เบอร์แทรมคว้า Prime Minister’s Export Award 2026

เบอร์แทรมโชว์ผลงานเยี่ยม รับรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2569 (Prime Minister’s Export Award 2026) สาขาแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม (Best Thai Brand) ตอกย้ำแบรนด์คุณภาพ มาตรฐานการผลิตระดับสากล โดยกาง 4 แนวทางการบริการจัดการสู่ความสำเร็จ ทั้งการเดินหน้าบุกตลาดต่างประเทศ-เสริมทัพผลิตภัณฑ์ใหม่-การดำเนินงานที่มีความรับผิดต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม-การพัฒนากระบวนการผลิตและคุณภาพผลิตภัณฑ์ พร้อมชูเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ บวกสะท้อนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ
คุณมีนา (เอี่ยมพิกุล) อัครพงศ์พิศักดิ์ รองประธานบริหาร ด้านงานกลยุทธ์การเติบโตและความยั่งยืนบริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์เซียงเพียว (SIANGPURE) กล่าวว่า บริษัทได้รับรางวัล Prime Minister’s Export Award 2026 สาขา Best Thai Brand โดยการได้รับรางวัลครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งได้รับในสาขา Best Thai Brand ทั้งนี้ บริษัทได้วางแนวทางการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและส่งผลให้ได้รับรางวัลดังกล่าว โดยหลัก ๆ ประกอบด้วย 4 แนวทาง ดังนี้
1.Market Expansion หรือ การขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยบริษัทได้มีการขยายตลาดเพิ่มจาก 15 ประเทศจากการได้รับรางวัลในครั้งแรกมาเป็น 28 ประเทศทั่วโลกที่ได้รับรางวัลในครั้งที่ 2 รวมทั้งหมดเป็น 6 ทวีปที่วางจำหน่ายยาหม่องน้ำเซียงเพียว และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ภายใต้แบรนด์เซียงเพียง ปัจจุบันบริษัทยอดขายของยาหม่องน้ำเซียงเพียว และผลิตภัณฑ์อื่นภายใต้แบรนด์เซียงเพียว โดยส่วนใหญ่จะยังอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับประเทศที่บริษัทเข้าไปขยายตลาดเพิ่มในช่วงก่อนหน้านี้ อาทิ เมียนมา ตะวันออกกลาง (คูเวต) ยุโรป (โรมาเนีย และมอลโดวา) เป็นต้น
2.การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์เซียงเพียว ซึ่งจากเดิมที่บริษัทมีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายเฉพาะยาหม่องน้ำเซียงเพียว แต่ ณ ปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย อาทิ ยาหม่องเซียงเพียว ยาดมเซียงเพียว ยาปาล์ม ยาเซียงเพียว รีลีฟครีม เอชอาร์ (ครีมบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย) และอื่น ๆ
นอกจากนี้ ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวยาอมสมุนไพรเซียงเพียว ที่ดีต่อสุขภาพ อมง่าย ชุ่มคอ ไม่เติมน้ำตาล โดยพัฒนาจากสมุนไพรไทย ด้วยส่วนผสมจากฟ้าทะลายโจร และสมุนไพร 7 ชนิด ผสานเทคโนโลยีการผลิตมาตรฐานสากล “ยาอมสมุนไพรเซียงเพียว” ช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ และบรรเทาอาการเจ็บคอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในรูปแบบที่รับประทานง่ายและพกพาสะดวก เหมาะสำหรับคนทำงานและคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ และมองหาตัวช่วยดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน
3.บริษัทมีแนวทางในการบริหารองค์กรที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์พิจารณ์ของคณะกรรมการ Minister’s Export Award ซึ่งได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในเรื่องของการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) รวมถึง การมีธรรมภิบาลที่ดี และการดำเนินงานที่มีความโปร่งใส

ทั้งนี้ ในด้านด้านความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้จัดทำโครงการ Bertram Green โดยเริ่มจากภายในองค์กรเป็นอันดับแรก ได้แก่ โครงการคัดแยกขยะ สำหรับขยะที่ได้รับการคัดแยกจะมีการส่งต่อให้นำกลับมาจัดทำเป็นสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ได้ เช่น ถุงผ้าและสร้อยคอ เป็นต้น โดยโครงการนี้บริษัทสามารถคัดแยกขยะภายในองค์กรได้มากกว่า 300 กิโลกรัม
นอกจากนี้ บริษัทได้มีการร่วมมือกับ K Climate ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งได้เข้ามาช่วยจัดทำในเรื่องของคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ โดยจะเริ่มจากการนับว่าในแต่ละปี หรือ แต่ละเดือน บริษัทมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากส่วนใดมากที่สุด เพื่อให้ทราบได้ว่าในหนึ่งปี บริษัทได้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ออกมามีปริมาณเท่าใด
ขณะเดียวกัน เพื่อให้บริษัทสามารถตั้งเป้าหมายในเรื่องคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ ยกตัวอย่างเช่น ในระยะเวลาอีก 5 ปีข้างหน้าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้อีกเท่าใด หรือ ใน 6-7 ปีข้างหน้า จะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เหลือศูนย์ได้ในวันใด เป็นต้น ทั้งนี้ หากสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายจะเป็น Milestone ที่น่าภาคภูมิใจสำหรับบริษัท อีกทั้ง ยังจะสอดรับกับนโยบายและภารกิจของบริษัทในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการดูแลสิ่งแวดล้อม
รวมถึง บริษัทให้ความสำคัญ ใส่ใจ และดูแลพนักงานในองค์กรเป็นอย่างดี โดยมีการฝึกอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของ AI การอัพสกิล-รีสกิล พร้อมทั้ง มีการจัดเวิร์คช้อปอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้ง ยังมีสวัสดิการที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่าย และคนรุ่นใหม่ชื่นชอบ
4.การพัฒนากระบวนการผลิตและคุณภาพผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ เนื่องผลิตภัณฑ์ยาหม่อง หรือ ยาดม สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ได้บังคับให้มีมาตฐานการผลิตระดับ PIC/S GMP ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตที่มีความเข้มงวดในระดับสากล โดยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก และมีข้อกำหนดที่ครอบคลุมและละเอียดมากกว่า GMP อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ให้ความใส่ใจ เพราะเชื่อว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องผลิตผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นออกมาเพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีที่สุด
ดังนี้ บริษัทจึงได้ลงทุนก่อตั้งโรงงานที่มีมาตรฐานสูงสุดระดับสากล PIC/S GMP โดยมีคลีนรูมที่มีรูปแบบเดียวกับห้องผ่าตัดในโรงพยาบาล ซึ่งมีการควบคุม ฝุ่นละออง อุณหภูมิ และเชื้อโรคในอากาศ รวมถึง มีการพัฒนากระบวนการและวิธีการผลิตอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความใส่ใจ และสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าบริษัทผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มาตรฐานระดับโลก โดยปัจจุบันบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน PIC/S GMP มาตรฐานฮาลาล นอกจากนี้ ยังได้รับมาตฐาน อย. ของแต่ละประเทศที่บริษัทได้ส่งผลิตภัณฑ์เข้าไปจำหน่ายด้วยเช่นกัน
คุณมีนากล่าวต่อว่า รางวัล Prime Minister’s Export Award 2026 สาขา Best Thai Brand นับเป็นความภาคภูมิใจของบริษัทเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าในทุกส่วนงานที่บริษัทดำเนินการเป็นสิ่งที่สำคัญทั้งหมด ทั้งในส่วนของโรงงานที่มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง หรือ มีโปรเจคไคเซ็น (Kaizen) ในทุกกระบวนการ รวมถึง ทีมการตลาดที่มีการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม) และผู้สูงอายุตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นส่วนสนับสนุนและส่งผลให้แบรนด์ของบริษัทชนะและได้รับรางวัลนี้
นอกจากนี้ การได้รับรางวัลในครั้งนี้ ทำให้บริษัทได้มีการแชร์กับพาร์ทเนอร์ในต่างประเทศเพื่อขอบคุณเขาว่า เพราะบริษัทมีพาร์ทเนอร์ที่ดีจึงทำให้ได้รับการยอมรับในแบรนด์เซียงเพียว ขณะเดียวกัน เนื่องด้วยบริษัทมีวิสัยทัศน์ว่า “จะเป็นหนึ่งในแบรนด์ไทยที่อยู่ในเวทีโลก” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ได้มีการกำหนดมาเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงเหตุผลที่ทำให้บริษัทได้มีการขยายตลาดต่างประเทศมากยิ่ง ซึ่งการได้รับรางวัลในครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำว่าบริษัทดำเนินการมาถูกทางแล้ว
พร้อมกันนี้ รางวัล Prime Minister’s Export Award 2026 สาขา Best Thai Brand จะส่งเสริมให้บริษัทสามารถไปเปิดบูธในต่างประเทศได้มากขึ้น โดยร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DIPT) นอกจากนี้ รางวัลนี้ยังช่วยการรันตีความเชื่อให้ให้แก่ลูกค้าใหม่ ๆ ที่บริษัทออกบูธ หรือ ไปติดต่อเอง โดยตอกย้ำแบรนด์ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ว่ามีคุณภาพที่ดีและมีรางวัลมารับรอง นอกเหนือจากใบรับรองอื่น ๆ ที่บริษัทได้รับการรับรองอยู่แล้ว
สำหรับในปีหน้า บริษัทมีแผนที่จะเข้าร่วมประกวดในโครงการ Prime Minister’s Export Award อย่างแน่นอน ซึ่งในเบื้องต้นได้เล็งเข้าร่วมประกวดในสาขา Best Sustainability Brand เนื่องจาก บริษัทได้ร่วมมือกับ K Climate ธนาคารกสิกรไทย ที่ได้เข้ามาช่วยองค์กรจัดทำในเรื่องของคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ ดังที่กล่าวไปแล้วเบื้องต้น รวมถึง โครงการ Bertram Green ที่บริษัทได้ดำเนินการมาตลอดทั้งปี
คุณมีนากล่าวต่อถึงเป้าหมายการดำเนินงานในปีนี้ว่า ปี 2569 นับเป็นปีที่ค่อนข้างยากสำหรับบริษัท เนื่องด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างจากภายนอก ดังนั้นเป้าหมายของบริษัทจึงอยากจะรักษาระดับตัวเลขและอัตราการเจริญเติบโตให้อยู่ระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา สำหรับในปี 2570 คาดว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะยังไม่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีนี้ อย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อว่าจะมีแนวทางที่ทำให้ธุรกิจมีการเจริญเติบโตต่อไปได้ และหวังว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยจะมีการทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด
สำหรับสิ่งบริษัทอยากจะฝากถึงผู้บริโภค เนื่องด้วยภารกิจของบริษัท คือ “อยากจะมุ่งสู่สังคมที่ดีร่วมกัน” โดยบริษัทผลิตผลิตภัณฑ์และการบริการที่สามารถอิมแพ็คผู้บริโภค หรือ ทำให้ชีวิตผู้บริโภคดีขึ้น ซึ่งในมุมของเซียงเพียวอยากจะตอบโจทย์ผู้บริโภคในแง่ของการบรรเทาในทุก ๆ อาการในทุก ๆ วันของผู้บริโภค ดังนั้น บริษัทจะมุ่งคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพดี และเป็นตัวแทนของประเทศไทยให้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีสำหรับคนไทย หรือ ให้คนทั้งโลกได้ใช้ของดี ซึ่งจะช่วยทำให้รู้สึกสบายตัวมากยิ่งขึ้น







