
Biz Focus Magazine เป็นนิตยสารรายเดือนที่ร่วมส่งเสริมนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ - เอกชน และนักลงทุน
+(662) 399-1388
editor@bizfocusmagazine.com
เปิดทิศทาง “กรมฝนหลวงและการบินเกษตร” เดินหน้าบริหารน้ำรับภัยแล้ง เร่งพัฒนาศูนย์ทุ่งกุลาฯ ควบคู่ภารกิจกรมฯ
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เดินหน้าภารกิจบริหารจัดการน้ำในชั้นบรรยากาศ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งและภัยพิบัติอย่างบูรณาการ
ควบคู่การวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีด้านการดัดแปลงสภาพอากาศ โดยมีโครงการสำคัญในการพัฒนาศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาฝนหลวง
ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จ.บุรีรัมย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม

คุณไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีภารกิจในการบริหารจัดการน้ำในชั้นบรรยากาศ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งและภัยพิบัติอย่างบูรณาการ รวมถึงการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการในชั้นบรรยากาศ ตลอดจนการบริหารจัดการด้านการบินที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการฝนหลวง การดัดแปลงสภาพอากาศ และภารกิจด้านการเกษตร
หนึ่งในโครงการที่กรมฯ ให้ความสำคัญ คือการพัฒนา ศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาฝนหลวงในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งได้รับงบประมาณในปี 2569 และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาการทำฝนหลวงให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมถึงศึกษาสารและเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการปฏิบัติการในพื้นที่
สำหรับพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งเป็นสินค้า GI ที่มีความสำคัญของพื้นที่ โดยกรมฯ มองว่าการเพิ่มศักยภาพการผลิตในพื้นที่เดิมจำเป็นต้องอาศัยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเขตชลประทานและพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก
คุณไพจิตร กล่าวว่า แนวทางของกรมฯ คือการพัฒนาการปฏิบัติการฝนหลวงให้สามารถเติมน้ำได้อย่างเพียงพอต่อการเพาะปลูกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับการศึกษาวิจัย เพื่อค้นหาแนวทาง สาร และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้โดยเฉพาะ ขณะเดียวกันกรมฯ ยังได้นำแนวทาง “ฝนหลวงโมเดลทุ่งกุลาร้องไห้” มาทดลองใช้ และประสบความสำเร็จในเบื้องต้นแล้ว
นอกจากการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและการบริหารจัดการน้ำแล้ว กรมฯ ยังให้ความสำคัญกับภารกิจด้านการบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งเป็นภารกิจที่เพิ่มเข้ามาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลังรัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาฝุ่นละออง โดยกรมฯ ได้ปรับแผนการปฏิบัติงานและจัดกำลังเพื่อรองรับภารกิจดังกล่าวควบคู่กับภารกิจหลัก

คุณไพจิตร กล่าวว่า การปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหา PM2.5 ใช้กระบวนการดัดแปลงสภาพอากาศเพื่อเปิดช่องระบายฝุ่นละอองในชั้นบรรยากาศ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความหนาแน่นของฝุ่นให้อยู่ในระดับที่ลดผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการ “บรรเทา” ปัญหา ไม่ใช่การทำให้ฝุ่นละอองหมดไปทั้งหมด เนื่องจากการกำจัดฝุ่นให้หมดจำเป็นต้องใช้ปัจจัยและทรัพยากรในระดับสูง
สำหรับการปฏิบัติการฝนหลวง กรมฯ ใช้ข้อมูลจากเรดาร์และสภาพอากาศ เช่น ความเร็วลม ความชื้นสัมพัทธ์ และทิศทางลม มาวิเคราะห์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนขึ้นปฏิบัติการ โดยหลักการสำคัญของฝนหลวงคือการเพิ่มปริมาณน้ำฝนจากกลุ่มเมฆที่มีศักยภาพอยู่แล้ว และช่วยให้ฝนตกในพื้นที่เป้าหมาย ไม่ใช่การสร้างฝนขึ้นมาโดยปราศจากปัจจัยทางธรรมชาติ
ขณะเดียวกัน การดำเนินงานของกรมฯ ยังอาศัยการบูรณาการข้อมูลและการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทาน เพื่อใช้ข้อมูลสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำประกอบการวางแผนปฏิบัติการ รวมถึงความร่วมมือกับกองทัพอากาศในการสนับสนุนภารกิจทั้งด้านฝนและฝุ่น
ด้านการพัฒนาองค์ความรู้ กรมฯ มีความร่วมมือด้านการดัดแปลงสภาพอากาศกับ 6 ประเทศ ได้แก่ จีน มองโกเลีย เกาหลี สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และศึกษาวิจัยร่วมกัน รวมถึงทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการศูนย์ดัดแปลงสภาพอากาศอาเซียน หรือ AWMC ซึ่งเป็นกลไกความร่วมมือด้านการศึกษา ถ่ายทอด และวิจัยพัฒนาการดัดแปลงสภาพอากาศในระดับภูมิภาค
คุณไพจิตร กล่าวทิ้งท้ายว่า ภารกิจของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรมุ่งช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำและภัยพิบัติ ขณะที่การพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการดัดแปลงสภาพอากาศจะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและการรับมือกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในแต่ละพื้นที่
“Honda Certified Used Car” บริการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนรถใช้แล้วครบวงจร พร้อมให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ รถยนต์คันใหม่ได้ง่ายขึ้น
เปิดให้บริการ ณ ศูนย์บริการฮอนด้า 55 แห่งทั่วประเทศ
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จํากัด มุ่งมั่นให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจร ด้วยธุรกิจซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนรถยนต์ใช้แล้ว ครบจบในที่เดียว ภายใต้ชื่อ “ฮอนด้า เซอร์ติฟาย ยูสคาร์” (Honda Certified Used Car) ซึ่งดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 11 ในการ “รับซื้อ” ประเมินราคารถยนต์ใช้แล้วและให้คำปรึกษาโดยผู้ชำนาญการ “ขายต่อ” จำหน่ายรถยนต์ใช้แล้วพร้อมอำนวยความสะดวกในการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ให้ลูกค้าพร้อมใช้งาน และ “แลกเปลี่ยน” รถยนต์ใช้แล้วทุกยี่ห้อด้วยราคาสมเหตุสมผล ช่วยให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์คันใหม่ได้ง่ายขึ้น โดยเปิดให้บริการ ณ ศูนย์บริการฮอนด้า ภายใต้สัญลักษณ์ “ฮอนด้า เซอร์ติฟาย ยูสคาร์” (Honda Certified Used Car) 55 แห่งทั่วประเทศ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดตัวแคมเปญ “Wonders of Thai Jewels” ส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่สากล
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวแคมเปญสร้าง ภาพลักษณ์อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทย ภายใต้แนวคิด “Wonders of Thai Jewels: มหัศจรรย์อัญมณีและเครื่องประดับไทย” ผ่านการนำเสนอจุดเด่นของอุตสาหกรรม ซึ่งมีที่มาจากมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่หล่อหลอมให้ช่างฝีมือไทยมีทักษะ ความเชี่ยวชาญและความประณีต ในการรังสรรค์เครื่องประดับชั้นสูง ความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบ ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่เป็นแหล่งกำเนิดวัตถุดิบชั้นเลิศ
เดลต้า ประเทศไทย ออกแคมเปญแบรนด์วิดีโอปี 2565 ร่วมกันเปลี่ยนแปลง เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เปิดตัวแคมเปญวิดีโอที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่อจุดประกายให้ร่วมกันเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน โดยวิดีโอใหม่ของเดลต้า ประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าบริษัทประยุกต์ใช้นวัตกรรมประหยัดพลังงานเพื่อจัดการกับความท้าทายระดับโลกในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น โรคระบาด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว
ไทวัสดุพาส่องต้นแบบธุรกิจค้าปลีกสีเขียว กับข้อดีการใช้ EV Truck รถบรรทุกพลังงานสะอาดเพื่อการขนส่ง
ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม “โลกร้อน” ปัญหาสำคัญและกำลังเป็นจุดเปลี่ยนให้ทั่วโลก และประเทศไทยต้องปรับตัวไม่ใช่เพื่อความอยู่รอด แต่ปรับเพื่อเปลี่ยนให้เกิดความยั่งยืนให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ “ไร้คาร์บอน” ทั้งนี้ ไทวัสดุตระหนักถึงความสำคัญถึงปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้องค์กรได้มีส่วนร่วมลดการทำลายสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นต่อประเทศ โดยได้ริเริ่มแนวคิดการนำรถบรรทุกพลังงานสะอาด EV Truck ขนส่งสินค้าจากคลังเพื่อกระจายไปยังสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ การปรับตัวครั้งนี้จึงถือเป็นต้นแบบการดำเนินธุรกิจสีเขียวด้านการประหยัดพลังงาน อีกทั้งช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงของวงการ โลจิสติกส์ไทย ไทวัสดุพาส่องข้อดีของรถบรรทุกพลังงานสะอาด แนวทางสำหรับผู้ประกอบการที่กำลังตัดสินใจ ดังนี้
พีทีที สเตชั่น เปิดตัวแคมเปญโฆษณาเพลงชุดใหม่ “Can I เติมเต็มยูได้มั้ย?”
ชูจุดยืนการเป็น Living Community ศูนย์กลางในการเติมเต็มทุกความสุขให้กับทุกคน
คุณบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ กล่าวว่า “พีทีที สเตชั่น ก้าวสู่การเป็น Living Community หรือศูนย์กลางที่จะร่วมเติมเต็มทุกความสุขให้กับทุกคน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าความสุขและพลังบวกให้กับลูกค้า สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยได้พัฒนาและออกแบบองค์ประกอบหลากหลายด้านให้สามารถตอบโจทย์การ ‘เติมเต็มทุกความสุข’ อย่างครอบคลุมและครบทุกความต้องการของคนไทย ด้วยรูปแบบการพัฒนาธุรกิจเพื่อส่วนรวมและการบริการที่เป็นมากกว่าสถานีบริการน้ำมัน
อนันดาฯ จับมือ ศิลปิน ลิปตา ปล่อยเพลงพาโรดี้ พร้อม MV ผ่านแคมเปญ “อนันดา ทักครับ!!” ยิงตรงกลุ่มคนรุ่นใหม่
คุณพงศ์อนันต์ สุขเกษม (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย ศิลปินวง ลิปตา (Lipta) ร่วมสร้างสรรค์ผลงานพิเศษในแคมเปญ “อนันดา ทักครับ!!” ปล่อยผลงานเพลงพาโรดี้ พร้อม MV ออกมาในเวอร์ชั่น “อนันดา ทักครับ” เอาใจและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาที่อยู่อาศัยทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว หรือ ทาวน์โฮม พร้อมเสนอโปรโมชั่นแรง
ฮอนด้า ส่งต่ออนาคตที่คุณมั่นใจ ตอกย้ำความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อระบบฟูลไฮบริด e:HEV และเครือข่ายศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานและครบวงจรทั้ง 228 แห่งทั่วไทย
พร้อมก้าวสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่รองรับไลฟ์สไตล์ และส่งมอบการบริการเพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า
ฮอนด้าได้พัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั้งในด้านสมรรถนะและการประหยัดพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับเทคโนโลยีไฮบริดซึ่งนับเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงในปัจจุบัน และเป็นเทคโนโลยีที่จะเชื่อมต่อไปสู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต ซึ่งระบบขับเคลื่อนแบบฟูลไฮบริด e:HEV ของฮอนด้าสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว เพราะนอกจากจะให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง มีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยอัตราการปล่อยมลพิษที่ต่ำ รวมทั้งความมั่นใจและความสะดวกสบายที่ได้รับจากการบริการหลังการขายจากเครือข่ายศูนย์บริการฮอนด้าที่ได้มาตรฐานและครบวงจรทั้ง 228 แห่ง ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมการบริการจากทีมงานที่เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์
สยามราชธานี ส่งโซลูชั่นใหม่ KYC Delivery รูปแบบใหม่ของการยืนยันตัวตน ตอบสนองความต้องการขององค์กรยุคดิจิทัล
สยามราชธานี หรือ SO ล่าสุดนำเสนอโซลูชั่นสำหรับ KYC (Know your Customer) ตอบโจทย์ผู้ให้บริการในธุรกิจที่ต้องการกระบวนการตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงินในยุคดิจิทัล ด้วย KYC Delivery นำการยืนยันตัวตนมาอยู่ในรูปแบบของเดลิเวอรี เป็นตัวกลางส่งข้อมูลให้องค์กรลูกค้าเพื่อความรวดเร็วและปลอดภัย ด้วยระบบ BPO กระบวนการจัดการรูปแบบใหม่ที่มีความแม่นยำและให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยของข้อมูล
BGC เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ฟื้นตัวต่อเนื่อง กำไรเติบโตแข็งแกร่ง
พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจผ่าน BCM เสริมศักยภาพการเติบโตระยะยาว

บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC ผู้นำธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจรในกลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส (BG) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนทิศทางการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการปรับสมดุลกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่สถานะทางการเงินมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยมี นายวิศาล ลออเสถียรกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร และนางสาวศิริกุล มังกรกนก รักษาการประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ร่วมให้ข้อมูลทางกลยุทธ์และทิศทางของธุรกิจครั้งนี้
ในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวม 3,569 ล้านบาท โดยธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วยังคงเป็นธุรกิจหลักและมีปริมาณการขายอยู่ในระดับแข็งแกร่ง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว ขณะที่ธุรกิจเทรดดิ้งยังคงเติบโตต่อเนื่อง และกลุ่มบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนและฉลากสินค้ามีแนวโน้มขยายตัวที่ดีจากการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่
ด้านความสามารถในการทำกำไร BGC สามารถยกระดับอัตรากำไรขั้นต้นรวมขึ้นมาอยู่ที่ 16.1% สูงสุดในรอบ 5 ไตรมาส สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและการผลิตที่ดีขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิที่ 53 ล้านบาท
อีกหนึ่งก้าวสำคัญของ BGC ในปี 2569 คือการเข้าถือหุ้นเพิ่มเติมใน บริษัท บางกอกแคน แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (BCM) ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระป๋องและฝาอลูมิเนียมชั้นนำ ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยบริษัทจะเริ่มรับรู้ผลการดำเนินงานและควบรวมงบการเงินของ BCM ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตธุรกิจบรรจุภัณฑ์ของ BGC ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และสร้างแหล่งรายได้ใหม่เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
BGC ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การเป็นผู้ให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจร ผ่านการขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความหลากหลายมากขึ้น พร้อมสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน