
Biz Focus Magazine เป็นนิตยสารรายเดือนที่ร่วมส่งเสริมนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ - เอกชน และนักลงทุน
+(662) 399-1388
editor@bizfocusmagazine.com
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ร่วมมือสร้างความยั่งยืนด้วยดิจิทัล ในแผนยุทธศาสตร์ PEA Digital Utility
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) เดินหน้าร่วมมือองค์กรชั้นนำ รุกสร้างความยั่งยืนด้วยระบบดิจิทัล นำทีมโดย นายมงคล ตั้งศิริวิช (ขวาสุด) รองประธานกลุ่ม Strategic Accounts ดูแลประเทศไทย ลาว และเมียนมา จับมือ บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำโดย นายอมร แดงโชติ (ที่สองจากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจ บริษัท พรีไซซ ซิสเท็ม แอนด์ โปรเจ็ค จำกัด บริษัทในเครือ บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ลงนามสัญญางานจ้างเหมาติดตั้งระบบ SCADA Smart Grid ADMS สำหรับระบบจำหน่ายแรงต่ำ กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นำโดย นายปราโมทย์ สุดทรัพย์ (ที่สองจากซ้าย) รองผู้ว่าการปฏิบัติการและบำรุงรักษา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นโครงการนำร่องในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยพิธีลงนามสัญญามีขึ้น ณ อาคารศูนย์สั่งการระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ เมื่อเร็วๆ นี้ (25 สิงหาคม 2565)
“WHAUP” คว้างานติดตั้งโครงการ Solar Carpark “ฟอร์ด มอเตอร์” ขนาด 7.7 เมกะวัตต์ มูลค่า 235 ล้านบาท
บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) คว้าดีลติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่จอดรถ (Solar Carpark) บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ จำกัด ขนาดการผลิตไฟฟ้า 7.7 เมกะวัตต์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่หลังคารวม 59,000 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 235 ล้านบาท ด้าน CEO “สมเกียรติ เมสันธสุวรรณ” ปลื้มปัจจุบันที่มีการเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสะสมไปแล้ว 77 โครงการ คิดเป็น 127 เมกะวัตต์ โดยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปแล้ว 46 โครงการ คิดเป็น 40.2 เมกะวัตต์ หนุนเป้าทั้งปี ยอดเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สะสม 150 เมกะวัตต์
ราช กรุ๊ป ทุ่มทุน 605 ล้านเหรียญสหรัฐ ซื้อพอร์ตโรงไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานจากกลุ่ม Nexif และ Denham
ดันกำลังผลิตสู่เป้าหมาย 10,000 MW และเร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน พร้อมจับมือร่วมทุน Nexif พัฒนาโครงการและต่อยอดขยายธุรกิจในอนาคต
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จในการลงนามสัญญาเพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์โรงไฟฟ้า ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ พร้อมระบบกักเก็บพลังงานแบบแบตเตอรี่ มูลค่าการลงทุน 605 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเทียบเท่าประมาณ 21,470.42 ล้านบาท
PEA จัดงาน PEA VOLTAVERSE ตอกย้ำความเป็นผู้นำการให้บริการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าระดับประเทศ
เดินหน้ายกระดับบริการแบบครบวงจร พร้อมเผยแผนรองรับการขยายตัวในอนาคต
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA จัดงาน “PEA VOLTAVERSE: ครอบคลุมทั่วไทย ชาร์จมั่นใจทุกเส้นทาง” ประกาศความเป็นผู้นำการให้บริการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำระดับประเทศ เดินหน้าลุยส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ตั้งเป้าเปิดให้บริการสถานี PEA VOLTA 263 สถานี ภายในปี 2566 บนเส้นทางหลัก เส้นทางรอง และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ครอบคลุมพื้นที่ 75 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมแนะนำ New Features AUTOCHARGE ครั้งแรกในประเทศไทยกับทางเลือกที่สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้การชาร์จเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น
ทีทีซีแอล จับมือ แบล็ควูด เทคโนโลยี ทุ่มงบเปิดโรงงานต้นแบบ รุกพัฒนาโครงการการปรับปรุงคุณภาพเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด
ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีสุดล้ำ “แฟลชทอร์ (FlashTor®)” เป็นครั้งแรกในไทย ที่ จ. ลำปาง ลดการใช้ถ่านหิน ลดการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลด PM2.5 และลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย เสริมศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจให้แก่ผู้ใช้ ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าปรับตัวอย่างไร เมื่อโลกหมุนไวกว่าที่เคย
ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกหมุนเร็วกว่าที่เคย สปีดและความสามารถในการยืดหยุ่นปรับตัวกลายเป็นคำสามัญในยุคโลกไร้พรมแดนที่ผลกระทบจากจุดหนึ่งในโลกส่งต่อมาถึงเราได้เร็วและใกล้ตัวมากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นภาวะโรคระบาด ภาวะความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ วิกฤติสิ่งแวดล้อม ตลอดไปจนถึงสถานการณ์พลังงานโลก
เซ็นทรัล รีเทล ผนึกกำลัง GULF รุกธุรกิจโซลาร์ ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดของไทยภายในปี 2569
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ผู้นำค้าปลีกของไทย ประกาศจัดตั้งบริษัท กรีนเจ็น เอ็นเนอร์จี จำกัด (GGE) ร่วมกับ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF บริษัทพลังงานชั้นนำของไทย ลุยธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รองรับการเติบโตของกลุ่มธุรกิจและลูกค้าที่หันมาใช้พลังงานสะอาดเพื่อโลกที่ยั่งยืน โดยการร่วมทุนของทั้งสองบริษัทในครั้งนี้ มีเป้าหมายที่จะเป็นต้นแบบในด้านผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายพลังงานสะอาด โดยใช้พื้นที่นำร่องบนหลังคาของไทวัสดุ 5 สาขา ในการติดตั้งแผงโซลาร์ เพื่อผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายในปี 2565 และจะขยายพื้นที่ผลิตครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายในไตรมาสแรกของปี 2566 พร้อมตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดเพื่อคนไทยภายในปี 2569
เน็กส์ซิฟ ราช เอ็นเนอร์จี ระยอง เปิดโรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่นอย่างเป็นทางการ ฉลองความสำเร็จในการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์
เน็กส์ซิฟ เอ็นเนอร์จี บริษัทผลิตไฟฟ้าสิงคโปร์ที่มีฐานธุรกิจในอาเซียนและออสเตรเลีย และราช กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศไทยและมีฐานการลงทุนในเอเซียแปซิฟิก จัดพิธีเปิดโรงไฟฟ้าเน็กส์ซิฟ ราช เอ็นเนอร์จี ระยอง (NRER) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานโรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่น NRER ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ขนาดกำลังการผลิตสุทธิ 92 เมกะวัตต์แห่งนี้สู่ความเป็นเลิศและผลิตไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง ทั้งนี้ เน็กส์ซิฟ เอ็นเนอร์จี และราช กรุ๊ป ได้ถือหุ้นร่วมกันในโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ในสัดส่วนร้อยละ 51 และ 49 ตามลำดับ
Maritime Synergy ยกระดับ Premium Logistics Solution ด้วย Volvo Trucks
ดีไซน์พิเศษสะท้อนเอกลักษณ์องค์กร พร้อมรองรับการเติบโตของเครือข่ายขนส่งข้ามพรมแดน

บริษัท มารีไทม์ ซินเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด (MARITIME SYNERGY (THAILAND) CO.,LTD.) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และการขนส่งสินค้าครบวงจร (Integrated Logistics Solutions) สัญชาติไทย ประกาศยกระดับการให้บริการสู่มาตรฐาน “Premium Logistics Solution” เพื่อตอบรับโอกาสทองในยุคการเปลี่ยนผ่านสู่ AI ล่าสุดบริษัทได้ลงทุนครั้งสำคัญด้วยการรับมอบรถหัวลาก Volvo Trucks จำนวน 4 คัน ได้แก่ Volvo FH 460 แรงม้า จำนวน 1 คัน และ Volvo FM Pro 380 แรงม้า จำนวน 3 คัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับฟลีทรถเดิมที่มีอยู่กว่า 40 คัน รองรับการขยายโครงข่ายการขนส่งสินค้าข้ามชายแดน (Cross Border Transport) เชื่อมโยงประเทศไทยไปยัง สปป.ลาว และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างเต็มรูปแบบ
16 ปีแห่งการพิสูจน์ฝีมือบริษัทไทย: ผสานนวัตกรรม AI สู้ศึกทุนข้ามชาติ
นายพิรพงศ์ โห้แจ่ม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มารีไทม์ ซินเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ก้าวผ่านอุปสรรคมากมายโดยยึดมั่นในปรัชญา “ความน่าเชื่อถือ” (Reliability) และ “การส่งมอบตรงเวลา” (On-time Delivery) เป็นหัวใจสำคัญในการให้บริการ แม้ปัจจุบันตลาดโลจิสติกส์จะมีการแข่งขันสูงและเต็มไปด้วยทุนข้ามชาติขนาดใหญ่ แต่ Maritime Synergy เลือกที่จะใช้ Digital Transformation และนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในการทลายกำแพงความรู้ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการซัพพลายเชน รวมถึงการควบคุมต้นทุนอย่างแม่นยำ
“เราไม่ได้มองว่า AI เป็นเพียงเทคโนโลยี แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรไทยสามารถเข้าถึงมาตรฐานการจัดการระดับโลกได้ไม่ต่างจากบริษัทข้ามชาติ” นายพิรพงศ์กล่าว โดยปัจจุบันธุรกิจหลักของบริษัทครอบคลุมทั้งการขนส่งทางถนนในประเทศและข้ามแดน การบริการจัดการตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้แห้ง และตู้ควบคุมอุณหภูมิ ตลอดจนการออกแบบโซลูชันโลจิสติกส์เฉพาะราย (Tailored Solutions) ให้แก่กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน ก่อสร้าง และสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG)

สร้างมาตรฐานใหม่ ไม่วิ่งตามใคร มุ่งเป้าเติบโตอย่างยั่งยืน
นายพิรพงศ์ย้ำถึงแนวคิดการทำธุรกิจว่า “เราไม่ได้วิ่งตามมาตรฐานของคนอื่น แต่เราสร้างมาตรฐานของตัวเอง” การลงทุนใน Volvo Trucks รุ่นใหม่ที่มีระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันที่เหนือชั้น และการประหยัดน้ำมันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งต่อความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า
สำหรับแผนงานในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า Maritime Synergy มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายเป็นบริษัทโลจิสติกส์ที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ต้องการเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น จนเป็นที่จดจำในฐานะ “ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับพรีเมียม” ที่ลูกค้าไว้วางใจในทุกเที่ยววิ่ง ไม่ว่าจะเป็นงานโครงการหรือการขนส่งในชีวิตประจำวัน เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรไทยที่ก้าวไกลสู่มาตรฐานระดับสากล
เบื้องหลังรถรุ่น Masterpiece: ศิลปะที่สะท้อนตัวตนและเส้นทางชีวิต
การขยายฟลีทรถหัวลาก Volvo Trucks (รุ่น FM380 และ FH460) ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนใน ฟลีทรถทั่วไป แต่คือการสร้าง “ผลงานระดับ Masterpiece” ที่นำเรื่องราวชีวิตและ DNA ขององค์กรมาถ่ายทอดผ่านงานศิลปะบนตัวรถ:
Volvo FH460 Concept “Burgundy Snake Rose Master”
รถบรรทุกเพื่อการวิ่งระยะไกลคันนี้ โดดเด่นด้วยงานแอร์บรัชรูป “งูและดอกกุหลาบ” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรอยสักของผู้ก่อตั้ง โดย “งู” สื่อถึงสติ ปัญญา ความสุขุม และความพร้อมปรับตัวในทุกสถานการณ์ ส่วน “ดอกกุหลาบ” สื่อถึงความงดงามของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านอุปสรรคและขวากหนามในธุรกิจ
Volvo FM380 Concept “Top Secret Gold”
รถบรรทุกสีทองอร่ามที่มีความคล่องตัวสูง สื่อถึง “คุณค่าของประสบการณ์” ที่ตกผลึกจากการเริ่มต้นธุรกิจจากศูนย์ ผ่านบททดสอบที่ต้องฟันฝ่าด้วยตัวเอง สีทองจึงไม่ใช่แค่ความหรูหรา แต่เป็นเครื่องเตือนใจถึงวันที่ต้องต่อสู้ตามลำพังและพลังใจในการลุกขึ้นใหม่เสมอ
“เราเชื่อว่า ความสำเร็จไม่ได้วัดจากจำนวนรถที่มี แต่วัดจากความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ และนั่นคือสิ่งที่ Maritime Synergy จะสร้างให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในอีก 3-5 ปีข้างหน้าครับ” นายพิรพงศ์ กล่าวปิดท้าย
บริดจสโตน ประเทศไทย ผู้นำระดับโลกด้านยางรถยนต์และโซลูชั่นการเดินทางที่ยั่งยืน สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งด้วยการเปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมยางรถยนต์สปอร์ตพรีเมียมรุ่นล่าสุด “BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO” ในงาน IMPACT Speed Fest 2026 พร้อมเชิญสื่อมวลชนร่วมสัมผัสยางสายพันธุ์สปอร์ตแห่งอนาคตภายใต้แนวคิด ‘Ultimate Control, Superior Performance’ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ในระดับสูงสุด ด้วยการตอบสนองที่เฉียบคม การควบคุมที่แม่นยำ และความมั่นใจในทุกเส้นทางสำหรับผู้ที่หลงใหลในการขับขี่สไตล์สปอร์ต โดดเด่นด้วยคุณสมบัติสำคัญรองรับการใช้งานทั้งรถยนต์สมรรถนะสูงและรถยนต์ไฟฟ้า (EV Ready) ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของบริดจสโตนที่พร้อมนำพานักขับทุกท่านพุ่งทะยานสู่อนาคตแห่งการเดินทาง

บรรยากาศงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ณ บูธบริดจสโตน ในงาน Impact Speed Fest 2026
นายอะกิฮิโตะ อิชิอิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยางรถยนต์ชั้นนำระดับโลก บริดจสโตนมีความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริดจสโตนจึงอยากสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับตลาดยางรถยนต์ในประเทศไทยด้วยการนำเสนอนวตกรรมยางรถยนต์สปอร์ตพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุด BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ยางรถยนต์ที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติชั้นเลิศในทุกด้าน ผ่านการออกแบบและพัฒนาขึ้น ภายใต้แนวคิด ‘Ultimate Control, Superior Performance’ เพื่อให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความเร้าใจ พร้อมมอบความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่ในทุกเส้นทาง”

ผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ภายใต้แนวคิด Ultimate Control, Superior Performance
BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ส่งมอบสมรรถนะการควบคุมที่แม่นยำ การยึดเกาะถนนที่เหนือกว่า และอายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น รวมถึงได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานทั้งรถยนต์สมรรถนะสูงและรถยนต์ไฟฟ้า (EV Ready) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการใช้งาน มาพร้อมคุณสมบัติโดดเด่น 5 ประการ ดังนี้
*หมายเหตุ เมื่อเทียบกับรุ่น BRIDGESTONE POTENZA SPORT
นอกจากนั้น ในยุคของยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญ บริดจสโตนยังเล็งเห็นถึงความต้องการของผู้ขับขี่ที่ยังคงหลงใหลในความเร็วและสมรรถนะขั้นสูง BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO จึงถูกคิดค้นและออกแบบมาเป็นพิเศษด้วยนวัตกรรมออกแบบยางรถยนต์รุ่นใหม่ที่เน้นน้ำหนักเบาและลดแรงต้านทานการหมุน (Rolling Resistance Coefficient - RRC) ช่วยให้รถยนต์ประหยัดพลังงานมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV Ready)
บรรยากาศงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ณ บูธบริดจสโตน ในงาน Impact Speed Fest 2026
นายอะกิฮิโตะ อิชิอิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่บริดจสโตนภาคภูมิใจอย่างยิ่งในการนำเสนอต่อผู้บริโภคในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ขับขี่ที่ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทยางรถยนต์คุณภาพสูงระดับพรีเมียม อีกทั้งเรายังเชื่อมั่นว่ายางรุ่นนี้จะเข้ามามาตอบโจทย์ และช่วยขยายกลุ่มลูกค้าออกไปยังผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการสมรรถนะอันดีเยี่ยม การควบคุมที่แม่นยำ การยึดเกาะที่เหนือกว่า และอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น”
สำหรับ BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ที่พร้อมจำหน่ายในปี พ.ศ. 2569 รวมทั้งสิ้น
71 ขนาด โดยจะมีให้เลือกตั้งแต่ขอบ 18-22 นิ้ว ในราคาเริ่มต้นที่ 5,150 บาท** สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายยางรถยนต์บริดจสโตน