการณ์จริง
ตอกย้ำความพร้อมก่อนเปิด MyScape ปลายปีนี้

ต่อเนื่องจากการประกาศความคืบหน้าการพัฒนา “MyScape” และพื้นที่ฝั่ง North Wing เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุด ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เดินหน้าโครงการสู่หมุดหมายถัดไป ด้วยการจัดงาน “MyScape Pulse” ระหว่างวันที่ 7–16 สิงหาคม 2569 เพื่อนำแนวคิดและตัวตนของ MyScape มาถ่ายทอดผ่านประสบการณ์ที่ผู้ชมสามารถมองเห็น สัมผัส และมีส่วนร่วมได้ ก่อนที่ MyScape จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 2569
MyScape เป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์แห่งใหม่กว่า 40,000 ตารางเมตร และเป็นแกนหลักของการพัฒนาพื้นที่ฝั่ง North Wing ซึ่งมีพื้นที่พัฒนาใหม่รวมกว่า 100,000 ตารางเมตร รองรับร้านค้าและบริการมากกว่า 250 ราย โดยปัจจุบันงานก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้วกว่า 50% พร้อมเดินหน้ายกระดับพื้นที่ฝั่ง North Wing สู่ Retail & Lifestyle Ecosystem แห่งใหม่ของย่านศรีนครินทร์

ดร.จักรพล จันทวิมล ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารการตลาด บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หลังจากที่เราได้ประกาศความคืบหน้าของ MyScape ไปแล้ว การจัดงาน “MyScape Pulse” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้แนวคิดของโครงการไม่ได้อยู่เพียงในแบบหรือข้อมูลการพัฒนา แต่ถูกนำออกมาให้ลูกค้า ผู้เช่า และพันธมิตรได้สัมผัสผ่านประสบการณ์จริง ขณะเดียวกันยังสะท้อนให้เห็นว่าโครงการกำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านพื้นที่ การเตรียมร้านค้า ความร่วมมือกับพันธมิตร และประสบการณ์ที่เรากำลังเตรียมส่งมอบให้แก่ผู้ใช้บริการเมื่อเปิดให้บริการปลายปีนี้”
ภายใต้แนวคิด “Feel the Beat of the New Ecosystem” งาน “MyScape Pulse” นำความหมายของคำว่า Pulse ซึ่งเปรียบเสมือนชีพจรและการเริ่มมีชีวิต มาถ่ายทอดผ่านประสบการณ์ที่สะท้อนการเคลื่อนไหวและการเชื่อมโยงของผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ สุขภาพ ศิลปะ อาหาร และคอมมูนิตี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดในการพัฒนา MyScape
สำหรับงานครั้งนี้ ซีคอนสแควร์ร่วมกับ DUCTSTORE the design guru ถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวผ่าน 4 Experimental Zones ได้แก่ The Curators, The Movers, The Connectors และ The Resetters พาผู้ชมสัมผัสจังหวะชีวิตตั้งแต่การค้นหาตัวตน การเคลื่อนไหว การเชื่อมโยงกับผู้คนและคอมมูนิตี้ ไปจนถึงการพักผ่อนและปรับสมดุล ผ่านประสบการณ์ที่เปิดให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วม ทั้ง 4 Experimental Zones จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างประสบการณ์ภายในงาน แต่ยังถ่ายทอด “จังหวะชีวิต” ในหลากหลายมิติที่สะท้อนแนวคิดของ MyScape ออกมาให้ผู้คนได้สัมผัสล่วงหน้า สอดคล้องกับการพัฒนา MyScape สู่ Lifestyle Destination ที่เชื่อมโยงผู้คน แบรนด์ และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิด Retail & Lifestyle Ecosystem
ดร.จักรพลกล่าวเพิ่มเติมว่า “การพัฒนา MyScape ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะด้านการก่อสร้าง แต่ครอบคลุมถึงการเตรียมร้านค้า การทำงานร่วมกับผู้เช่าและพันธมิตร ตลอดจนกิจกรรมและประสบการณ์ที่จะเกิดขึ้นภายในพื้นที่ งาน “MyScape Pulse” จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่สะท้อนว่าองค์ประกอบต่าง ๆ ของโครงการกำลังถูกพัฒนาไปพร้อมกัน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในเดือนธันวาคม 2569”
“เรามุ่งให้ MyScape เป็นพื้นที่ที่สร้างคุณค่าใหม่แก่ผู้ใช้บริการ พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้เช่าและพันธมิตรทางธุรกิจเติบโตไปด้วยกัน และต่อยอดศักยภาพของซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนได้หลากหลายยิ่งขึ้น”
จากการประกาศความคืบหน้าของโครงการในช่วงที่ผ่านมา สู่การเปิดงาน “MyScape Pulse” Experimental Exhibition ให้ผู้คนได้สัมผัสแนวคิดของพื้นที่ในครั้งนี้ สะท้อนการพัฒนา MyScape อย่างต่อเนื่อง ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนธันวาคม 2569 พร้อมยกระดับ North Wing สู่ Retail & Lifestyle Ecosystem แห่งใหม่ของย่าน ศรีนครินทร์
งาน “MyScape Pulse” Experimental Exhibition เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 7–16 สิงหาคม 2569 เวลา 12.00 -20.00 น. บริเวณชั้น 1 Creative Space, มันมัน ศรีนครินทร์ – ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ โดยไม่เสียค่าเข้าชม
ไอเอชซี ในเครือพฤกษา ดัน Plantnery by PRUKSA รุกตลาดรับสร้างบ้าน สู่หัวเมืองใหญ่
ชูคุณภาพ-นวัตกรรม-สร้างจริง ไม่ทิ้งงาน สร้างความมั่นใจเจ้าของที่ดิน พร้อมผนึก GRANDHOME มอบสิทธิพิเศษแก่สมาชิกทั่วประเทศ
ไอเอชซี ในเครือพฤกษา ขยายฐานธุรกิจรับสร้างบ้านไปยังหัวเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพ ส่ง “แพลนท์เนอรี บาย พฤกษา” (Plantnery by PRUKSA) รองรับโอกาสการเติบโตของตลาดสร้างบ้านในต่างจังหวัด ซึ่งมีสัดส่วนถึง 77% ของตลาดรวมทั่วประเทศ โดยเน้นกลุ่มเจ้าของที่ดินที่มีความพร้อมทั้งด้านที่ดิน กำลังซื้อ และต้องการบริษัทรับสร้างบ้านที่เชื่อถือได้ ไม่ทิ้งงาน มีผลงานจริง พร้อมมีบ้านตัวอย่างก่อสร้างจริง ด้วยมาตรฐานงานก่อสร้างจากบริษัทในเครือพฤกษาที่มีประสบการณ์มามากกว่า 30 ปี ล่าสุดจับมือ GRANDHOME มอบส่วนลดและสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับสมาชิกทั่วประเทศ

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนโฮม คอนสตรัคชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดรับบ้านสร้างยังมีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของที่ดินในหัวเมืองใหญ่ที่มีความพร้อมด้านที่ดิน กำลังซื้อ และต้องการสร้างบ้านคุณภาพบนที่ดินของตนเอง สอดคล้องกับทิศทางตลาดรับสร้างบ้านที่ขยายตัวไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น โดยข้อมูลจากสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านระบุว่า ตลาดบ้านสร้างเองในต่างจังหวัด มีมูลค่ารวมกว่า 14,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 77% ของตลาดรวมทั่วประเทศ ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีสัดส่วน 23% สะท้อนให้เห็นว่าโอกาสของธุรกิจรับสร้างบ้านไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯ แต่กำลังเติบโตในจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญทั่วประเทศ
หากเจาะลึกเป็นรายจังหวัด พื้นที่ที่มียอดสั่งสร้างสูง ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี โคราช สมุทรปราการ และปทุมธานี ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งด้านเศรษฐกิจ การอยู่อาศัย และการขยายตัวของครอบครัวเมือง Plantnery by PRUKSA จึงเดินหน้าขยายฐานบริการรับสร้างบ้านไปยังหัวเมืองใหญ่ต่าง ๆ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบริษัทรับสร้างบ้านที่เชื่อถือได้ มีระบบงานชัดเจน ดูแลจนจบงาน และไม่ทิ้งงาน
“พฤติกรรมของลูกค้าในตลาดบ้านสั่งสร้างในปัจจุบัน ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจจากแบบบ้านหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ ความชัดเจนของงบประมาณ ระยะเวลาก่อสร้าง คุณภาพวัสดุ และมาตรฐานการส่งมอบบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของที่ดินในหัวเมืองใหญ่ที่มีความพร้อมด้านที่ดินและมีกำลังซื้อ แต่ยังต้องการบริษัทรับสร้างบ้านที่มั่นใจได้ว่าจะดูแลจนจบงาน Plantnery by PRUKSA จึงนำประสบการณ์ด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของพฤกษากว่า 30 ปี มาต่อยอดเป็นบริการรับสร้างบ้านแบบ One-Stop Service เพื่อช่วยให้ลูกค้าวางแผนสร้างบ้านได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงเรื่องงบบาน งานล่าช้า และคุณภาพงานก่อสร้าง ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบจนถึงส่งมอบบ้าน” นายปิยะ กล่าวเพิ่มเติม

Plantnery by PRUKSA วางจุดยืนเป็นบริการรับสร้างบ้านครบวงจรสำหรับเจ้าของที่ดิน ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ ประเมินงบประมาณ วางแผนก่อสร้าง ควบคุมคุณภาพงาน ไปจนถึงส่งมอบบ้าน พร้อมแบบบ้านให้เลือกมากกว่า 100 แบบ และสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ พื้นที่ดิน และความต้องการของแต่ละครอบครัว โดยสร้างความแตกต่างด้วยคุณภาพงานก่อสร้าง ระบบการทำงานที่ตรวจสอบได้ การคัดเลือกวัสดุ และปรับเปลี่ยนวัสดุตามความต้องการของเจ้าของที่ดิน รวมถึงการนำนวัตกรรมที่อยู่อาศัยมาใช้ เพื่อให้บ้านตอบโจทย์ ความแข็งแรง ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย การระบายอากาศ และการอยู่อาศัยจริงในระยะยาว
อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของ Plantnery by PRUKSA คือการมีบ้านตัวอย่างที่ก่อสร้างจริงให้ลูกค้าเข้าชม เพื่อสัมผัสคุณภาพงาน ฟังก์ชัน วัสดุ พื้นที่ และบรรยากาศของบ้านได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ได้พิจารณาจากเพียงแบบบ้านหรือภาพจำลองเท่านั้น รวมถึงมีผลงานบ้านของลูกค้าที่สร้างเสร็จแล้วให้เห็นเป็นตัวอย่างจริง ช่วยลดความกังวลและสร้างความมั่นใจก่อนตัดสินใจสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง
นายปิยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เป้าหมายของ Plantnery by PRUKSA คือการทำให้การสร้างบ้านเองเป็นเรื่องที่ลูกค้าวางแผนได้ โปร่งใส และมั่นใจได้มากขึ้น เราต้องการเป็นพาร์ตเนอร์ของเจ้าของที่ดินในการเปลี่ยนที่ดินให้เป็นบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ภายใต้มาตรฐานงานก่อสร้างที่เชื่อถือได้ และการดูแลจากทีมงานมืออาชีพในทุกขั้นตอน โดยลูกค้าสามารถเข้าชมบ้านตัวอย่างที่ก่อสร้างจริง เห็นผลงานบ้านที่ส่งมอบแล้ว และสัมผัสคุณภาพงานก่อนตัดสินใจได้ นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์บ้านรูปแบบใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้หลากหลายยิ่งขึ้น และมีแผนเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ภายใต้แนวคิดการสร้างบ้านที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ความโปร่งใส คุณภาพ และความมั่นใจ มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว”
ล่าสุด Plantnery by PRUKSA ยังร่วมมือกับ GRANDHOME ทุกสาขาทั่วประเทศ มอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกของ GRANDHOME สร้างบ้านกับ Plantnery by PRUKSA โดยมอบส่วนลดเพิ่มเติม 100,000 บาท และฟรี บริการวางผังบ้านโดยสถาปนิกมืออาชีพ ฟรีค่าสำรวจที่ดิน เพื่อช่วยให้เจ้าของที่ดินเริ่มต้นวางแผนสร้างบ้านได้ง่ายและคุ้มค่ายิ่งขึ้น โดยโปรโมชันดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 30 กันยายน 2569 (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)
นอกจากตลาดรับสร้างบ้านแล้ว ภายใต้แบรนด์ ไอเอชซี ยังได้รับผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าที่สนใจพัฒนาโครงการอะพาร์ตเมนต์โดยเฉพาะในหัวเมืองใหญ่และจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งมีความต้องการที่อยู่อาศัยเพื่อเช่าและที่พักรองรับการเติบโตของเมือง แรงงาน นักศึกษา บุคลากรในพื้นที่ รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจและการท่องเที่ยวในภูมิภาค ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการมากกว่าผู้รับเหมาทั่วไป แต่ต้องการพาร์ตเนอร์ด้านการก่อสร้างที่สามารถดูแลแบบ One-Stop Service ตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ การวิเคราะห์ตลาด การออกแบบโครงการ การประเมินราคาขายหรือค่าเช่าที่เหมาะสม การคำนวณจุดคุ้มทุน การวางแผนก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุมาตรฐานจากแบรนด์ชั้นนำในซัพพลายเชนของบริษัท ไปจนถึงการก่อสร้างและส่งมอบอาคาร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการพัฒนาโครงการได้อย่างมั่นใจ ควบคุมต้นทุนได้ และตอบโจทย์ตลาดมากขึ้น
SENA ลุยตลาดอินเตอร์ ยกพอร์ตคอนโดทำเลศักยภาพ
เจาะนักลงทุน–เอเจนต์ไต้หวัน ลงทุนระยะยาว

SENA Development เดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ ร่วมงาน Taiwan International Estate Expo 2026 มหกรรมอสังหาริมทรัพย์นานาชาติครั้งสำคัญของไต้หวัน ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน โดยยกทัพพอร์ตโฟลิโอคอนโดคุณภาพหลากหลายแบรนด์และเซ็กเมนต์ เช่น โครงการ Niche Mono Bangpo, Piti Sukhumvit 101, Flexi Riverview Charoennakorn, Niche Pride Ekkamai, Cozi Srinakarin 38 นำเสนอแก่นักลงทุนและเครือข่ายเอเจนต์ชาวไต้หวัน โดยมี นางสาวธิดารัตน์ พัฒน์ทอง ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้กลุ่มบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ นายต่วน ซินหยี ประธานบริษัท บริษัท ยากี กรุ๊ป จำกัด (YAGE Group) พันธมิตรด้านเอเจนซี่และที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุน เชื่อมต่อเครือข่ายพันธมิตร และวางรากฐานความร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาว
ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของกลยุทธ์ขยายตลาดต่างประเทศในช่วงครึ่งปีหลัง โดย SENA เตรียมนำคอนโดหลากหลายแบรนด์และระดับราคาเข้าสู่ตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนและตัวแทนขายชาวไต้หวัน โดยมีเอเจนต์ชั้นนำ ได้แก่ YAGE Group, MyGo และ Throne Property เข้าร่วมเจรจาความร่วมมือ เชื่อมต่อเครือข่ายการขาย และหารือแนวทางการจัดสรรโควตาต่างชาติ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของโครงการและความพร้อมของ SENA ในการขยายตลาดอินเตอร์อย่างจริงจัง
นอกจากคุณภาพและความหลากหลายของโครงการแล้ว SENA ยังสร้างความแตกต่างด้วยระบบบริการหลังการขายครบวงจร ทั้ง SenX Property Management, RentNex และแอปพลิเคชัน SenProp ที่รองรับการดูแลทรัพย์สินและบริหารจัดหาผู้เช่า ช่วยเพิ่มความสะดวกและลดความกังวลให้แก่นักลงทุนต่างชาติ ด้วยความพร้อมดังกล่าว SENA จึงไม่ได้มุ่งเป็นเพียง “ผู้ขายคอนโด” แต่ก้าวสู่บทบาท Smart Investment Partner ที่พร้อมดูแลนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่การเลือกโครงการ การตัดสินใจลงทุน ไปจนถึงการบริหารทรัพย์สินและสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
ฮาริสัน ทุ่ม 600 ล้านบาท ลุยซื้อเหมา “Park 24 Phrom Phong” ตอกย้ำความสำเร็จหลังดัน Prop2Share เตรียมปิดดีล A Space Mega 1
บริษัท ฮาริสัน จำกัด (มหาชน) เดินหน้ารุกตลาดอสังหาริมทรัพย์เต็มกำลัง ประกาศลงทุนครั้งใหญ่ด้วยงบกว่า 600 ล้านบาท เข้าซื้อห้องชุดจำนวน 74 ยูนิต ในโครงการ Park 24 Phrom Phong คอนโดมิเนียมลักชัวรีบนทำเลศักยภาพใจกลางสุขุมวิท เพื่อนำมาบริหารงานขายและสร้างมูลค่าเพิ่ม
ตอกย้ำศักยภาพของบริษัทในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารสินทรัพย์ และการขายอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร

คุณสหัชชัย ขวัญชื้น Senior Vice President – Project Investment บริษัท ฮาริสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายหลังการเปิดตัว Prop2Share แพลตฟอร์มศูนย์รวมสต็อกอสังหาริมทรัพย์ที่ฮาริสันพัฒนาขึ้น ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้พัฒนาโครงการ นายหน้าอิสระ และนักลงทุนทั่วประเทศ พร้อมมีส่วนสำคัญในการผลักดันยอดขายโครงการ A Space Mega 1 จนเตรียมปิดการขายได้ในเร็ว ๆ นี้ ตอกย้ำศักยภาพของบริษัทในการเชื่อมโยงผู้ขาย ตัวแทนขาย และผู้ซื้อไว้ในระบบเดียว และถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนความเชื่อมั่นของทั้งผู้พัฒนาโครงการ นักลงทุน และผู้ซื้อที่มีต่อศักยภาพของทีมงานฮาริสัน
โดยในครั้งนี้ทางบริษัทได้เข้าซื้อห้องชุดแบบยกล็อตในโครงการ Park 24 Phrom Phong มูลค่ากว่า 600 ล้านบาท จำนวน 74 ยูนิต ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม High-rise ตั้งอยู่บนพื้นที่ 12 ไร่ อยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีพร้อมพงษ์เพียง 500 เมตร ราคาเริ่มต้นเพียง 4.99 ล้านบาท พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ครบครัน สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยของชีวิตคนเมืองได้อย่างลงตัว
สำหรับห้องชุดที่บริษัทเข้าลงทุนอยู่ภายในอาคาร 5, 6 หรือ E, F ได้รับการออกแบบให้สามารถเปิดรับวิวเมือง สวนเบญจกิติ ส่วนทิศตะวันตกสามารถเปิดรับวิวทิวทัศน์โค้งแม่น้ำเจ้าพระยา และบางกระเจ้า ทั้งยังสามารถเข้าออกได้ทั้งฝั่งซอยสุขุมวิท 24 และถนนพระราม 4 รวมถึงตัวที่ดินยังมีขนาดใหญ่จนทะลุไปถึงซอยสุขุมวิท 22 อีกด้วย โดยมีแนวคิดการออกแบบให้ผู้พักอาศัยได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติจากสวนขนาด 10 ไร่ภายในโครงการ แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความหรูหราของชีวิตใจกลางเมืองหลวงที่รายล้อมด้วยแสงสีของไลฟ์สไตล์อันทันสมัย ซึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของย่านคือบริเวณ Em District ที่เป็นที่ตั้งของ Emporium, EmQuartier และ EmSphere ทั้งนี้บริษัทประเมินว่าโครงการดังกล่าวมีศักยภาพสูงในกลุ่ม Expat และนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของย่านพร้อมพงษ์ โดยเฉพาะตลาดเช่าที่มีความต้องการต่อเนื่อง

คุณสหัชชัย กล่าวว่า ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี ของฮาริสันในการบริหารงานขายอสังหาริมทรัพย์ บริษัทมีความมั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอดขายและผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากโครงการ Park 24 Phrom Phong แล้ว บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมเปิดแผนการขายโครงการ All Seasons Mansion คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีบนถนนวิทยุ จำนวน 9 ยูนิต มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งจะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งภายใต้การลงทุนและการบริหารของบริษัท ส่งผลให้ปัจจุบันฮาริสันมีสินทรัพย์ในพอร์ตคิดเป็นมูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพและวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน Real Estate Investment และ Asset Management ด้วยความเชี่ยวชาญในการลงทุน การบริหารสินทรัพย์ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอสังหาริมทรัพย์
คุณกฤตพง โชคกิจธนโภคิน Marketing Consultant บริษัท ฮาริสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า Prop2Share ว่าไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มรวบรวมสต็อกอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็น Ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้พัฒนาโครงการ นายหน้าอิสระ และผู้ซื้อไว้ในระบบเดียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในยุคดิจิทัล โดยรวบรวมโครงการคุณภาพทั้งคอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม บ้านใหม่ และบ้านมือสอง ครอบคลุมทุกทำเล ทุกระดับราคา ปัจจุบันมีโครงการในระบบมากกว่า 1,400 โครงการ และมีการอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่องทุกเดือน อีกทั้งยังช่วยให้นายหน้าอสังหาริมทรัพย์สามารถเข้าถึงทรัพย์คุณภาพได้ทันที โดยไม่เสียเวลาเจรจากับเจ้าของทรัพย์แต่ละราย
นอกจากนี้ Prop2Share ยังเปิดโอกาสให้นายหน้าอิสระสามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่มีสัญญาผูกมัด สามารถรับงานจากเจ้าของทรัพย์รายอื่นควบคู่กันได้ พร้อมยกระดับศักยภาพการขายผ่านหลักสูตรอบรมและ Workshop ด้านการตลาดและการขายอสังหาริมทรัพย์ตลอดทั้งปีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะที่บริษัทเป็นผู้ดูแลขั้นตอนด้านเอกสารและกระบวนการซื้อขายอย่างครบวงจร ทำให้นายหน้าสามารถมุ่งเน้นการสร้างยอดขายได้อย่างเต็มที่ และได้รับค่าคอมมิชชันภายใน 30–45 วันทำการ หลังจากปิดการขาย
"เราไม่ได้ต้องการสร้างเพียงแพลตฟอร์มขายอสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องการสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสต็อกคุณภาพ เครื่องมือการขาย และองค์ความรู้เดียวกับมืออาชีพ เพื่อเติบโตไปพร้อมกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย" คุณกฤตพงกล่าว