June 02, 2026

Energy

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

ดีลยักษ์พลังงานสะอาด บางกอกเคเบิ้ล ปรับทิศทางธุรกิจ

“มากกว่าผู้พัฒนาสายไฟ” ผนึก ION Energy ขึ้นแท่นบริษัทในเครือ

รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อปหลักแสนล้าน

         บางกอกเคเบิ้ล เดินแผนปรับทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ จากผู้พัฒนาสายไฟฟ้า สู่ Energy Solution Provider เข้าซื้อกิจการ ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำ สู่สถานะบริษัทในเครือ มองความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลกและไทย และมาตรการลดหย่อนภาษี 200,000 บาท หนุนตลาดโซลาร์ก้าวสู่ธุรกิจกระแสหลัก ด้าน ION Energy ประเมิน ไทยมีครัวเรือนติดโซลาร์ได้ 1.3 ล้านครัวเรือน มูลค่าตลาดหลักแสนล้าน เพิ่งติดโซลาร์สะสมแค่ 70,000 ครัวเรือน เดินหน้าชูเทคโนโลยีใหม่ อาทิ โดรนล้างโซลาร์ เสริมแกร่งบริการหลังการขาย เพิ่มความมั่นใจผู้บริโภค หวังติดตั้งใหม่ 1,500-2,000 หลังในปีนี้

คุณพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด

      คุณพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) ผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย และผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy กล่าวว่า ตลอด 61 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ผลิต พัฒนา และส่งมอบสายไฟฟ้า อันเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญของไทยให้ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคครัวเรือนมาอย่างต่อเนื่อง ในปีที่ 62 นี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้สามารถเติมเต็มความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าอย่างครบวงจร จึงได้ปรับโครงสร้างและทิศทางธุรกิจให้เป็น “มากกว่าผู้พัฒนาสายไฟฟ้า” และก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้า (Energy Solution Provider) อย่างครบวงจร

     ล่าสุด บริษัทได้เข้าซื้อกิจการ บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจรชั้นนำของไทย เข้ามาเป็นบริษัทในเครือบางกอกเคเบิ้ล เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นทั้งในระดับโลกและประเทศไทย

     “3-5 ปีก่อน ตลาดธุรกิจโซลาร์ ยังถือเป็นตลาดธุรกิจเฉพาะ หรือ Niche Market ที่ผู้คนยังไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก แต่ในปีนี้ แนวโน้มพลังงานโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างชัดเจน จากความผันผวนของสถานการณ์ต่างๆ ขณะเดียวกัน ไทยเองยังมีมาตรการภาครัฐที่ช่วยลดหย่อนภาษีให้ผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป สูงสุดถึง 200,000 บาท เรามองว่าทั้งหมดกำลังทำให้ตลาดโซลาร์ ก้าวเข้าสู่ตลาดกระแสหลัก หรือ Mainstream และเป็นส่วนที่เราเข้าไปต่อยอดในฐานะกระดูกสันหลังของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้” คุณพงศภัคกล่าว

     สำหรับสาเหตุที่เลือกลงทุนใน ION Energy นั้น เนื่องจาก ION Energy ถือเป็นผู้นำในตลาดกลุ่มโซลาร์รูฟท็อปสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ ได้รับความไว้วางใจจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ อาทิ แสนสิริ ศุภาลัย เอสซี เอพี มีปริมาณการติดตั้งสะสมมากกว่า 6,500 หลัง มีจุดเด่นใน 3 ด้าน ได้แก่ 1.เครือข่ายพันธมิตรแข็งแกร่ง สร้างการเติบโตในตลาดจริง ION Energy มีความร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำและพันธมิตรทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ช่วยขยายฐานลูกค้าและเร่งการเข้าถึงตลาดในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.ความเชี่ยวชาญในการดำเนินงาน บริษัทมีประสบการณ์ในการติดตั้งโซลาร์จริงในระดับใหญ่ พร้อมควบคุมคุณภาพ เวลา และต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงศักยภาพในการส่งมอบงานที่เชื่อถือได้ในระดับอุตสาหกรรม 3.แพลตฟอร์มพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต ION Energy มีโครงสร้างธุรกิจที่สามารถขยายจากโซลาร์รูฟท็อปไปสู่โครงการขนาดใหญ่ รวมถึงการต่อยอดสู่ Energy Platform รองรับการเติบโตของตลาดพลังงานสะอาดในระยะยาว

