
Biz Focus Magazine เป็นนิตยสารรายเดือนที่ร่วมส่งเสริมนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ - เอกชน และนักลงทุน
+(662) 399-1388
editor@bizfocusmagazine.com
เอพี ไทยแลนด์ ครึ่งปีแรกกวาดยอดขายถึง 25,530 ล้าน พร้อมลุยเปิด 40 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 53,620 ล้านบาท ตามเกม BREAKTHROUGH ทุกข้อจำกัด
นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี ไทยแลนด์ กล่าวว่า ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาถึงแม้ในขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดจะเริ่มคลี่คลายลง แต่ทุกคนทั่วโลกกำลังต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ ราคาสินค้าที่แพงขึ้นที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจแทบทุกประเทศ ซึ่งสิ่งที่เอพีทำมาโดยตลอดคือการมอนิเตอร์ทุกสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาปรับแผนการทำงาน ตลอดจนการบริหารจัดการต้นทุน เพื่อคงราคาขายดังเดิมไม่ให้กระทบไปยังลูกค้าเรามากที่สุด
วว. จับมือ บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี ยกระดับการศึกษาพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า
เปิดตัวโครงการ “Innovation Classroom 2026” ผสาน วทน. ปั้นเยาวชนนวัตกร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อมยั่งยืน

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จับมือ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ขับเคลื่อนโครงการ “Innovation Classroom 2026” ภายใต้กรอบ CSR In School ประจำปี 2569 เพื่อยกระดับสมรรถนะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนในโรงเรียนพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าราชบุรี โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) สู่การปฏิบัติจริง ปลูกฝังแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ตอบโจทย์การพัฒนากำลังคนของประเทศในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงปัจจุบัน ในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ณ ห้องสัมมนา อาคารบริหาร บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด
พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว มีระยะเวลาดำเนินงาน 2 ปี โดยมี ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว. นายจตุพร โสภารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีฯ และนายเอกสิทธิ์ เกิดลอย ประธานเครือข่ายโรงเรียนรอบโรงไฟฟ้าราชบุรี ร่วมลงนามความร่วมมือ โอกาสนี้ ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. นายเขมชาติ สถิตย์ตันติเวช ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี คณะผู้บริหาร นักวิจัย บุคลากรทั้ง 3 หน่วยงาน รวมทั้งภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ในพื้นที่ร่วมเป็นเกียรติและสักขีพยาน
ผู้ว่าการ วว. กล่าวถึงกรอบการดำเนินงานว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการผสานจุดแข็งระหว่าง “องค์กรวิจัยระดับประเทศ” และ “ผู้นำด้านพลังงานและพันธกิจเพื่อสังคม” อย่างลงตัว โดย วว. นำความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ งานวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ มาสนับสนุนโครงการในทุกมิติ โดยเน้นกระบวนการ Learning by Doing ให้ครูและนักเรียนได้ลงมือทำจริง เรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ การออกแบบเชิงวิศวกรรม ตลอดจนการเป็นพี่เลี้ยง (Mentoring) ให้คำปรึกษาในการพัฒนาข้อเสนอโครงการ สิ่งประดิษฐ์ต้นแบบ การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา และการเตรียมความพร้อมต่อยอดสู่การประกวดผลงานในระดับประเทศและเชิงพาณิชย์
นายจตุพร โสภารักษ์ กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนและการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน โดยเปิดพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ สนับสนุนงบประมาณ ทรัพยากร สิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งเชื่อมประสานเครือข่ายโรงเรียน ภาคีเครือข่ายท้องถิ่น และชุมชน เพื่อให้เกิดการนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริงและวัดผลความสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม
นายเอกสิทธิ์ เกิดลอย กล่าวว่า โรงเรียนในชุมชนรอบโรงไฟฟ้าราชบุรี มีทั้งหมด 27 โรงเรียน การรวมกันเป็นเครือข่ายทำให้นักเรียนยากจนและเรียนดีได้รับการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาต่อเนื่อง เพิ่มทักษะชีวิต พัฒนาเยาวชนรอบโรงไฟฟ้าให้เติบโตมาเป็นกำลังสำคัญของท้องถิ่น รวมทั้งมีการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การสร้างแผนป้องกันภัยและมาตรฐานสถานศึกษาปลอดภัย มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชน
โครงการ Innovation Classroom 2026 ถือเป็นโมเดลต้นแบบการยกระดับการศึกษายุคใหม่ที่สร้างผลกระทบเชิงบวก (Impact) ใน 3 มิติหลัก คือ 1) ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment & Circular Economy) มุ่งเน้นให้นักเรียนค้นหาโจทย์หรือปัญหาขยะ ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมในชุมชน/โรงเรียน แล้วนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาคิดค้นนวัตกรรมลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม สร้างจิตสำนึกรักษ์โลกอย่างยั่งยืน 2) ด้านสังคมและการศึกษา (Social & Education) ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้วยการส่งผ่านองค์ความรู้เทคโนโลยีระดับประเทศสู่ห้องเรียนในท้องถิ่น เสริมสร้างสมรรถนะครูผู้สอนให้เป็น "ครูนวัตกร" และปลูกฝังกระบวนการคิดวิเคราะห์ แก้ไขปัญหา และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก้าวสู่การเป็น "เยาวชนนวัตกร" (Young Innovators) และ 3) ด้านเศรษฐกิจ (Economy & Human Capital) การสร้างกำลังคนด้าน STEM และเทคโนโลยีตั้งแต่ระดับเยาวชน คือ การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา ซึ่งจะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (Value-Based Economy) ของประเทศในอนาคต
ความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการ Innovation Classroom 2026 ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนห้องเรียนธรรมดาให้เป็น "ห้องเรียนนวัตกรรม" อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะตอกย้ำว่าความร่วมมือระหว่างองค์กรวิจัย ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา สามารถสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับเยาวชน ชุมชน และประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน
#วทน #เศรษฐกิจ #นวัตกรรม #InnovationClassroom2026 #CSRInSchool2569
#ครูนวัตกร #เยาวชนนวัตกร #โรงไฟฟ้า #ราชบุรี
#อว # #วว #TISTR #บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี #เครือข่ายโรงเรียนรอบโรงไฟฟ้าราชบุรี
กองทุนญี่ปุ่น ปลื้ม รับผลตอบแทนสูง Altitude โชว์ผลงานปิดกอง Private Equity Fund คอนโดฯ ร่วมทุน “อัลติจูด ยูนิคอร์น” ประสบความสำเร็จ
กองทุนญี่ปุ่น “ครีท กรุ๊ป” ปลื้ม รับผลตอบแทนสูง เหมือนช่วงไม่มีโควิด-19 ฟาก อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ โชว์ผลงานปิดกอง Private Equity Fund ในการพัฒนาคอนโดฯ ร่วมทุน “อัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ” ได้เร็วก่อนโอนหมด ตุนแบ็กล็อกแล้วกว่า 60% คาดยอดโอนสิ้นปี 65 พุ่ง 75% เล็งต่อยอดโครงการอื่นในอนาคต พร้อมเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปี 66
โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ร่วมงาน Rayong Zero Food Waste 2026 จับมือภาครัฐ-หน่วยงานส่วนท้องถิ่น ขับเคลื่อน จ.ระยอง
สู่เมืองคาร์บอนต่ำ พร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ในเวทีเสวนา“ระยองไม่เทรวม เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์ สู่สิ่งแวดล้อมระยองที่ยั่งยืน”

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “Rayong Zero Food Waste 2026” ในงาน Knowledge & Experience Expo มหกรรมการเรียนรู้และประสบการณ์การจัดการขยะ พร้อมผนึกภาครัฐ-หน่วยงานท้องถิ่น-ชุมชน ขับเคลื่อน จ.ระยอง สู่เมืองคาร์บอนต่ำ และถ่ายทอดความรู้นวัตกรรมกำจัดขยะเศษอาหารด้วยหนอนแม่โจ้ BSF และการแปรรูปเศษใบไม้เป็นดินพร้อมปลูกลดภาระการฝังกลบของเทศบาล มุ่งขับเคลื่อนจังหวัดระยองสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน ผ่านเวทีเสวนา “ระยองไม่เทรวม เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์ สู่สิ่งแวดล้อมระยองที่ยั่งยืน
นายอดิศร วังมูล ผู้อำนวยการสายงานบริหารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด เผยในงาน Knowledge & Experience Expo มหกรรมการเรียนรู้และประสบการณ์การจัดการขยะ ภายใต้โครงการ Rayong Zero Food Waste 2026 “ระยองไม่เทรวม” ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายกิตติ เกียรติ์มนตรี รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมงานจำนวนมากว่า จุดเริ่มต้นของการบริหารจัดการขยะโดยใช้องค์ความรู้ด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและการกำจัดขยะอย่างได้ผล เกิดความตระหนักถึงจากปัญหาขยะใบไม้จำนวนมากในพื้นที่โรงไฟฟ้าทำให้ทางเทศบาลไม่สามารถขนไปกำจัดได้ทัน จึงต้องหาวิธีจัดการเองด้วยการนำความรู้เรื่องน้ำหมักอินทรีย์จากชุมชนที่เคยทำงานร่วมกันมาปรับใช้ในการหมักใบไม้ให้กลายเป็นดิน จากนั้นจึงขยับมาสู่การจัดการเศษอาหารซึ่งเป็นขยะเปียกที่ท้าทายกว่า เนื่องจากโรงอาหารของโรงไฟฟ้าให้บริการพนักงานเฉลี่ยราว 300 คนต่อวัน และอาจเพิ่มขึ้นถึง 1,000 คนต่อวันในช่วงซ่อมบำรุงใหญ่ ทำให้เศษอาหารที่เหลือกลายเป็นปัญหาทั้งเรื่องกลิ่นและภาระของเทศบาลในการจัดเก็บ

ด้วยความคิดที่จะลดภาระให้กับเทศบาลและขยะส่วนนี้ ทีมงานของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จึงใช้เวลากว่า 1 ปี ค้นคว้า ศึกษาข้อมูล และดูงานหลายแห่งของกรุงเทพมหานคร ทั้งศูนย์จัดการขยะขององค์การบริหารส่วนจังหวัด สำนักงานเขตหลักสี่ และโรงขยะหนองแขม จนได้พบทางออกในการใช้หนอนแม่โจ้ หรือ หนอนแมลงวันลาย (Black Soldier Fly: BSF) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการกินอาหารเร็วกว่าไส้เดือนถึง 5 เท่า สามารถย่อยสลายขยะอินทรีย์ได้มากถึง 2.5 กิโลกรัม ภายในเวลาเพียง 12 ชั่วโมง และย่อยสลายขยะอินทรีย์ได้ถึง 70% ของขยะอินทรีย์ทั้งหมดโดยไม่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดโรค เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเกิดผลพลอยได้โดยนำมูลหนอนแม่โจ้มาแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสำหรับใช้ในพื้นที่สีเขียวและการเกษตร ส่วนตัวหนอนนำไปใช้เป็นแหล่งโปรตีนสำหรับอาหารสัตว์ เช่น ไก่และปลา รวมถึงพัฒนาต่อยอดเป็นขนมสำหรับสุนัข สะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่เปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นทรัพยากรมีคุณค่าทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นยังได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารเทศบาลเมืองมาบตาพุด จังหวัดระยอง ให้พื้นที่สำหรับทดลองเลี้ยงไก่โดยใช้หนอนแมลงวันลายแม่โจ้เป็นอาหาร เนื่องจากในเขตนิคมอุตสาหกรรมไม่สามารถเลี้ยงสัตว์ปีกได้ จึงต้องทดลองในพื้นที่ส่วนบุคคล ทำให้ทีมงานพัฒนาต่อยอดจนผลิตเป็นอาหารสัตว์ได้ ทั้ง สุนัข ไก่ และแมว พร้อมเตรียมเปิดศูนย์เรียนรู้ให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมได้หลังปรับปรุงพื้นที่แล้วเสร็จ
ปัจจุบันองค์ความรู้ในด้านสิ่งแวดล้อมและการกำจัดขยะ ได้ขยายผลถ่ายทอดสู่หน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น อาทิ การร่วมมือกับเรือนจำกลางระยอง ซึ่งมีเศษอาหารจำนวนมาก โดยส่วนหนึ่งทางเรือนจำนำไปจำหน่าย ส่วนที่เหลือ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีเข้าไปช่วยให้ความรู้เรื่องกำจัดด้วยหนอนแมลงวันลายแม่โจ้ รวมถึงยังร่วมมือกับเทศบาลนครมาบตาพุดในการจัดการขยะใบไม้และขยะอินทรีย์ในพื้นที่ พร้อมนำแนวทางดังกล่าวไปนำเสนอในโครงการต่างๆ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนชาวระยองอีกด้วย
ดังนั้นการร่วมงาน Knowledge & Experience Expo ในครั้งนี้ และการร่วมร่วมจัดบูธจัดแสดงองค์ความรู้ นวัตกรรม รวมทั้งโครงการต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Seacrafty การเพิ่มมูลค่าอวนประมงใช้แล้วสู่ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อปทำพวงกุญแจจากขยะทะเล, โครงการเลี้ยงหนอนแม่โจ้ นวัตกรรมการเปลี่ยนเศษอาหารให้เป็นทรัพยากร พร้อมสาธิตการปลูกผักสลัดอินทรีย์และมอบปุ๋ยมูลหนอนแม่โจ้ให้ผู้ร่วมงาน และ การบริหารจัดการขยะอินทรีย์จากเศษใบไม้ ที่ร่วมกับเทศบาลนครมาบตาพุดถ่ายทอดกระบวนการเปลี่ยนเศษใบไม้ให้เป็นดินพร้อมปลูก เพื่อลดการเผา ลดปริมาณขยะ และเพิ่มคุณค่าให้ทรัพยากรธรรมชาติ จึงเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อร่วมผลักดันการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และร่วมขับเคลื่อนจังหวัดระยองสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป