
Biz Focus Magazine เป็นนิตยสารรายเดือนที่ร่วมส่งเสริมนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ - เอกชน และนักลงทุน
+(662) 399-1388
editor@bizfocusmagazine.com
iCAUR เปิดตัวในไทย ส่งรถรุ่นเรือธง V27 REEV ลุยตลาด Premium Classic Boxy SUV
ชู Golden Range Extender ขับขี่ไกลสูงสุด 1,000 กม. ราคาเริ่มต้นเพียง 999,900 บาท
-เตรียมความพร้อมมาตรฐานงานบริการ พร้อมขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการครอบคลุมทั่วประเทศ-

กรุงเทพฯ 29 กันยายน 2569 - iCAUR (ไอคาร์) แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลกภายใต้เครือ Chery Group เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และเผยราคา iCAUR V27 REEV รถรุ่นแรกของแบรนด์ เริ่มต้นเพียง 999,900 บาท พร้อมส่งมอบตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้
การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมการนำเสนอ Premium Classic Boxy SUV ที่ผสานเอกลักษณ์ของดีไซน์คลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน REEV (Range Extended Electric Vehicle) มอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบรถยนต์ไฟฟ้า ควบคู่กับความมั่นใจในการเดินทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี และไอคาร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของ iCAUR คือการสร้างสรรค์รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่ไม่ได้มองเพียงเรื่องการเดินทาง แต่ให้ความสำคัญกับการออกแบบและประสบการณ์การใช้งานที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในแต่ละวัน เราเชื่อว่าแนวคิดดังกล่าวมีความสอดคล้องกับผู้บริโภคไทยยุคใหม่ที่มองหามากกว่ายานพาหนะ แต่ต้องการรถยนต์ที่สะท้อนตัวตน เติมเต็มไลฟ์สไตล์ และมอบอิสระในการใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง”
ขณะเดียวกัน ตลาด Boxy SUV ทั่วโลกยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 ล้านคันในปี 2568 และคาดว่าจะขยายตัวแตะ 7.5 ล้านคันในปี 2573 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 30% ต่อปี แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์ในรูปแบบ Boxy SUV และยังเป็นเทรนด์ที่มีโอกาสขยายตัวและได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในตลาดประเทศไทยในระยะต่อไป

จากทิศทางดังกล่าว จึงนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับ iCAUR ในการเข้ามานำเสนอ “ยานยนต์ทางเลือกใหม่” สู่ตลาดไทย ผ่านรถยนต์ในกลุ่มพรีเมียม Boxy SUV ที่ผสานดีไซน์อันโดดเด่นเข้ากับประโยชน์ใช้สอยที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ พร้อมด้วยเทคโนโลยี REEV ที่เพิ่มความยืดหยุ่นและความมั่นใจในการเดินทางไกล สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหารถ SUV ซึ่งไม่ได้ตอบโจทย์เพียงการเดินทาง แต่ยังสามารถเติมเต็มรูปแบบการใช้ชีวิตและสะท้อนตัวตนได้อย่างลงตัว
สำหรับประเทศไทย iCAUR จะมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น และ การพัฒนาบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นและสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในระยะยาว
“นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกที่งาน Big Motor Sale 2026 ตามด้วยกิจกรรมโรดโชว์ iCAUR V27 REEV เราได้รับกระแสตอบรับและความสนใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างน่าประทับใจ โดยมียอดลงทะเบียนแสดงความสนใจเพื่อรับสิทธิ์พิเศษก่อนใครมากกว่า 1,500 สิทธิ์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้ iCAUR โดย iCAUR เริ่มส่งมอบรถล็อตแรกอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมแผนเริ่มการประกอบในประเทศไทยปี 2570” มร. จิม ลี กล่าวเพิ่มเติม
เปิดแบรนด์ดีเอ็นเอ iCAUR ยานยนต์ที่สะท้อนตัวตนของ “คนมีหลากหลายไลฟ์สไตล์” ผ่านดีไซน์เหนือกาลเวลา
ชื่อ iCAUR ถ่ายทอดแนวคิดผ่านตัวอักษร “i” ซึ่งหมายถึง Inner Self หรือตัวตนของแต่ละบุคคล ครอบคลุม 3 แนวคิด ได้แก่ Intellect ความคิดที่ชาญฉลาดและมีจุดมุ่งหมาย Imagine ความคิดสร้างสรรค์และความกล้าออกจากกรอบ และ Interactive การเชื่อมโยงผู้คน เทคโนโลยี และโลกรอบตัว สู่บุคลิกของแบรนด์ 3 ด้าน ได้แก่ Tasteful, Distinctive และ Explorative หรือมีรสนิยม โดดเด่น และพร้อมออกไปสำรวจสิ่งใหม่
iCAUR ออกแบบรถให้รองรับการปรับแต่งตามบุคลิก ความสนใจ และรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ภายใต้สโลแกน “Classic Never Fades” แบรนด์นำความคลาสสิกมาตีความผ่านแนวคิด Future Classic Design เน้นสัดส่วน เส้นสาย ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย สร้างรถยนต์ที่โดดเด่นตั้งแต่แรกเห็นและยังคงความร่วมสมัย
รอนน่า หลัว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอคาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “iCAUR มุ่งสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน พร้อมเปิดโอกาสให้เจ้าของสามารถเติมเต็มความเป็นตัวเองและถ่ายทอดตัวตนผ่านรถยนต์ได้อย่างลงตัว โดยประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญต่อแผนการเติบโตระยะยาวของ iCAUR ในเอเชีย ดังนั้นการเปิดตัวครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์และความสัมพันธ์กับลูกค้าชาวไทย เราจะทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศ รับฟังความต้องการของผู้บริโภค และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง โดย iCAUR V27 REEV คือรถยนต์รุ่นแรกที่ถ่ายทอดคำมั่นสัญญาของแบรนด์ให้เกิดขึ้นจริง”
ส่งรถเรือธงรุ่นแรกประเดิมตลาดไทย iCAUR V27 REEV ดีไซน์เด่น-เทคโนโลยีครบ
iCAUR ประเดิมตลาดประเทศไทยด้วย iCAUR V27 REEV รถยนต์ D-SUV ขุมพลัง REEV ที่สะท้อนแนวคิด “Timeless in Motion” โดยนำเสนอความโดดเด่นและความครบครันของยานยนต์ผ่านตัวอักษรแต่ละตัว ได้แก่ "i" Intelligence เทคโนโลยีอัจฉริยะและขุมพลัง REEV "C" Character ดีไซน์ที่บอกเล่าตัวตนด้วยเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา "A" Ambience ความสุนทรีย์ของการเดินทางที่กลมกลืนกับไลฟ์สไตล์ "U" Unbound อิสระที่พร้อมเปิดรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย และ "R" Resilience สมรรถนะที่พร้อมพาไปไกลในทุกเส้นทาง
ความอัจฉริยะ “i” Intelligence ผ่าน Golden Range Extender เทคโนโลยี REEV สำหรับทุกระยะทาง พร้อมระบบความปลอดภัยและช่วยขับขี่ครบครัน ADAS 19 ฟังก์ชัน
เทคโนโลยี Golden Range Extender ของ iCAUR ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อน ขณะที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งพลังงานให้กับระบบขับเคลื่อน โดยน้ำมันเพียง 1 ลิตร สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 3.71 กิโลวัตต์ชั่วโมง มอบประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นและความมั่นใจในการเดินทาง
ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองในวันทำงานด้วยโหมดไฟฟ้า หรือการเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดที่สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าควบคู่กับน้ำมันได้อย่างยืดหยุ่น ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย พร้อมมอบอิสระในการเดินทางได้ทุกรูปแบบ
รถสามารถเลือกโหมดการขับขี่ด้วยไฟฟ้าได้สูงสุด 165 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC และมีระยะทางขับขี่รวมทั้งไฟฟ้าและน้ำมันถึง 1,000 กิโลเมตร รองรับการชาร์จแบบ DC Fast Charging จาก 30–80% เพียง 15 นาที รวมถึงความสามารถการชาร์จไฟกระแสตรง DC สูงสุดประมาณ 100 กิโลวัตต์ และระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก V2L กำลังสูงสุด 6 กิโลวัตต์
เทคโนโลยี Golden Range Extender ให้ประสบการณ์การเดินทางด้วยระยะทางขับขี่ที่ไกลยิ่งขึ้น มาพร้อม การสำรองพลังงาน (Power-Reserve Strategy) ที่ออกแบบมาให้ครอบคลุมสถานการณ์การใช้งานตั้งแต่การใช้ไฟฟ้าในเมือง การเร่งแซง การเดินทางระยะไกล และการรักษาระดับแบตเตอรี่ ไปจนถึงการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ขณะชะลอความเร็ว
พร้อมด้วยโหมดจัดการพลังงาน 5 รูปแบบ ได้แก่ Forced EV สำหรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน, EV Priority ที่เน้นการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก โดยเครื่องยนต์จะทำงานเมื่อจำเป็น, Hybrid Mode ที่บริหารการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันอย่างสมดุลโดยอัตโนมัติ, Fuel Priority สำหรับการเดินทางระยะไกลและสำรองพลังงานแบตเตอรี่ไว้ใช้ในภายหลัง และ Forced Charging ที่ให้เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ล่วงหน้า เพื่อสำรองพลังงานไฟฟ้าเมื่อถึงจุดหมาย
iCAUR V27 REEV มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) 19 ฟังก์ชัน อาทิ ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ APA (Auto Parking Assist) ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ระบบเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LDW/LKA) ระบบตรวจสอบจุดอับสายตา (BSD) และถุงลมนิรภัยรอบคัน และระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DMS) ช่วยเพิ่มความสะดวกและความมั่นใจในทุกการเดินทาง
สะดวกสบายด้วยประตูท้ายเปิดด้านข้างพร้อมระบบดูดไฟฟ้า ยางอะไหล่ติดตั้งภายนอก ไฟท้ายทรง Brick Taillights สปอยเลอร์หลัง กล้อง 360 องศาแบบซ่อน รวมถึงใบปัดน้ำฝนด้านหลังและระบบล็อกหรือปลดล็อกรถอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่เดินเข้าใกล้หรือออกห่างจากตัวรถ
ตัวรถมีความยาว 5,045 มิลลิเมตร กว้าง 1,976 มิลลิเมตร สูง 1,894 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,900 มิลลิเมตร ช่วยสร้างรูปลักษณ์ที่มั่นคงและเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร
เติมเต็มสุนทรียภาพแห่งการเดินทางด้วย “A” Ambience ชูคอนเซปต์ Interstellar Cockpit ห้องโดยสารกว้าง พร้อมเทคโนโลยีและพื้นที่อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
ห้องโดยสารออกแบบภายใต้แนวคิด "Interstellar Cockpit" ผสานความคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีที่คำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก สะท้อนเอกลักษณ์แบบ Future-Classic พร้อมคว้ารางวัล Best Interior Design Award สาขา Premium Car จากเวที Torino Automotive Design Award 2026 (TADA 2026)
ไฮไลต์สำคัญคือพื้นที่เหนือศีรษะแบบ "Star Island" ประกอบด้วยหลังคากระจก Dual Skyview Roof ความยาว 1.4 เมตร ไฟ Ambient Light บริเวณเพดานที่ปรับได้หลายสี รวมถึงจุดติดตั้งแท็บเล็ตและอุปกรณ์เสริม ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งและรองรับกิจกรรมที่หลากหลาย
ภายในตกแต่งด้วยวัสดุบุนุ่ม พร้อมหน้าจอกลางขนาด 15.4 นิ้ว จอแสดงข้อมูลสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 8.88 นิ้ว แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ กระจกไฟฟ้าแบบ One-Touch ตลอดจนช่องปรับอากาศและพอร์ต USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ระบบ Smart Cockpit รองรับโหมดการใช้งานสำหรับการตั้งแคมป์ การพักผ่อน สัตว์เลี้ยง การล้างรถ และการต้อนรับผู้ขับขี่ พร้อมเมนู Shortcut ระบบแสดงภาพรอบคัน 540 องศา และภาพจำลองตัวรถแบบ 3 มิติ เสริมความบันเทิงด้วยระบบเสียง Pioneer พร้อมลำโพงสูงสุด 15 ตำแหน่งรวมซับวูฟเฟอร์
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพร้อมระบบระบายอากาศ โดยเบาะผู้ขับขี่มีระบบบันทึกตำแหน่งและ Welcome Seat ขณะที่เบาะหน้าสามารถปรับราบเพื่อเพิ่มรูปแบบการใช้งาน ตำแหน่งเบาะสูงจากพื้นรถ 35 เซนติเมตร ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ i-AWD จัดสรรกำลังระหว่างมอเตอร์คู่โดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและแรงยึดเกาะ พร้อมโหมดขับขี่สูงสุด 9 รูปแบบ ครอบคลุม Eco, Normal, Sport และ Personalized รวมถึงโหมดสำหรับพื้นผิวร่วน ลื่น ไม่เรียบ โคลน และทุกถนน
สำหรับการขับขี่นอกเส้นทาง ตัวรถมีระยะใต้ท้อง 224 มิลลิเมตร พร้อมระบบ Wading Mode สำหรับการลุยน้ำ รองรับการลุยน้ำลึกสูงสุด 600 มิลลิเมตร ระบบช่วยกลับรถในพื้นที่จำกัด (In-Place Turn ในรูปแบบ Pivot Turn) และระบบ Crawl Mode ควบคุมความเร็วขณะขับออฟโรดหรือทางลาดชัน
iCAUR V27 REEV มาพร้อม 3 รุ่นย่อย ได้แก่ 2WD PRIDE รุ่นเริ่มต้นที่ครบครัน 2WD PRIME รุ่นเพิ่มความจุแบตเตอรี่และระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า และ 4WD PRESTIGE รุ่นสูงสุด มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ i-AWD และเทคโนโลยีออฟโรด โดยมีสีภายนอกให้เลือก 4 สี ได้แก่ Deep Black, Classic Sand, Moonlight White และ Highland Green (รุ่น 2WD PRIDE มีสี Deep Black และ Moonlight White) ภายในห้องโดยสารมาในโทนสี Shadow Black ขณะที่รุ่น 4WD PRESTIGE ที่มาพร้อมตัวถังสี Classic Sand สามารถเลือกห้องโดยสารสี Oak Brown
เปิดตัว iCAUR V27 REEV พร้อมข้อเสนอพิเศษและสิทธิประโยชน์ครบครัน*
สำหรับข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว รับส่วนลด 30,000 บาท พร้อม Lifetime Battery Warranty Package และแพ็กเกจมูลค่ารวม 100,000 บาท ประกอบด้วยประกันภัยชั้นหนึ่งนานหนึ่งปี อุปกรณ์ V2L และเครื่องชาร์จแบบพกพา บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี และรับกล่องสัญญาณอัจฉริยะ T-Box Internet Data เพื่อเชื่อมต่อรถกับ iCAUR Application นาน 5 ปี รวมถึงการรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รับประกันเครื่องยนต์นาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เมื่อจองและออกรถภายใน 31 ตุลาคม 2569
*สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ด้านบริการหลังการขาย iCAUR Thailand มุ่งสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน พร้อมบริหารค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาให้ต่ำกว่ารถยนต์ไฮบริดทั่วไปสูงสุด 34%* พร้อมกันนี้ iCAUR Thailand เตรียมความพร้อมด้านอะไหล่มากกว่า 95% ภายในเดือนตุลาคม 2569 และยกระดับมาตรฐานการให้บริการของผู้จำหน่ายทั่วประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีทีมงานบริการหลังการขายที่พร้อมให้บริการ 100% เพื่อส่งมอบบริการที่มีคุณภาพและต่อเนื่องแก่ลูกค้าในทุกพื้นที่ และตลอดทุกช่วงของการใช้งาน
*ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาคำนวณจากราคาขายปลีกอะไหล่และค่าแรงของ iCAUR ในอัตรา 600 บาทต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ผลประหยัดจริงอาจแตกต่างกันตามรุ่นรถ รายการบำรุงรักษา และเงื่อนไขการใช้งาน
ด้านเครือข่ายผู้จำหน่าย ภายในสิ้นปีนี้ iCAUR จะมีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 25 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลักในภูมิภาค
ลูกค้าที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ iCAUR V27 REEV รวมถึงข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแบรนด์ iCAUR ได้ทาง Facebook: iCAUR Thailand
####
#iCAUR #iCAURThailand #iCAURV27REEV #ClassicNeverFades
สื่อมวลชนสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ ฝ่ายประชาสัมพันธ์:
อัปช็อต คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด (Upshot Communications)
ฐิตาภา แก้วหมั้น (เปรียว) โทรศัพท์: 062-596-5993 อีเมล: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
ปฐมพร เขียวแก้ว (ยีน) โทรศัพท์: 063-956-6111 อีเมล: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
ไอคาร์ ประเทศไทย (iCAUR Thailand)
ณัชสุภัท เหมธัญ (ฝน) โทรศัพท์: 094-186-1666 อีเมล: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
ราคาจำหน่าย iCAUR V27 REEV
เปิดราคาจำหน่าย iCAUR V27 REEV อย่างเป็นทางการ 3 รุ่นย่อย
พร้อมข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว
รุ่น ราคาสุทธิ (บาท) ราคาพิเศษหลังหักส่วนลด (บาท)
2WD PRIDE 1,029,900 บาท 999,900 บาท
2WD PRIME 1,189,900 บาท 1,159,900 บาท
4WD PRESTIGE 1,289,900 บาท 1,259,900 บาท
ข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้า iCAUR V27 REEV ช่วงเปิดตัว*
เมื่อจองและออกรถภายใน 31 ตุลาคม 2569
iCAUR มีกำหนดเริ่มส่งมอบรถยนต์ล็อตแรกอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
*สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
###
บีโอไอไฟเขียวอีซูซุ ลงทุนกว่า 1.5 หมื่นล้าน
ยกระดับฐานการผลิต ก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว
บีโอไออนุมัติ อีซูซุ (Isuzu) ขยายการลงทุนเพิ่มกว่า 15,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงและยกระดั
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริ
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2509 มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนที่สร้างคุณค่าให้แก่ประเทศ
มาอย่างต่อเนื่องกว่า 60 ปี ทั้งจากนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนไทย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยสู่เศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์บริการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
555 ถ. วิภาวดีรังสิต จตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร 0 2553 8111
555 Vibhavadi-Rangsit Road, Chatuchak Bangkok 10900 Tel. 0 2553 8111, Fax : 0 2553 8222
FIT Auto ร่วมกับ BSA จับมือ วิทยาลัยเทคโนโลยีเอเชีย หนองคาย เดินหน้าโครงการพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา มุ่งเน้น “Hands-on Learning”
หนุนเครื่องมือมาตรฐานจริง เตรียมความพร้อมสู่สายอาชีพบริการยานยนต์

คุณสุรเชฏฐ์ พรพิพัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจบริการยานยนต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) คุณสุรัส พุฒยางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิซิเนส เซอร์วิสเซส อัลไลแอนซ์ จำกัด (BSA) และ ดร.วิกร รัตนวิชัย ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีเอเชียหนองคาย ประกาศความร่วมมือระหว่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) บริษัท บิซิเนส เซอร์วิสเซส อัลไลแอนซ์ จำกัด (BSA) และ วิทยาลัยเทคโนโลยีเอเชียหนองคาย ผ่าน "โครงการความร่วมมือพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา" ภายใต้แนวคิด “เชื่อมโยงการศึกษา - ทักษะปฏิบัติ - ความพร้อมสู่การฝึกงาน” (Hands-on Learning | Industry Readiness) มุ่งเน้นการยกระดับทักษะวิชาชีพของนักศึกษาอาชีวศึกษา สาขาช่างยนต์และสาขาที่เกี่ยวข้อง ผ่านการสนับสนุนเครื่องมือ อุปกรณ์ และองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญจริง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การฝึกงานและการทำงานอย่างมืออาชีพ
ในปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมบริการยานยนต์มีความต้องการบุคลากรช่างเทคนิคที่มีทักษะเชิงปฏิบัติสูง และมีความคุ้นเคยกับเครื่องมือ ตลอดจนมาตรฐานการให้บริการยานยนต์สมัยใหม่ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงมุ่งแก้โจทย์ดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการยกระดับการเรียนการสอน เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติการจริงจากเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในศูนย์บริการ (Hands-on Learning) ตลอดจนวางแนวทางเส้นทางอาชีพ (Career Path) เข้าสู่ธุรกิจบริการยานยนต์ในอนาคต
ในการนี้ ทาง FIT Auto ได้ให้การสนับสนุนครุภัณฑ์และเครื่องมือช่างสำหรับปฏิบัติงานอย่างครบครัน อาทิ เครื่องถอดประกอบยาง, เครื่องถ่วงล้อ, ลิฟต์ยกรถ, อุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ยานยนต์ รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ และการวางแนวทางการฝึกงานภาคปฏิบัติอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยให้สถานศึกษามีพื้นที่เรียนรู้เชิงปฏิบัติการที่ทันสมัย สอดคล้องกับการทำงานจริงในสถานประกอบการ
คุณสุรเชฏฐ์ เปิดเผยว่า “FIT Auto มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เพราะเชื่อมั่นว่าทักษะและประสบการณ์จากหน้างานจริงคือกุญแจสำคัญในการพัฒนากำลังคนคุณภาพสู่ภาคบริการยานยนต์ การร่วมมือกับวิทยาลัยเทคโนโลยีเอเชีย หนองคายในครั้งนี้ จะช่วยให้นักศึกษามีความมั่นใจ ความพร้อมก่อนเข้าสู่ช่วงฝึกงาน และสามารถเติบโตในสายอาชีพช่างเทคนิคได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงภาคการศึกษากับภาคธุรกิจเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ส่งเสริมให้นักศึกษาอาชีวศึกษาได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างตรงจุด ตอบรับความต้องการของตลาดแรงงานยานยนต์ในยุคปัจจุบันอย่างยั่งยืน
ฮอนด้า ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน
พร้อมยกระดับแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่ รถยนต์รุ่นใหม่ และเทคโนโลยีใหม่
ยึดมั่นการดูแลลูกค้าในทุก Touchpoint ด้วยบริการหลังการขายที่ครบวงจร
Maritime Synergy ยกระดับ Premium Logistics Solution ด้วย Volvo Trucks
ดีไซน์พิเศษสะท้อนเอกลักษณ์องค์กร พร้อมรองรับการเติบโตของเครือข่ายขนส่งข้ามพรมแดน

บริษัท มารีไทม์ ซินเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด (MARITIME SYNERGY (THAILAND) CO.,LTD.) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และการขนส่งสินค้าครบวงจร (Integrated Logistics Solutions) สัญชาติไทย ประกาศยกระดับการให้บริการสู่มาตรฐาน “Premium Logistics Solution” เพื่อตอบรับโอกาสทองในยุคการเปลี่ยนผ่านสู่ AI ล่าสุดบริษัทได้ลงทุนครั้งสำคัญด้วยการรับมอบรถหัวลาก Volvo Trucks จำนวน 4 คัน ได้แก่ Volvo FH 460 แรงม้า จำนวน 1 คัน และ Volvo FM Pro 380 แรงม้า จำนวน 3 คัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับฟลีทรถเดิมที่มีอยู่กว่า 40 คัน รองรับการขยายโครงข่ายการขนส่งสินค้าข้ามชายแดน (Cross Border Transport) เชื่อมโยงประเทศไทยไปยัง สปป.ลาว และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างเต็มรูปแบบ
16 ปีแห่งการพิสูจน์ฝีมือบริษัทไทย: ผสานนวัตกรรม AI สู้ศึกทุนข้ามชาติ
นายพิรพงศ์ โห้แจ่ม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มารีไทม์ ซินเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ก้าวผ่านอุปสรรคมากมายโดยยึดมั่นในปรัชญา “ความน่าเชื่อถือ” (Reliability) และ “การส่งมอบตรงเวลา” (On-time Delivery) เป็นหัวใจสำคัญในการให้บริการ แม้ปัจจุบันตลาดโลจิสติกส์จะมีการแข่งขันสูงและเต็มไปด้วยทุนข้ามชาติขนาดใหญ่ แต่ Maritime Synergy เลือกที่จะใช้ Digital Transformation และนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในการทลายกำแพงความรู้ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการซัพพลายเชน รวมถึงการควบคุมต้นทุนอย่างแม่นยำ
“เราไม่ได้มองว่า AI เป็นเพียงเทคโนโลยี แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรไทยสามารถเข้าถึงมาตรฐานการจัดการระดับโลกได้ไม่ต่างจากบริษัทข้ามชาติ” นายพิรพงศ์กล่าว โดยปัจจุบันธุรกิจหลักของบริษัทครอบคลุมทั้งการขนส่งทางถนนในประเทศและข้ามแดน การบริการจัดการตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้แห้ง และตู้ควบคุมอุณหภูมิ ตลอดจนการออกแบบโซลูชันโลจิสติกส์เฉพาะราย (Tailored Solutions) ให้แก่กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน ก่อสร้าง และสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG)

สร้างมาตรฐานใหม่ ไม่วิ่งตามใคร มุ่งเป้าเติบโตอย่างยั่งยืน
นายพิรพงศ์ย้ำถึงแนวคิดการทำธุรกิจว่า “เราไม่ได้วิ่งตามมาตรฐานของคนอื่น แต่เราสร้างมาตรฐานของตัวเอง” การลงทุนใน Volvo Trucks รุ่นใหม่ที่มีระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันที่เหนือชั้น และการประหยัดน้ำมันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งต่อความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า
สำหรับแผนงานในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า Maritime Synergy มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายเป็นบริษัทโลจิสติกส์ที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ต้องการเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น จนเป็นที่จดจำในฐานะ “ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับพรีเมียม” ที่ลูกค้าไว้วางใจในทุกเที่ยววิ่ง ไม่ว่าจะเป็นงานโครงการหรือการขนส่งในชีวิตประจำวัน เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรไทยที่ก้าวไกลสู่มาตรฐานระดับสากล
เบื้องหลังรถรุ่น Masterpiece: ศิลปะที่สะท้อนตัวตนและเส้นทางชีวิต
การขยายฟลีทรถหัวลาก Volvo Trucks (รุ่น FM380 และ FH460) ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนใน ฟลีทรถทั่วไป แต่คือการสร้าง “ผลงานระดับ Masterpiece” ที่นำเรื่องราวชีวิตและ DNA ขององค์กรมาถ่ายทอดผ่านงานศิลปะบนตัวรถ:
Volvo FH460 Concept “Burgundy Snake Rose Master”
รถบรรทุกเพื่อการวิ่งระยะไกลคันนี้ โดดเด่นด้วยงานแอร์บรัชรูป “งูและดอกกุหลาบ” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรอยสักของผู้ก่อตั้ง โดย “งู” สื่อถึงสติ ปัญญา ความสุขุม และความพร้อมปรับตัวในทุกสถานการณ์ ส่วน “ดอกกุหลาบ” สื่อถึงความงดงามของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านอุปสรรคและขวากหนามในธุรกิจ
Volvo FM380 Concept “Top Secret Gold”
รถบรรทุกสีทองอร่ามที่มีความคล่องตัวสูง สื่อถึง “คุณค่าของประสบการณ์” ที่ตกผลึกจากการเริ่มต้นธุรกิจจากศูนย์ ผ่านบททดสอบที่ต้องฟันฝ่าด้วยตัวเอง สีทองจึงไม่ใช่แค่ความหรูหรา แต่เป็นเครื่องเตือนใจถึงวันที่ต้องต่อสู้ตามลำพังและพลังใจในการลุกขึ้นใหม่เสมอ
“เราเชื่อว่า ความสำเร็จไม่ได้วัดจากจำนวนรถที่มี แต่วัดจากความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ และนั่นคือสิ่งที่ Maritime Synergy จะสร้างให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในอีก 3-5 ปีข้างหน้าครับ” นายพิรพงศ์ กล่าวปิดท้าย
Wuling Thailand รุกตลาดรถครอบครัว เปิดตัว STARLIGHT DARION EV
Wuling Thailand บริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งขึ้นใหม่โดย บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด กับบริษัทแม่จากจีน (SGMW หรือ SAIC-GM-Wuling) เพื่อดำเนินการขายและการตลาดของรถยนต์แบรนด์ WULING ในไทยอย่างเป็นทางการ เผยวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ครั้งใหญ่ประกอบด้วย 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์อีก 5 รุ่นในไทย การเพิ่มโชว์รูมและปรับมาตรฐานโชว์รูมให้เป็นมาตรฐาน การตั้งศูนย์คลังอะไหล่เพื่อรองรับการบริการหลังการขาย และการเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์รถยนต์ WULING ในไทย พร้อมเปิดตัว WULING STARLIGHT DARION EV สร้างเซ็กเมนต์ใหม่ Mass Market MPV-VAN 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ไฟฟ้า สไตล์รถตู้พรีเมี่ยมในราคารถเก๋งที่ใคร ๆ ก็เป็นเจ้าของได้ พร้อมแคมเปญพิเศษจำกัดเวลาถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้เท่านั้น
บริดจสโตน ประเทศไทย ผู้นำระดับโลกด้านยางรถยนต์และโซลูชั่นการเดินทางที่ยั่งยืน สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งด้วยการเปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมยางรถยนต์สปอร์ตพรีเมียมรุ่นล่าสุด “BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO” ในงาน IMPACT Speed Fest 2026 พร้อมเชิญสื่อมวลชนร่วมสัมผัสยางสายพันธุ์สปอร์ตแห่งอนาคตภายใต้แนวคิด ‘Ultimate Control, Superior Performance’ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ในระดับสูงสุด ด้วยการตอบสนองที่เฉียบคม การควบคุมที่แม่นยำ และความมั่นใจในทุกเส้นทางสำหรับผู้ที่หลงใหลในการขับขี่สไตล์สปอร์ต โดดเด่นด้วยคุณสมบัติสำคัญรองรับการใช้งานทั้งรถยนต์สมรรถนะสูงและรถยนต์ไฟฟ้า (EV Ready) ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของบริดจสโตนที่พร้อมนำพานักขับทุกท่านพุ่งทะยานสู่อนาคตแห่งการเดินทาง

บรรยากาศงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ณ บูธบริดจสโตน ในงาน Impact Speed Fest 2026
นายอะกิฮิโตะ อิชิอิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยางรถยนต์ชั้นนำระดับโลก บริดจสโตนมีความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริดจสโตนจึงอยากสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับตลาดยางรถยนต์ในประเทศไทยด้วยการนำเสนอนวตกรรมยางรถยนต์สปอร์ตพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุด BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ยางรถยนต์ที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติชั้นเลิศในทุกด้าน ผ่านการออกแบบและพัฒนาขึ้น ภายใต้แนวคิด ‘Ultimate Control, Superior Performance’ เพื่อให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความเร้าใจ พร้อมมอบความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่ในทุกเส้นทาง”

ผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ภายใต้แนวคิด Ultimate Control, Superior Performance
BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ส่งมอบสมรรถนะการควบคุมที่แม่นยำ การยึดเกาะถนนที่เหนือกว่า และอายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น รวมถึงได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานทั้งรถยนต์สมรรถนะสูงและรถยนต์ไฟฟ้า (EV Ready) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการใช้งาน มาพร้อมคุณสมบัติโดดเด่น 5 ประการ ดังนี้
*หมายเหตุ เมื่อเทียบกับรุ่น BRIDGESTONE POTENZA SPORT
นอกจากนั้น ในยุคของยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญ บริดจสโตนยังเล็งเห็นถึงความต้องการของผู้ขับขี่ที่ยังคงหลงใหลในความเร็วและสมรรถนะขั้นสูง BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO จึงถูกคิดค้นและออกแบบมาเป็นพิเศษด้วยนวัตกรรมออกแบบยางรถยนต์รุ่นใหม่ที่เน้นน้ำหนักเบาและลดแรงต้านทานการหมุน (Rolling Resistance Coefficient - RRC) ช่วยให้รถยนต์ประหยัดพลังงานมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV Ready)
บรรยากาศงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ณ บูธบริดจสโตน ในงาน Impact Speed Fest 2026
นายอะกิฮิโตะ อิชิอิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่บริดจสโตนภาคภูมิใจอย่างยิ่งในการนำเสนอต่อผู้บริโภคในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ขับขี่ที่ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทยางรถยนต์คุณภาพสูงระดับพรีเมียม อีกทั้งเรายังเชื่อมั่นว่ายางรุ่นนี้จะเข้ามามาตอบโจทย์ และช่วยขยายกลุ่มลูกค้าออกไปยังผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการสมรรถนะอันดีเยี่ยม การควบคุมที่แม่นยำ การยึดเกาะที่เหนือกว่า และอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น”
สำหรับ BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ที่พร้อมจำหน่ายในปี พ.ศ. 2569 รวมทั้งสิ้น
71 ขนาด โดยจะมีให้เลือกตั้งแต่ขอบ 18-22 นิ้ว ในราคาเริ่มต้นที่ 5,150 บาท** สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายยางรถยนต์บริดจสโตน
Troop Truck
พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารรถขนส่
เปิดงานสุดยิ่งใหญ่! “Manufacturing Expo 2026” ปักหมุดไบเทครวมพลนักอุตสากรรมโลก
โชว์นวัตกรรมจัดการพลังงาน - บริหารต้นทุนอัจฉริยะ - อัปสเกลผลผลิต
อาร์เอ็กซ์ ไบเทค เดินหน้าเปิด “Manufacturing Expo 2026” สุดยิ่งใหญ่ ชวนนักอุตสาหกรรมทุกแขนงเข้าชมงาน พร้อมชมนวัตกรรมเครื่องจักรรุ่นใหม่
ที่จะช่วยเพิ่มกำไร -ประหยัดพลังงาน - เพิ่มผลผลิต กว่า 2,000 แบรนด์ จาก 30 ประเทศ 29 พาวิลเลียนนานาชาติ 17 - 20 มิถุนายนนี้
จัดเต็มทุกฮอลล์ของไบเทค บางนา

คุณวราภรณ์ ธรรมจรีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์เอ็กซ์ ไบเทค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าในโลกที่การแข่งขันวัดกันที่ความเร็วและการสร้างมูลค่าใหม่ ประเทศไทยพร้อมก้าวสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของอาเซียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี งาน Manufacturing Expo 2026 ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Innovations that Define All Industries นวัตกรรมที่สร้างนิยามใหม่ให้ทุกการผลิต” เพื่อเป็นเวทีระดับโลกที่รวบรวมเครื่องจักร เทคโนโลยี และโซลูชันกว่า 2,000 แบรนด์ จาก 30 ประเทศ และ 29 พาวิลเลียนนานาชาติ บนพื้นที่กว่า 45,000 ตารางเมตรของไบเทค ครอบคลุม 7 งานแสดงเฉพาะทาง ตั้งแต่พลาสติก แม่พิมพ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อิเล็กทรอนิกส์ การเคลือบพื้นผิว ไปจนถึงการบริหารจัดการโรงงานและอาคาร
ไฮไลต์ปีนี้คือการนำ AMTS Pavillion จากจีนมาสู่ไทยเป็นครั้งแรกเพื่อโชว์เทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่ และการจัดงาน Automotive Summit 2026 ร่วมกับสถาบันยานยนต์ ภายใต้แนวคิด “Smart Mobility - Smarter is Future ยานยนต์อัจฉริยะขับเคลื่อนสู่โลกอนาคต” พร้อมด้วยเวทีสัมมนากว่า 90 หัวข้อจากผู้เชี่ยวชาญ 137 ท่าน 43 สถาบัน เพื่อเปิดมุมมองใหม่และเชื่อมโยงพันธมิตรจากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก มุ่งสร้างธุรกิจแห่งอนาคตให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ด้าน ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวเสริมว่า ทางสถาบันฯ ถ่ายทอดแนวคิดและมุมมองใหม่ ๆ ของทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ที่ไม่ได้มีแต่เรื่องของ EV แต่ยังมีเรื่องเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เข้ามาสู่เรื่องของยานยนต์ ที่จำเป็นต้องรู้เพื่อเตรียมพร้อมของการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อก้าวไปสู่ซัพพลายเชนสมัยใหม่ รวมถึงการสร้าง ecosystem เพื่อรองรับระบบอัจฉริยะ ผ่านการสัมมนา Automotive Summit 2026 ใน 4 มิติ คือ Smarter is Safer ยิ่งฉลาด ยิ่งปลอดภัย, Smarter is Pleasure ยิ่งฉลาด ยิ่งสบาย, Smarter is Saver ยิ่งฉลาด ยิ่งประหยัด และ Smarter is Greener ยิ่งฉลาด ยิ่งรักษ์โลก และจะเสริมให้ Automotive Summit 2026 ไม่ได้เป็นเพียงแค่สุดยอดเวทีสัมมนาทางวิชาการ แต่จะเป็นอีกพลังแห่งการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อนาคตแห่ง Smart Mobility อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ในพิธีเปิดงานดังกล่าวได้รับเกียรติจาก คุณวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ขับเคลื่อนมูลค่าใหม่ สู่อุตสาหกรรมไทยแห่งอนาคต” ว่าทางกระทรวงอุตสาหกรรมย้ำนโยบาย “ONE MIND” ในการเป็นผู้สนับสนุนเพื่อสร้างเวทีการแข่งขันที่เป็นธรรม ควบคู่กับการพาผู้ประกอบการไทยปรับตัวรับกติกาโลกใหม่เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอันดับ 1 ของอาเซียน อันดับ 5 ของเอเชีย และอันดับ 11 ของโลก ความท้าทายของการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานไฮโดรเจนในอนาคต มุ่งเน้นการปฏิรูปนิยามของยานยนต์ให้เป็นอุปกรณ์อัจฉริยะควบคู่กับความปลอดภัยสูงสุด พร้อมผลักดันแนวคิด ESG และเศรษฐกิจหมุนเวียนในการบริหารจัดการแบตเตอรี่และชิ้นส่วนหมดอายุการใช้งานอย่างยั่งยืน
พบกับช่วงเวลาของการร่วมออกแบบอนาคตอุตสาหกรรมไทยและอาเซียนผ่านการแลกเปลี่ยนความคิด การสร้างพันธมิตร และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ ที่พร้อมจะมอบแนวคิดใหม่ แรงบันดาลใจใหม่ และโอกาสใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจและยกระดับอุตสาหกรรมไทยไปสู่อนาคตที่เราภาคภูมิใจร่วมกัน ได้ที่งาน Manufacturing Expo 2026 ซึ่งจะมีไปจนถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 - 18.00 น. ณ ฮอลล์ 98 - 104 ไบเทค บางนา มีค่าเข้าชมงาน 500 บาท แต่สามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมบริเวณด้านหน้าฮอลล์ 98 ฝั่งสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อรับรหัสเข้าชมงานฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2686 7222 หรืออีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
EVT ตั้งเป้ายอดรายได้ทะลุ 200 ล้านบาท เติบโต 40%
บริษัท รถไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ EVT ซึ่งเป็นผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่ายรถโดยสารขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้ารายแรกในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 30 ปี ตั้งเป้ารายได้เติบโตในปีนี้ 30% ในปีนี้ โดยช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา สามารถสร้างรายได้ตามเป้าหมายที่กำหนด