คุณพีรกานต์ มานะกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy

     ด้าน คุณพีรกานต์ มานะกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร กล่าวว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2563 ภูมิทัศน์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโซลาร์ (Solar Energy Business​ Landscape) มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก อาทิ ความสำคัญของพลังงานสะอาดต่อภาคธุรกิจ ต้นทุนเทคโนโลยีที่ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับราคาขายที่จับต้องได้มากขึ้น จำนวนผู้เล่นในตลาดที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ตลาดธุรกิจโซลาร์ในไทยถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก โดยประเทศไทยมีประชากรประมาณ 20 ล้านครัวเรือน บริษัทประเมินว่าน่าจะมีครัวเรือนที่สามารถติดตั้งโซลาร์ได้ไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านครัวเรือน ส่งผลให้ตลาดโซลาร์เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลักแสนล้านบาท ขณะที่ปัจจุบัน มีครัวเรือนไทยที่ติดตั้งโซลาร์สะสมเพียงแค่ 70,000 ครัวเรือนเท่านั้น

     “การที่เราเข้ามาเป็นบริษัทในเครือบางกอกเคเบิ้ล จะช่วยให้เรามีต้นทุนในการแข่งขันที่ดียิ่งขึ้น เพราะสายไฟฟ้าถือเป็นต้นทุนอันดับ 3 ของธุรกิจโซลาร์ รองจากตัวแผงโซลาร์และ Inverter ขณะเดียวกัน การได้เป็นส่วนหนึ่งของบางกอกเคเบิ้ล ช่วยให้เราขยายตลาดโซลาร์ในภูมิภาค มีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และมีขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีของเราให้โดดเด่นเหนือภาพรวมตลาด” คุณพีรกานต์กล่าว

      ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาการเปิดตัวศูนย์บริการในหัวเมืองใหญ่ที่มีความต้องการโซลาร์เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค ทันการใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท เบื้องต้น บริษัทตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์ให้แก่ครัวเรือน 1,500-2,000 หลัง ภายในสิ้นปี 2569

      สำหรับบริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy เป็นผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร และเป็นผู้ต่อยอดโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจรให้ตอบโจทย์ทั้งภาคครัวเรือนและอสังหาริมทรัพย์ มีวิสัยทัศน์ผลักดันพลังงานสะอาดให้เข้าถึงครัวเรือนไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยผสานเทคโนโลยีโซลาร์ อินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ และระบบบริหารพลังงานอัจฉริยะไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามผลผลิตพลังงานได้แบบเรียลไทม์ ลดค่าไฟและเสริมความปลอดภัยของระบบในทุกขั้นตอน มีประสบการณ์การติดตั้งให้แก่ที่อยู่อาศัยของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ รวมถึงบ้านของผู้บริโภคทั่วไป รวมแล้วกว่า 6,500 หลังทั่วประเทศ

     ขณะที่ บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) เป็นผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย ก่อตั้งในปี พ.ศ.2507 ให้บริการครอบคลุม 7 กลุ่มการใช้งาน ได้แก่ 1.ระบบผลิตและส่งพลังงานไฟฟ้า (Transmission) 2.ระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า (Distribution) 3.ระบบไฟฟ้าภายในบ้านพักและอาคาร (Construction and Building) 4.ระบบขนส่งและคมนาคม (Transportation and Mobility) 5.ระบบไฟฟ้าในโรงงาน และภาคอุตสาหกรรม (Industrial) 6.พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

บี.กริม เทคโนโลยี จับมือ ยาร์ร่า พาวเวอร์ นำเสนอโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจรแก่หลากหลายกลุ่มลูกค้า

          บี.กริม เทคโนโลยี ได้ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท ยาร์ร่า พาวเวอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายและติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อผนึกกำลังและยกระดับความแข็งแกร่งของธุรกิจโซลาร์ รูฟท็อป ของทั้งสองบริษัท ด้วยการให้บริการระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร มุ่งขยายฐานลูกค้าทั้งในกลุ่มที่พักอาศัย ธุรกิจพาณิชย์ โรงแรม รีสอร์ท และโรงงานอุตสาหกรรม

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

BE Petrothai ชี้อุตสาหกรรมพลังงานต้องก้าวข้าม KPI ระยะสั้น

สู่การตัดสินใจที่โปร่งใส มีจริยธรรมและตอบโจทย์สู่ความยั่งยืน

      BE Petrothai Group ปรับบทบาทสู่การเป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านระบบและอุปกรณ์ในโรงงานด้วยองค์ความรู้ทางวิศวกรรม (Value Engineering) ที่สั่งสมมากว่า 40 ปี เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ชี้อุตสาหกรรมพลังงานไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญที่ความสำเร็จไม่อาจวัดได้จากการลดต้นทุน หรือ KPI ระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการตัดสินใจบนพื้นฐานของจริยธรรม ความโปร่งใส และข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ควบคู่กับความปลอดภัยและความยั่งยืนในระยะยาว

      คุณตาม จำนงค์อาษา ผู้บริหาร BE Petrothai Group กล่าวว่า “เราเชื่อว่า การแก้ปัญหาเฉพาะจุดในโรงงานไม่เพียงพออีกต่อไป การที่กลุ่มบริษัทเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตเทคโนโลยีระดับโลกมานาน และทีมงานเห็นภาพรวมการทำงานของทั้งระบบ ทำให้มีความรู้ในเชิงลึกของตัวอุปกรณ์ เครื่องจักร ในฐานะเป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ ด้านระบบและอุปกรณ์ในโรงงาน เราทำ Engineering management วางโครงสร้างข้อมูล ทำให้สามารถวิเคราะห์ และออกแบบการแก้ปัญหาของโรงงานทั้งระบบ ด้วยการใช้ AI ผ่าน Dashboard ร่วมกับลูกค้า เพื่อให้เห็นภาพตรงกันและสร้างความยืดหยุ่น มั่นคงให้ธุรกิจ โดยมีเสาหลัก 3 ข้อ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ลูกค้าใช้พิจารณา ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน (Cost Optimization), การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารความเสี่ยง (Performance & Risk Management), การสร้างความยั่งยืน (ESG)”

เสาหลักที่ 1: การเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน โดยใช้องค์ความรู้เป็นตัวช่วยให้ผู้บริหาร นำไปประกอบการตัดสินใจได้ ทำให้งบประมาณไม่บานปลาย

เราช่วยลูกค้าบริหารจัดการงบประมาณ ด้วยข้อมูลเชิงกลยุทธ์ ในจุดที่สำคัญและจำเป็นก่อนได้ จากประสบการณ์การส่งมอบงานสำเร็จในราคาที่คุ้มค่าอย่างต่อเนื่องมากว่า 40 ปี ทำให้กลุ่มบริษัทได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตร

เสาหลักที่ 2: การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารความเสี่ยง ก้าวข้าม KPI ระยะสั้น

BE Petrothai Group นำองค์ความรู้กว่า 40 ปี มาประยุกต์ใช้ ยกระดับการบำรุงรักษาด้วย Data และ AI เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบการผลิตของโรงงาน ช่วยประเมินอายุการใช้งานของอุปกรณ์ และแนะนำแนวทางการบำรุงรักษาที่เหมาะสมที่สุด ผลที่ลูกค้าได้รับ ได้แก่

