
Biz Focus Magazine เป็นนิตยสารรายเดือนที่ร่วมส่งเสริมนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ - เอกชน และนักลงทุน
+(662) 399-1388
editor@bizfocusmagazine.com
BRR กางแผนปี 69 รุกธุรกิจ Refinery-พลังงานทางเลือก รับมือราคาน้ำตาลโลกผันผวน มุ่งสร้างความยั่งยืนระยะยา งบโค้งแรกปี 69 บุ๊กกำไรกว่า 241 ลบ. รายได้อยู่ที่ 1,423 ลบ.
บมจ.น้ำตาลบุรีรัมย์ หรือ BRR ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ทำกำไร 241 ลบ. มีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 1,423 ลบ. ปัจจัยหลักจากปริมาณน้ำตาลส่งออกน้อยกว่าปีก่อนในช่วงเวลาเดียวกัน และผลผลิตอ้อยในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดน้ำตาลอยู่ในภาวะอุปทานเกินดุล กดดันราคาปรับตัวลดลง ด้าน “อนันต์ ตั้งตรงเวชกิจ” แม่ทัพใหญ่ ประกาศทิศทางกลยุทธ์ปี 2569 มุ่งยกระดับห่วงโซ่คุณค่าผ่านโครงการโรงงานน้ำตาลทรายบริสุทธิ์ (Refinery) และรุกธุรกิจพลังงานทางเลือกเต็มตัว เพื่อสร้างเสถียรภาพท่ามกลางความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลก พร้อมชูเทคโนโลยีการเกษตรแม่นยำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

นายอนันต์ ตั้งตรงเวชกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BRR เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มในปี 2569 บริษัทคาดการณ์การฟื้นตัวที่ชัดเจนจากการรีบาวด์ของราคาน้ำตาล และปริมาณผลผลิตอ้อยที่คาดว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดย BRR มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่านองค์กรจากผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ ไปสู่การเป็นผู้นำด้าน “พลังงานทางเลือกและธุรกิจชีวภาพ” (Green Energy & Bio-based Hub) ควบคู่ไปกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ปัจจุบัน BRR ประสบความสำเร็จในการกระจายพอร์ตรายได้ไปยังธุรกิจเสริมที่ไม่ใช่น้ำตาล (Non-sugar) โดยมีรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าและปุ๋ยคิดเป็นสัดส่วนแต่ละธุรกิจเกือบ 10% และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ชานอ้อย (Packaging) อีก 4% ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดการพึ่งพารายได้จากสินค้าโภคภัณฑ์เพียงอย่างเดียว และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ Balance Sheet ซึ่งธุรกิจหลักยังเป็นรายได้จากน้ำตาล 70–80% ของรายได้รวม
บริษัทได้เดินหน้ากลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด ทั้งในส่วนของพลังงาน ปุ๋ย และระบบโลจิสติกส์ และยกระดับกระบวนการต้นน้ำด้วยการนำเทคโนโลยี “การเกษตรแม่นยำ” (Precision Farming) มาใช้บริหารจัดการพื้นที่ปลูกอ้อย เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานและลดความสูญเสียในกระบวนการเก็บเกี่ยว
“สำหรับปี 2569 บริษัทฯ ยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนากระบวนการผลิต ตลอดจนการบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว” นายอนันต์ กล่าว

ล่าสุดผลประกอบการของบริษัทในงวดไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 241.45 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 402.72 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 40.04 มีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 1,423.05 ล้านบาท ลดลง 938.39 ล้านบาท หรือร้อยละ 39.47 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากปริมาณขายที่ลดลง 30,730 ตัน ที่จะมีการขายในไตรมาส 2 ของปีนี้แทน
โดยราคาขายน้ำตาลเฉลี่ยในไตรมาสแรกของปี 2569 ปรับตัวลดลงตามตลาดโลกเฉลี่ยร้อยละ 28 ต่อตันน้ำตาล เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2568 รวมถึงราคาขายกากน้ำตาลที่ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 37 และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมรายได้จากการขายลดลง
CPL รับประกาศนียบัตรคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CPL โดย ดร.กิติชัย วงษ์เจริญสิน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานคณะกรรมการพัฒนาความยั่งยืน รับมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) จาก ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยบริษัทฯ ได้รับการรับรองต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
การได้รับการรับรองในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บมจ.ซีพีแอล กรุ๊ป ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ และสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว
ปัจจุบัน บมจ.ซีพีแอล กรุ๊ป ประกอบธุรกิจ 3 ประเภทหลัก ได้แก่ การผลิตและจำหน่ายหนังสำเร็จรูป การรับจ้างฟอกหนัง และการผลิตและจำหน่ายรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัย (Safety Products) ที่รวมถึงการพัฒนาและทำตลาดเทคโนโลยีสมาร์ท เซนส์ (Smart Sense) เพื่อยกระดับโรงงานอุตสาหกรรมไปสู่สมาร์ท แฟคตอรี่ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีโอกาสและศักยภาพในการเติบโตตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก
*********************************
เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์โดย บริษัท ไอทูซี คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (ในนาม CPL)
มณีนิล วณิชไพจิตร์ (มีนา) PR Manager โทร. 090 945 4050 Email : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล รุกอีสาน เปิด “เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส”
วางหมาก Regional Tech & Lifestyle Destination
เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เร่งเครื่องขยายตลาดภาคอีสานต่อเนื่อง เปิดสาขาใหม่ “เพาเวอร์บาย เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส” เป็นสาขาที่ 3 ในจังหวัดขอนแก่น และสาขาที่ 16 ในภาคอีสาน ตอกย้ำยุทธศาสตร์ “Selective Expansion” มุ่งลงทุนในหัวเมืองเศรษฐกิจศักยภาพสูง พร้อมยกระดับโมเดลสาขาสู่ “Regional Tech & Lifestyle Destination” รองรับความต้องการผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาค

ปัจจัยที่เลือกขยายสาขาที่ “ขอนแก่น” เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีองค์ประกอบของ “เมืองเศรษฐกิจยุคใหม่” ครบทั้งด้านกำลังซื้อและศักยภาพการเติบโต โดยมี GPP สูงเป็นอันดับ 2 ของภาคอีสาน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ การศึกษา และการคมนาคมของภูมิภาค ควบคู่กับการขยายตัวของเมืองและโครงการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง มีฐานประชากรกว่า 1.8 ล้านคน และครอบคลุมจังหวัดโดยรอบกว่า 10 ล้านคน ส่งผลให้ขอนแก่นกลายเป็นหนึ่งใน Strategic Retail Market ที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่ม New Gen นักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ และครอบครัวเมือง ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตมากขึ้น
นายสุวิณ โกษีอํานวย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “การแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบันไม่ได้วัดกันเพียงเรื่องสินค้า แต่รวมถึงความสามารถในการสร้างประสบการณ์และเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงกับไลฟ์สไตล์ในแต่ละพื้นที่มากขึ้น เพาเวอร์บายจึงพัฒนา ‘เพาเวอร์บาย เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส’ ภายใต้แนวคิด ‘Regional Tech & Lifestyle Destination’ เพื่อยกระดับสาขาให้เป็นมากกว่าพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่เป็นศูนย์รวมเทคโนโลยีและโซลูชันการใช้ชีวิตยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในภูมิภาคอีสาน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดภูมิภาค ขับเคลื่อนผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
นอกจากนี้ เพาเวอร์บายยังจัดแคมเปญฉลองเปิดสาขาใหม่ “เพาเวอร์บาย เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส” ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม – 17 มิถุนายน 2569 พบโปรโมชันพิเศษลดสูงสุด 50% พร้อมสิทธิพิเศษสมาชิก The 1, รับคูปองส่วนลดรวมมูลค่ากว่า 2,000 บาท จากพาร์ทเนอร์ที่ร่วมรายการ, โปรแกรมเก่าแลกใหม่รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 10,000 บาท, ผ่อน 0%,แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 40,000 บาท ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ, ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน รวมถึงบริการจัดส่งและติดตั้งฟรี เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ และสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
เกี่ยวกับเซ็นทรัล รีเทล
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “เซ็นทรัล รีเทล”) เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกรวมทั้งธุรกิจค้าส่งสินค้าหลากหลายประเภท ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-Format, Multi-Category Omnichannel Retail and Wholesale Platform) ในประเทศไทย และ ประเทศเวียดนาม บริษัทฯ มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,723 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omnichannel โดยธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ (1) กลุ่มฟู้ด มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค วัตถุดิบอาหาร รวมถึงสินค้าและบริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งต่าง ๆ เช่น ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด ท็อปส์ เดลี่ ท็อปส์ แคร์ และโก โฮลเซลล์ ในประเทศไทย ส่วนประเทศเวียดนาม ได้แก่ โก ไฮเปอร์มาร์เก็ต (บิ๊กซี / GO!) ท็อปส์ มาร์เก็ต มินิ โก (go!) และ ลานชี มาร์ท (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และ e-Book ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียน คิม (3) กลุ่มแฟชั่น มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต และ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป และ (4) กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ มุ่งเน้นการให้เช่าพื้นที่สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น โรบินสันไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 63 จังหวัด และ ประเทศเวียดนามทั้งหมด 26 จังหวัด
หมายเหตุ:
บริษัทฯ ได้ขายกิจการห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ในประเทศอิตาลี ตามมติของที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2568 (วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568) โดย ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เป็นวันที่ธุรกรรมการขายกิจการเสร็จสมบูรณ์
ไฮเออร์ ประเทศไทย ประกาศ ‘BamBam’ นั่งแท่น Brand Ambassador ต่อเนื่องปีที่ 2
เสริมแกร่งภาพลักษณ์ Global No.1 Brand ผู้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลก

13 มีนาคม 2569 – ไฮเออร์ (ประเทศไทย) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวั
มร. ต่ง เจี้ยนผิง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด “ภาพรวมการดำเนิ
จากความสำเร็จดังกล่าวฯ ไฮเออร์จึงได้เดินหน้าประกาศความร่วมมือกับ BamBam ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในฐานะ Brand Ambassador ประจำประเทศไทย เพื่อเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นและความผูกพันกับผู้บริโภคในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเป็นตัวแทนของความเป็น Global Star ที่สะท้อนภาพลักษณ์ Global No.1 Brand ของไฮเออร์ได้อย่างชัดเจน พร้อมถ่ายทอดความเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าพรีเมียมผ่านผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ตู้แช่ เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ ทีวี และเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งล้วนพัฒนาภายใต้แนวคิด Premium Brand ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และดีไซน์
“ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวคิด Scenario Brands และ Ecosystem Brands ของไฮเออร์ ที่มุ่งพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของ BamBam ในฐานะศิลปินระดับโลก และผู้นำความคิดสร้างสรรค์ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก” มร. ต่ง เจี้ยนผิง กล่าวสรุป
...........................................................
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่
Facebook : Haier Thailand, Instagram : @haierthailand_official, X
(Twitter) : @ThailandHaier, YouTube : @HaierThailandOfficial,
TikTok : @haier_thailand และ Line OA : @haierthailand
หรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติ