
Biz Focus Magazine เป็นนิตยสารรายเดือนที่ร่วมส่งเสริมนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ - เอกชน และนักลงทุน
+(662) 399-1388
editor@bizfocusmagazine.com
“PROPFINN” แพลตฟอร์มสินเชื่ออสังหาฯ ยุคใหม่ ปลดล็อกสินเชื่อค้ำประกัน Asset Class ระดับสถาบัน เชื่อมดีล Asset-Backed Lending
จากความสำเร็จในการเปลี่ยนโลกสินเชื่อยานยนต์ด้วย FinTech ผ่านแพลตฟอร์ม “CARFINN” วันนี้เตรียมเขย่าวงการอสังหาฯ - การเงินและการลงทุน
“คุณเกียรติศักดิ์ กีรติยากรสกุล” CEO PROPFINN เดินหน้ายกระดับองค์กร สู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์
ล่าสุดเปิดตัวแพลตฟอร์ม “PROPFINN” สะพานเชื่อมการลงทุนยุคใหม่ในสินเชื่อที่มีอสังหาฯ จดทะเบียนค้ำประกัน (Asset-backed Lending) เปลี่ยนดีลซับซ้อนให้โปร่งใส เข้าถึงง่าย และมีความปลอดภัยสูง พร้อมเปิดประตู ให้นักลงทุนเข้าถึง Asset Class คุณภาพระดับสถาบัน เพื่อสร้างผลตอบแทนสูง

คุณเกียรติศักดิ์ กีรติยากรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพฟินน์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของ “CARFINN” แพลตฟอร์มสินเชื่อยานยนต์ที่เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย วันนี้บริษัทพร้อมขยายโมเดลธุรกิจและนำเทคโนโลยีการเงิน (FinTech) มาพลิกโฉมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์ม "PROPFINN" เพื่อแก้ Pain Point การยื่นขอสินเชื่อที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน และยังเป็นการเปิดประตูสู่ Asset Class ที่นักลงทุนสถาบันใช้สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ การลงทุนในสินเชื่อที่มีอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียน ค้ำประกัน (Asset-backed Lending) ที่เป็นตัวกลางทำหน้าที่เป็นสะพานที่ทำให้ดีลเหล่านี้ ตรวจสอบได้ มีโครงสร้าง และเข้าถึงได้จริง
โดย PROPFINN วางโพสิชันเป็น Financial Advisor Marketplace ที่ทำหน้าที่เป็น “สะพาน” เชื่อมระหว่าง “ผู้มีทรัพย์” ที่ต้องการสภาพคล่อง เข้ากับ “ผู้มีทุน” ที่มองหาผลตอบแทนสม่ำเสมอ ผ่านการลงทุนในสินเชื่อที่มีอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-backed Lending) ด้วยมาตรฐานระดับสถาบันการเงินในทุกมิติ
มุ่งเน้นการให้บริการผ่าน 4 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ ความแม่นยำ (Accuracy), ความโปร่งใส (Transparency) ที่ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน โดยไม่มีการเก็บค่าบริการล่วงหน้า, ความรวดเร็ว (Speed) ที่สามารถทราบผลภายใน 3 วัน และความหลากหลาย (Variety) ของทรัพย์สินที่ครอบคลุมตั้งแต่ที่อยู่อาศัย ที่ดินเปล่าไปจนถึงโรงงานและโรงแรม ด้วยการขับเคลื่อนผ่าน 3 บริการหลัก คือ การ Matching: จับคู่ ผู้มีอสังหาฯ ที่ต้องการทุน กับนักลงทุน, NPL Marketplace: ศูนย์รวมทรัพย์สินรอการขายจากสถาบันการเงิน, และบริการฝากขายทรัพย์สภาพคล่องสูง: เปิดประตูสู่เครือข่ายนักลงทุนทั่วโลก
“เราไม่ได้สร้างตลาดใหม่ แต่เรากำลัง 'ยกระดับ' ตลาดที่มีความต้องการอยู่แล้วให้มีมาตรฐานสากล เป้าหมายของเราคือการสร้างความเท่าเทียมและโปร่งใสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวต่อไป” คุณเกียรติศักดิ์กล่าวตอกย้ำวิสัยทัศน์
คุณเกียรติศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกูรูจากวงการอสังหาฯ ตลาดทุนสินเชื่อ Non-Bank และ ตัวเองในฐานะผู้พัฒนาและผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม “PROPFINN” มีมุมมองตรงกันว่า นักลงทุนไทยในปัจจุบัน กำลังขยับสู่ "สินทรัพย์ทางเลือกที่มีหลักประกันจริง" สอดรับกับมุมมองนักลงทุนสถาบันทั่วโลก ขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการที่มีทรัพย์และศักยภาพจริงก็มองหาช่องทางเพื่อเข้าถึงทุนที่เป็นธรรม
ดังนั้นมองว่ากุญแจที่ทำให้สองฝั่งมาพบกันคือมาตรฐานการคัดกรอง ภายใต้ทรัพย์ต้องประเมินมูลค่าได้ กรรมสิทธิ์ต้องตรวจสอบได้ และโครงสร้างต้องมีกฎหมายรองรับ ดังนั้นแพลตฟอร์ม PROPFINN จึงตอบโจทย์ระบบดังกล่าวได้ครบทุกมิติ เพื่อพร้อมเปิดโอกาสหาช่องทางความร่วมมือระดับ Investor Partner และ Joint Venture

"เปิดตัวแพลตฟอร์ม PROPFINN นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงโอกาสการลงทุนระหว่างผู้ถือครองทรัพย์สิน สู่กลุ่มนักลงทุนหรือสถาบันการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ จากการพัฒนาต่อยอดความสำเร็จของแพลตฟอร์ม "CARFINN" สู่การเป็น "PROPFINN" เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยแพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับมาตรฐานการลงทุน ให้เทียบเท่าระดับสถาบัน ผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดในทุกขั้นตอน ดังนี้ การตรวจสอบกรรมสิทธิ์ และการวิเคราะห์ความเสี่ยงอย่างละเอียด เพื่อความมั่นใจของผู้ลงทุน, การจัดโครงสร้างดีลที่ถูกต้องตามกฎหมาย, การดูแลดีลอย่างใกล้ชิดตลอดอายุสัญญา”
และในวันเดียวกันนี้ (14 สิงหาคม 2569) นอกจากมีการเปิดตัว แพลตฟอร์ม“PROPFINN” แล้ว ยังมีการจัดเสวนา “THAILAND PROPERTY-CAPITAL MATCHING FORUM 2026 ทุน × อสังหาฯ – จับจังหวะ ในวันที่ตลาดกำลังเปลี่ยนขั้ว” Private Credit ที่มีหลักประกัน กำลังเปิดกว้างสู่นักลงทุนไทย โดยเชิญ 4 ผู้เชี่ยวชาญจากวงการอสังหาฯ ตลาดทุน สินเชื่อ Non-Bank และผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม ได้แก่ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่จะมาวิเคราะห์แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569–2572 โดยระบุว่าแม้จะมีความท้าทาย และยังมีหลายทำเล ที่มีทรัพย์สินศักยภาพสูงที่มูลค่าประเมินได้มาตรฐาน
ขณะที่คุณเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการบริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด จากวงการตลาดทุน จะมาสะท้อนมุมมอง"ทุนยุคใหม่” เมื่อนักลงทุนมองหาผลตอบแทนนอกตลาดหุ้น Private Credit คือคำตอบ หรือกับดัก" เพื่อชี้ให้เห็นถึงกลยุทธ์การระดมทุนและการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ และ คุณบุญหนา จงถิ่นสุวรรณ ผู้อำนวยการสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย จะมาสะท้อนภาพรวมของธุรกิจ Non-Bank ในวันที่ธนาคารพาณิชย์เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ว่าจะเป็นโอกาสสำคัญในการเข้ามาเติมสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจ และคุณเกียรติศักดิ์ กีรติยากรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PROPFINN บริษัท พร็อพฟินน์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมวิเคราะห์จังหวะการลงทุนของไทยในช่วงที่โครงสร้างตลาดการเงินกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
ม.บูรพา ฉลองความสำเร็จ 7 ทศวรรษ รุกยุทธศาสตร์ “มหาวิทยาลัยผู้ประกอบการ”
อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา เผยทิศทางในโอกาสครบรอบ 70 ปี ชูความสำเร็จจากรากฐานวิทยาลัยวิชาการสู่การเป็น Innovation-Driven University เต็มรูปแบบ การันตีด้วยรางวัลระดับนานาชาติและอันดับ 12 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ พร้อมเดินหน้าโมเดล “Entrepreneurial University” และหลักสูตร CWIE เข้มข้น เชื่อมโยงสถานประกอบการในพื้นที่ EEC มุ่งเป้านิสิตมีงานทำ 100% พร้อมเปิดประตูสู่ความร่วมมือระดับสากลกับเกาหลีใต้-ไต้หวัน
ยกระดับการเรียนรู้แบบ Customize ที่ผู้เรียนออกแบบเองได้

รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา เปิดเผยว่า ในวันนี้มหาวิทยาลัยบูรพาได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 70 อย่างภาคภูมิใจ หากมองย้อนกลับไปจากจุดเริ่มต้นที่ฝังรากลึกจากการเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษาที่มุ่งเน้นเพียงการผลิตบุคลากรครู มหาวิทยาลัยได้ผ่านการขยับปรับเปลี่ยนและเติบโตอย่างไม่หยุดนิ่ง จนปัจจุบันเรียกได้ว่าเรามีทุกองค์ประกอบที่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับสากลควรมี โดยเฉพาะกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งจนครบถ้วนทุกสาขา ทั้งแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ สหเวชศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และความภูมิใจสูงสุดคือการเป็นที่ตั้งของคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งแรกในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาค
ความโดดเด่นที่ทำให้มหาวิทยาลัยบูรพาแตกต่างคือ "สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้" (Learning Ecosystem) บนทำเลที่ตั้งซึ่งถือเป็นอันดับต้น ๆ ของมหาวิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้ทะเลบางแสนมากที่สุด ทำให้นิสิตได้รับบรรยากาศการเรียนที่ไม่แออัด สามารถใช้ชีวิตและเรียนไปพร้อมกับการผ่อนคลายในเมืองท่องเที่ยวที่ใกล้กรุงเทพฯ เพียงชั่วโมงเศษ นอกจากนี้เรายังลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพื้นที่สร้างสรรค์อย่างหอพักและห้องสมุดที่ทันสมัย ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่นั่งอ่านหนังสือ แต่ยังเป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์ที่มีทั้งมินิเธียเตอร์ ห้องคาราโอเกะ ห้องชมภาพยนตร์สตรีมมิง และห้องเล่นเกม เพื่อให้นิสิตได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ภายใต้การดูแลสวัสดิภาพที่ครบวงจร ซึ่งรวมไปถึงโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและระบบคุ้มครองอุบัติเหตุด้วย
ในด้านความเป็นเลิศทางวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพาได้พิสูจน์ศักยภาพบนเวทีโลกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับรางวัล Highly Commended ในหมวด Outstanding Contribution to Environmental Leadership จากเวที THE Awards Asia 2025 จัดโดย Times Higher Education จากโครงการศูนย์การเรียนรู้การจัดการชายฝั่งแบบบูรณาการ ซึ่งเป็นผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยติดทะเลได้อย่างชัดเจน ผ่านการทำงานเชิงรุกทั้งการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเล การส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และการจัดทำแผนรับมือวิกฤตการณ์ทางทะเล เช่น กรณีน้ำมันรั่ว เพื่อสร้างจิตสำนึกและพัฒนากำลังคนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
นอกจากนี้ งานวิจัยของคณาจารย์ยังมุ่งเน้นการตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียนและนวัตกรรมเพื่อสังคม อาทิ ผลงาน “ไคโยเซรามิกส์” ซึ่งนำเปลือกหอยเหลือทิ้งจากการบริโภคในพื้นที่บางแสนมาพัฒนาเป็นวัสดุเซรามิกจนคว้ารางวัลเหรียญทองจากประเทศญี่ปุ่น หรือนวัตกรรมเครื่องส่องไฟ LED สำหรับรักษาภาวะทารกตัวเหลืองด้วยเทคโนโลยี IoT ที่คว้ารางวัล Jury Prize จากกวางโจว ประเทศจีน ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนผ่านการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในปีที่ผ่านมา ซึ่งมหาวิทยาลัยบูรพาครองอันดับที่ 12 ร่วมของประเทศไทย จากสถาบันการศึกษากว่า 170 แห่งทั่วประเทศ และมีทิศทางที่จะขยับอันดับโลกให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รศ.ดร.วัชรินทร์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์สำคัญที่มหาวิทยาลัยกำลังขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นคือการมุ่งสู่การเป็น "มหาวิทยาลัยผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial University) หรือมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-Driven University) โดยเราเปลี่ยนวิธีคิดจากการสอนให้มีความรู้เพื่อไปเป็นลูกจ้าง สู่การติดตั้ง DNA ของผู้ประกอบการให้นิสิตทุกคณะ ผ่านการบูรณาการวิชาด้านนวัตกรรมและธุรกิจไว้ในหมวดศึกษาทั่วไป (General Education) ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญอย่าง Thailand 4.0, BCG Model, การตลาดยุคดิจิทัล และการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา โดยมีแพลตฟอร์มสำคัญอย่าง BACE Program (Innovative Entrepreneurial Skill Accelerator) ที่เร่งรัดทักษะการเป็นผู้ประกอบการตั้งแต่ปี 1-2 ผ่านการทำ Design Thinking และการ Pitching งานจริง

ตัวอย่างความสำเร็จที่ชัดเจนคือโครงการ SPICE Food Tech ที่สนับสนุนเงินทุนให้นิสิตลงมือทำสตาร์ทอัพด้านอาหารจริง จนเกิดผลิตภัณฑ์อย่าง “Guilt Free Jelly” ที่คว้ารางวัลระดับภูมิภาค และผลงานนวัตกรรมชุดคาบาเรต์ถอดประกอบได้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากโครงการ STARTUP THAILAND LEAGUE ปี 2567 ซึ่งเอาชนะทีมคู่แข่งกว่า 246 ทีมทั่วประเทศ สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ว่านิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา ไม่ว่าจะเรียนสายวิทย์ วิศวะ หรือศิลปกรรม ก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงได้
อีกหนึ่งเสาหลักที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญอย่างสูงสุดคือ นโยบาย CWIE (Cooperative and Work-Integrated Education) หรือสหกิจศึกษา ซึ่งเราไม่ได้วัดความสำเร็จที่การจบการศึกษา แต่ต้องวัดที่ “การมีงานทำจริง” ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรที่บูรณาการ CWIE แล้วกว่า 98 หลักสูตร โดยกำหนดให้นิสิตต้องลงพื้นที่ปฏิบัติงานในสถานประกอบการจริงอย่างเข้มข้น 4 เดือนถึง 1 ปีเต็ม โดยมีอาจารย์นิเทศที่ผ่านการฝึกอบรมกว่า 254 คนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
ด้วยข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มหาวิทยาลัยได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถานประกอบการกว่า 1,986 แห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่อุตสาหกรรมหลัก ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญให้นิสิตได้สร้างผลงานหรือโครงการที่ช่วยยกระดับองค์กรระหว่างฝึกงาน จนนำไปสู่การเสนอรับเข้าทำงานทันทีหลังจบการศึกษาผ่านระบบดิจิทัล BUU CWIE ที่บริหารจัดการอย่างครบวงจร
“สำหรับก้าวต่อไปในอนาคต มหาวิทยาลัยบูรพากำลังมุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกด้วยการสร้างความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ ล่าสุดได้ร่วมกับมหาวิทยาลัย Daekyeung ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อนำหลักสูตรเฉพาะทางที่เน้นการทำงานจริงแบบดีพาร์ทเมนต์ เช่น การวิเคราะห์กีฬา หรือการแต่งหน้าเพื่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ มาเปิดสอนให้นิสิตในรูปแบบคอร์สระยะสั้น ขณะที่ความร่วมมือกับประเทศไต้หวันในด้านอุตสาหกรรมการผลิตชิป (Semiconductor) ก็กำลังก้าวหน้าอย่างมาก โดยมีการส่งนิสิตไปฝึกงานและเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทเพื่อนำเทคโนโลยีขั้นสูงกลับมาพัฒนาประเทศ” รศ.ดร.วัชรินทร์กล่าว
เหนือสิ่งอื่นใด มหาวิทยาลัยได้ปรับโฉมการเรียนรู้ให้เป็นแบบ "Customized Learning" ซึ่งผู้เรียนสามารถออกแบบรสชาติความรู้ได้ตามความต้องการ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลา 4 ปีเท่ากันทุกคน ใครต้องการทักษะเฉพาะด้านเพื่อเปิดร้านอาหารก็สามารถรับประกาศนียบัตรเฉพาะส่วน หรือใครต้องการเรียนแบบครบจบเพื่อรับปริญญาก็สามารถสะสมหน่วยกิตได้ตามเป้าหมาย โดยงานวิจัยในอนาคตจะมุ่งเน้นไปที่ 3 แกนหลัก คือ นวัตกรรมสำหรับสังคมสูงวัย (Aged Society), เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Economy) และนวัตกรรมเชิงสังคมที่มุ่งเน้นความผาสุกของประชาชน เพื่อให้มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นสถาบันการศึกษาที่เป็นที่พึ่งของสังคมและขับเคลื่อนประเทศชาติอย่างยั่งยืนในทศวรรษหน้า
ยิบอินซอย เน็กซ์ ก้าวสู่ระดับสูงสุด VMware Pinnacle Partner — พาร์ทเนอร์ VMware by Broadcom อันดับหนึ่งของไทย

กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย — บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด ผู้นำด้านการให้บริการเทคโนโลยีและ System Integration ชั้นนำของประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการก้าวขึ้นสู่ VMware Pinnacle Partner ซึ่งเป็นระดับสูงสุดใน Broadcom Advantage Partner Program
สถานะ Pinnacle Partner สงวนไว้สำหรับพาร์ทเนอร์ชั้นนำเพียงไม่กี่รายทั่วโลก โดยมอบให้แก่องค์กรที่มีศักยภาพในการออกแบบ ติดตั้ง และดูแลสภาพแวดล้อม Private Cloud, Hybrid Cloud และ Data Centre ยุคใหม่ที่มีความซับซ้อนสูง
สถานะอันทรงเกียรตินี้สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญที่พิสูจน์แล้วว่ายิบอินซอย เน็กซ์ คือพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีความพร้อม ในการส่งมอบโซลูชันที่น่าเชื่อถือในระดับที่ไม่มีใครเทียบได้ในประเทศไทย
ความหมายที่แท้จริงต่อลูกค้า
สำหรับลูกค้าองค์กรทั่วประเทศไทยและภูมิภาค การได้รับการยอมรับในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จเท่านั้น แต่สะท้อนถึงความได้เปรียบทางธุรกิจที่แท้จริง เพราะนี่คือการเชื่อมต่อโดยตรงกับพาร์ทเนอร์ที่มีศักยภาพด้านเทคนิคในระดับเดียวกับทีมงานของ Broadcom พร้อมมอบสิทธิ์การเข้าถึงทรัพยากรขั้นสูง ข้อมูลเชิงลึกของ Product Roadmap และการฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญ ที่พาร์ทเนอร์ทั่วไปไม่สามารถนำเสนอได้
บริการที่ยิบอินซอย เน็กซ์ พร้อมให้ครอบคลุมตั้งแต่:
หมุดหมายสำคัญที่สร้างขึ้นจากความไว้วางใจตลอดหลายทศวรรษ
นอกจาก Pinnacle Partner Status แล้ว ยิบอินซอย เน็กซ์ ยังเป็น หนึ่งในสององค์กรทั้งประเทศไทย ที่มีผู้เชี่ยวชาญระดับ Broadcom Knight ประจำอยู่ภายในองค์กร ซึ่ง Broadcom Knight คือการรับรองสูงสุดระดับโลกแบบ Invitation-Only สำหรับผู้เชี่ยวชาญ VCF ที่มีความรู้เชิงลึกระดับสถาปัตยกรรม และมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล Roadmap ผลิตภัณฑ์ก่อนใครในโลก
ก้าวต่อไปของยิบอินซอย เน็กซ์
ด้วยสถานะ Pinnacle Partner และความพร้อมด้าน VCF 9.0 ยิบอินซอย เน็กซ์ พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์ให้กับทุกองค์กรที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Private AI อย่างมั่นคง ปลอดภัย และคุ้มค่าการลงทุนที่สุด
ปิรามิด โซลูชั่น - ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Building Management System
ด้วยการรับรองเป็น Authorized Systems Integrator & Reseller จาก Tridium อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

บริษัท ปิรามิด โซลูชั่น จำกัด ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการยกระดับการให้บริการด้านระบบจัดการอาคารอัจฉริยะ (Building Management System) โดยได้รับการแต่งตั้งจาก Tridium ผู้นำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มระดับโลกและผู้พัฒนา Niagara Framework ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายและผู้ติดตั้งระบบอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
เพื่อเฉลิมฉลองความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ Mr. Simon Liu ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ Tridium ได้ให้เกียรติร่วมพบปะกับทีมของปิรามิด โซลูชั่น เพื่อส่งมอบใบรับรองอย่างเป็นทางการและหารือถึงวิสัยทัศน์ทางธุรกิจร่วมกัน
ภายใต้การแต่งตั้งในครั้งนี้ ปิรามิด โซลูชั่นได้รับการรับรองให้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถดำเนินการติดตั้งและให้บริการ (Systems Integrator & Reseller) ผลิตภัณฑ์ภายใต้ Tridium ได้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นการรับประกันว่าลูกค้าในประเทศไทยจะได้รับการสนับสนุนทางวิศวกรรมและเทคนิคที่ได้มาตรฐานสูงสุดจากตัวแทนที่ได้รับการรับรองโดยตรง

จุดเด่นของความร่วมมือในครั้งนี้:
การร่วมมือเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ ช่วยตอกย้ำจุดยืนของปิรามิด โซลูชั่น ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2004 ในฐานะ Master Systems Integrator (MSI) ที่มุ่งมั่นส่งมอบโซลูชันเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและยั่งยืน เพื่อตอบรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรม Smart Building และ Smart City ในประเทศไทย