  • ยืดอายุการใช้งานเครื่องจักรและอุปกรณ์ในโรงงาน

  • รักษาระดับการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ดำเนินการไม่สะดุด

  • ลดการหยุดกระบวนการผลิตทั้งโรงงานจากเหตุไม่คาดคิด (Unplanned Shutdown)

  • เพิ่มความปลอดภัยให้พนักงานผู้ปฏิบัติงาน เพราะ มีการจัดลำดับความสำคัญของอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยง

เสาหลักที่ 3: ESG และการสร้างความยั่งยืนขับเคลื่อน Net Zero ตอบรับวิสัยทัศน์ของอุตสาหกรรมพลังงานโลกและประเทศไทย เพื่อให้โรงงานและชุมชนอยู่ร่วมกันได้

  • Environmental: ลดการใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอน ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง Energy Recovery (ORC), Energy Saving, CCUS (Decarbonization), New Energy (Hydrogen)

  • Social & Safety: ยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของชุมชนระยะยาว ด้วยนวัตกรรมที่ลดการรบกวนและส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่าง หอเผาทิ้งไร้ควัน (Enclosed Ground Flare - EGF)

  • Governance: สร้างระบบการทำงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ เรามุ่งมั่นในเจตนารมณ์การเป็นพลเมืองโลกที่ดี (Good Global Citizen) ซึ่งยึดถือมาตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี จนได้รับการยอมรับและรับรองมาตรฐานระดับสากล ทั้ง Trace และ CAC

ทิศทางอนาคตของ BE Petrothai Group

      “ยุคของการซ่อมอุปกรณ์เมื่อเกิดความเสียหายได้สิ้นสุดแล้ว BE Petrothai Group ไม่ได้มุ่งขายเพียงอุปกรณ์ แต่ส่งมอบความมั่นใจให้กับระบบพลังงานของประเทศ ผ่านการใช้ AI และข้อมูลเชิงลึกเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจอย่างแม่นยำ ช่วยให้โรงงานบริหารความเสี่ยง ก้าวข้าม KPI ระยะสั้น และสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจควบคู่กับความยั่งยืนในระยะยาว” คุณตาม กล่าวทิ้งท้าย

ด้วยความเป็น “Adaptive Innovation Partner พันธมิตรนวัตกรรมของธุรกิจพลังงานไทย” BE Petrothai Group พร้อมก้าวสู่บทบาทที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ ด้านระบบและอุปกรณ์ในโรงงานด้วยองค์ความรู้ทางวิศวกรรม (Value Engineering) เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานไทยให้ก้าวผ่านยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน สู่อนาคตของอุตสาหกรรมสีเขียวอย่างมั่นคง

========

ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย (BE Petrothai Group)

      กลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย เป็นตัวแทนผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องจักร เทคโนโลยี และการจัดการทางวิศวกรรม ตลอดจนการให้บริการหลังการขาย ซ่อมบำรุง รักษาอุปกรณ์ ตลอดอายุการใช้งาน (Equipment life cycle) และบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้ลูกค้าได้อย่างครบวงจร ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2524 เพื่อให้บริการด้านวิศวกรรมแก่อุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมีไทย ในช่วงที่ประเทศไทยได้เริ่มพบก๊าซธรรมชาติและปิโตรเลียมเป็นครั้งแรก

      ปัจจุบันมีบริษัทในเครือ 5 แห่ง ที่ครอบคลุมการบริการ 5 ด้าน ได้แก่ การเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดให้แก่พันธมิตร การคัดเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมตามความต้องการของลูกค้า การบริหารจัดการงานวิศวกรรมและบริการหลังการขาย เทคโนโลยีและระบบข้อมูลเพื่อให้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและกระบวนการทำงานให้แก่ลูกค้า และให้บริการจัดการด้านทรัพยากรต่างๆ

 

 

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

ราช กรุ๊ป แจ้งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กาลาบังก้า กำลังผลิต 74 เมกะวัตต์ ในฟิลิปปินส์    

          บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แจ้งวันนี้ว่า โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กาลาบังก้า กำลังการผลิตไฟฟ้าสูงสุด 74 เมกะวัตต์ (MWp) ได้เริ่มผลิตไฟฟ้าจำหน่ายเชิงพาณิชย์แล้วเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2567 กระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าแห่งนี้ จะจำหน่ายให้กับบริษัทย่อยในกลุ่มของบริษัท Aboitiz Power Corporation ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะเวลา  10 ปี เป็นหลัก

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

บี.กริม เพาเวอร์ เสริมความแข็งแกร่งอุตสาหกรรมพลังงานไทย

ลงนาม MOU ต่อเนื่อง พัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาคุณภาพ

รองรับการเติบโตของภาคพลังงานระยะยาว

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

บี.กริม เพาเวอร์ เข้าซื้อหุ้นบริษัท LT09 S.r.l. ในอิตาลี ขยายพอร์ตพลังงานทดแทน มุ่งสู่เป้าหมาย Net-Zero ตามยุทธศาสตร์ “GreenLeap”

          บี.กริม เพาเวอร์ เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท LT09 S.r.l. เดินหน้าขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในสาธารณรัฐอิตาลี มุ่งเติบโตอย่างแข็งแกร่งตามยุทธศาสตร์ “GreenLeap” ก้าวสู่การเป็นบริษัทผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

เริ่มแล้ว !! HVO น้ำมันไบโอดีเซลเจนเนอเรชั่นใหม่

          บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้เริ่มทำการทดสอบการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ผสม HVO น้ำมันไบโอดีเซลเจนเนอเรชั่นใหม่สังเคราะห์จากน้ำมันพืชใช้แล้ว ซึ่งจะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO2 ได้สูงสุด 30%  โดยนำมาทดสอบกับรถบรรทุก Isuzu ELF ของบริษัท มนต์ทรานสปอร์ต จำกัด บริษัททำธุรกิจขนส่งชั้นนำของประเทศไทย ภายใต้สภาพการใช้งานจริง จากการตรวจเช็กล่าสุดที่ระยะวิ่ง 5,000 กิโลเมตร ยังไม่พบปัญหาหรือความผิดปกติแต่อย่างใด

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

บี.กริม เพาเวอร์ ลงนามซื้อขายไฟฟ้ากับ “จงเช่อ รับเบอร์” ผู้ผลิตยางยักษ์ใหญ่ระดับโลก  

ร่วมพัฒนาโครงการโซลาร์ รูฟท็อป ขนาดกำลังผลิต 35 เมกะวัตต์

          บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM และ บริษัท จงเช่อ รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตยางรายใหญ่ระดับโลก จากประเทศจีน ได้จัดพิธีลงนามโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ขนาดกำลังการผลิต 35 เมกะวัตต์ โดยติดตั้งบนพื้นที่หลังคาโรงงานของ บริษัท จงเช่อ รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

PEA เปิดการใช้งานระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ (BESS) บนพื้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

          นายศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นประธานในพิธีเปิดการใช้งานระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ (BESS) บนพื้นที่เกาะสมุย โดยมีคณะกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธี ณ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

UAC จับมือ Prof. Yasuaki Maeda จาก OMU ศึกษาพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF)

          เมื่อเร็วๆนี้ นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ “UAC”  ร่วมกับ Prof. Yasuaki Maeda จาก Osaka Metropolitan University (OMU) ร่วมทำวิจัยและพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) จากน้ำมันพืช ด้วยกระบวนการ Transesterification แบบ Co-Solvent ณ นครโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง SAF ถือเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในอุตสาหกรรมการบิน โดยโครงการความร่วมมือดังกล่าวสอดรับกับนโยบายการลงทุนของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

Tags:

Page Visitor

013588033
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
8510
13744
32384
22254
395591
13588033
Your IP: 216.73.216.226
2026-06-02 17:53
© 2024 Biz Focus Magazine All Rights Reserved.